Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1545/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าของรวมในที่ดินมีโฉนดแบ่งแยกที่ดินเป็นหลายแปลงเพื่อขายได้ตกลงกันให้ที่ดินตามเลขโฉนดเดิมที่เหลืออยู่เป็นถนนสำหรับผู้มาซื้อที่ดินออกสู่ถนนใหญ่ และได้ทำเป็นถนนคอนกรีตขึ้นในที่ดินส่วนนี้โดยตกลงกันสละสิทธิเรียกร้องใด ๆ จากผู้ใช้ถนนนี้ ข้อตกลงดังกล่าวย่อมมีผลผูกพันระหว่างกัน ใช้บังคับกันได้โดยมิต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนและเป็นการตกลงกันที่แสดงให้เห็นว่ามีวัตถุที่ประสงค์จะเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทที่กลายเป็นถนนคอนกรีตไปแล้วนี้ร่วมกัน มีลักษณะเป็นการถาวร เจ้าของรวมผู้มีชื่อในโฉนดคนหนึ่งคนใดไม่มีสิทธิเรียกร้องให้แบ่งที่ดินนั้นได้อีก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินโฉนดที่ 1224 เป็นของโจทก์กับจำเลยที่ 1คนละกึ่ง ต่อมาจำเลยที่ 1 ยินยอมให้จำเลยที่ 2, 3, 4 ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยที่ 1 และจำเลยแบ่งแยกโฉนดออกเป็นหลายแปลงให้มีชื่อโจทก์และจำเลยในแต่ละแปลง คงเหลือที่ดินตามโฉนดที่ 1224เดิม 67 ตารางวา และมีชื่อโจทก์จำเลยทุกคนถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันเฉพาะของโจทก์กึ่งหนึ่งเป็นเนื้อที่ 33 ตารางวาครึ่ง โจทก์ขอแบ่งแยกส่วนของโจทก์ออก จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับให้จำเลยแบ่งที่ดินหากไม่อาจตกลงแบ่งกันได้ก็ให้ประมูลราคากันหรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันจำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์และจำเลยทั้งสี่ได้ตกลงแบ่งที่ดินรายนี้ออกเป็นของแต่ละคน แต่ให้กันที่ดินคั่นกลางระหว่างที่ดินของโจทก์จำเลยไว้เป็นทางผ่านเข้าออกจึงได้แบ่งที่ดินออกเป็น 13 โฉนดให้โฉนดที่ 1224 เป็นโฉนดกลางสำหรับเป็นทางผ่านมีชื่อโจทก์จำเลยทุกคนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แล้วทำถนนคอนกรีตในที่ดินโฉนดที่ 1224 ให้เป็นทางเข้าออกของที่ดินทั้งหมดจนกลายเป็นทางจำเป็นตลอดมาจึงเป็นที่ดินที่ไม่สามารถนำไปทำประโยชน์อย่างอื่นได้ต่อไปจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 3, 4 ให้การว่า

ได้ร่วมกันซื้อที่ดิน 94 ตารางวา อันเป็นส่วนของจำเลยที่ 1 เมื่อแบ่งแยกจากโฉนดที่ 1224 แล้วจำเลยทั้งสองก็เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ 5209 ส่วนที่ดินโฉนดที่ 1224 เป็นถนนคอนกรีตกว้างประมาณ 4 เมตร ผ่านที่ดินที่แบ่งแยกทุกแปลงใช้เข้าออกสู่ถนนใหญ่จึงใส่ชื่อโจทก์จำเลยทุกคนถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันเพื่อใช้เป็นทางเข้าออก อันเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งโดยไม่มีสิทธิจะเอาที่ดินรายนี้ไปหาผลประโยชน์ใด ๆ นอกจากใช้ถนนนี้เข้าออกชั้นชี้สองสถาน โจทก์แถลงรับว่า ที่ดินพิพาทได้ทำเป็นถนนคอนกรีตใช้เป็นทางเดินร่วมของโจทก์และจำเลยซึ่งมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมตามแผนที่หลังโฉนดที่ 1224 และเป็นทางออกสู่ถนนศรีอยุธยาเพียงทางเดียว ทางนี้กว้าง 4 เมตรและที่ดินที่แบ่งออกไปเป็นที่ดินที่ล้อมรอบถนนซึ่งเป็นที่ดินพิพาท

