Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1542/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จ.มิได้ยกที่ดินมีโฉนดเฉพาะส่วนของตนให้จำเลยเมื่อจ.ถึงแก่กรรมที่ดินดังกล่าวจึงเป็นมรดกตกได้แก่ทายาทคือ โจทก์ทั้งสองและจำเลยกับบุตรคนอื่นรวม 8 คนการที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของรวมในที่ดินโฉนดดังกล่าวได้ครอบครองที่ดินแปลงนั้นต่อมาหลังจากจ.ถึงแก่กรรมถือได้ว่าจำเลยได้ครอบครองแทนโจทก์ทั้งสองและทายาทคนอื่นของจ.ด้วย แม้จำเลยจะครอบครองที่ดินแปลงนั้นมานานเท่าใดที่ดินแปลงนั้นก็หาได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยแต่ผู้เดียวไม่โจทก์ทั้งสองและทายาทอื่นของ จ.ย่อมมีกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินเฉพาะส่วนของจ.อยู่คนละ 1 ใน 8 ส่วน คำสั่งศาลที่แสดงว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินเฉพาะส่วนของ จ.จึงไม่ผูกพันโจทก์ทั้งสอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โดยเป็นบุตรนายเจี๊ยบ นางจันทร์ เอี่ยมศรีนายเจี๊ยบถึงแก่กรรมไปนานแล้ว นางจันทร์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่27 กันยายน 2515 ก่อน ถึงแก่กรรมนางจันทร์มีกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยในที่ดินโฉนดเลขที่ 9568 ตำบลบ้านลำ อำเภอวิหารแดงจังหวัดสระบุรี เนื้อที่ 3 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา เมื่อนางจันทร์ถึงแก่กรรม ส่วนของนางจันทร์ครึ่งหนึ่งเป็นเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน76.5 ตารางวา เป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ทั้งสองและจำเลยร่วมกันคนละ1 ส่วน เท่ากัน ประมาณคนละ 225.5 ตารางวา ราคา 45,100 บาทหลังจากนางจันทร์ถึงแก่กรรมโจทก์ทั้งสองและจำเลยได้ร่วมกันครอบครองที่ดินโฉนดดังกล่าวตลอดมาครั้นวันที่ 14 เมษายน 2529 จำเลยได้ไปร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดนี้ต่อศาล

อ้างว่าได้รับการยกให้จากนางจันทร์โดยไม่ได้จดทะเบียนยกให้ และจำเลยได้ครอบครองที่ดินแปลงนี้จนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแล้ว ความจริงเมื่อนางจันทร์ถึงแก่กรรมโจทก์ทั้งสองและจำเลยได้ครอบครองที่ดินเฉพาะส่วนของนางจันทร์ร่วมกันและแทนกันตลอดมาอย่างเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมการที่จำเลยนำที่ดินส่วนของโจทก์ทั้งสองไปร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ต่อศาล โจทก์ทั้งสองไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วย เมื่อศาลมีคำสั่งว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนของนางจันทร์แล้วจำเลยได้นำคำสั่งศาลไปจดทะเบียนเป็นชื่อของจำเลยแต่ผู้เดียว เป็นการแย่งเอาที่ดินในส่วนของโจทก์ทั้งสองไปโดยมิชอบ ขอให้พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 9568ตำบลบ้านลำ อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี

เนื้อที่ 3 ไร่ 1 งาน53 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสอง เนื้อที่ 1 ไร่51 ตารางวา ให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองในโฉนดที่ดินโดยให้โจทก์ทั้งสองมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันไม่น้อยกว่า 1