ก่อนที่จะทำถนนได้ตกลงกันว่า เมื่อทำเป็นถนนคอนกรีตแล้วจะใช้ถนนนี้เป็นทางเดินร่วมกัน แต่เป็นการตกลงด้วยวาจา ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานศาลชั้นต้นเห็นว่า เมื่อแบ่งที่ดินกันแล้วก็ยังมีทางออกสู่ทางสาธารณะได้ ที่พิพาทจึงไม่ใช่ทางจำเป็น การตกลงกันว่าจะใช้ที่พิพาทเป็นทางเข้าออกไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนย่อมไม่บริบูรณ์พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่พิพาทให้โจทก์กึ่งหนึ่ง ถ้าการแบ่งไม่ตกลงกันได้ก็ให้ประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินกันจำเลยที่ 3 ที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่พิพาทเป็นทางที่เจ้าของรวมได้กันไว้เป็นทางเข้าออก การที่โจทก์จำเลยตกลงกันเมื่อทำทางนี้ก็เพื่อใช้สอยร่วมกันข้อตกลงนี้จึงเป็นสัญญาอย่างหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดบุคคลสิทธิบังคับได้ระหว่างโจทก์จำเลย และโจทก์จำเลยตกลงกันทำเป็นถนนคอนกรีต

โจทก์เองก็รับว่าเดิมตั้งใจจะยกที่พิพาทให้เป็นที่สาธารณะ แสดงชัดว่าข้อตกลงหรือวัตถุประสงค์ของโจทก์จำเลยให้ใช้ทางพิพาทนี้มีลักษณะเป็นการถาวรตลอดไป โจทก์จึงถูกจำกัดมิให้ใช้สิทธิแบ่งทรัพย์รายพิพาท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1363 วรรค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังว่า ที่ดินโฉนดที่ 1224 ซึ่งโจทก์กับจำเลยที่ 1มีกรรมสิทธิ์คนละครึ่งนั้นมีทางออกสู่ทางสาธารณะได้ทางเดียวคือทางสะพานข้ามคูริมถนนศรีอยุธยา จำเลยที่ 1 ได้ขายที่ดินส่วนของตน94 ตารางวา ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 ระหว่างที่แบ่งแยกโฉนดยังไม่เสร็จได้ใส่ชื่อจำเลยที่ 3 ที่ 4 ลงในโฉนดที่ 1224 ด้วยโดยให้มีกรรมสิทธิ์ร่วมในส่วนของจำเลยที่ 1 ต่อมาได้แบ่งแยกที่ดินแปลงนี้เป็น 13 แปลง ออกโฉนดใหม่ 12 โฉนด ส่วนของจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ซื้อจากจำเลยที่ 1ได้โฉนดเลขที่ 5209 โฉนดที่ 1224 คงเหลือที่ดิน 67 ตารางวา ได้ทำเป็นถนนคอนกรีตระหว่างกลางที่ดินที่แบ่งแยกเป็นแปลง ๆ นี้โดยใส่ชื่อโจทก์กับจำเลยทั้งสี่เป็นเจ้าของร่วมกันในที่พิพาทซึ่งมีสภาพเป็นถนนคอนกรีตไปแล้วเหตุที่ทำถนนคอนกรีตนี้ขึ้น เป็นที่รับกันว่าเพื่อต้องการขายที่ดินด้านในให้มีราคาสูงขึ้น และให้ผู้ที่จะมาซื้อที่ดินมีทางออกไปสู่ถนนศรีอยุธยาได้ ตัวโจทก์เองก็เบิกความว่า ตอนที่แบ่งแยกโฉนดได้ตกลงกันว่าให้ที่ดินโฉนดที่ 1224 เป็นส่วนกลางสร้างขึ้นเป็นถนน ใครจะใช้ก็ได้ โดยโจทก์กับจำเลยที่ 1 ออกเงินทำถนนและตกลงกันว่าสละสิทธิเรียกร้องใด ๆ จากผู้ใช้ถนนนี้ ขณะแบ่งแยกโฉนดโจทก์ตั้งใจว่า ถ้าขายที่ดินได้หมด 12 แปลงก็จะยกถนนให้เป็นทางสาธารณะ ให้ผู้ซื้อที่ดินใช้เป็นทางเข้าออก ตามพฤติการณ์ดังกล่าวเห็นว่า ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 นั้น ย่อมมีผลผูกพันใช้บังคับกันได้โดยมิต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่ และเป็นการตกลงที่แสดงให้เห็นว่ามีวัตถุที่ประสงค์ที่จะเป็นเจ้าของที่พิพาทที่กลายเป็นถนนคอนกรีตแล้วนี้ร่วมกันมีลักษณะเป็นการถาวร ทั้งการที่โจทก์ยอมให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4มีชื่อเป็นเจ้าของรวมในโฉนดที่พิพาทนั้น ก็เชื่อได้ว่าโจทก์คงได้แจ้งให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ทราบถึงข้อตกลงกันนี้แล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้แบ่งที่ดินพิพาทได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1363 วรรค 1พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวน พูนคำ · ทองคำ จารุเหติ · ประพนธ์ ศาตะมาน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้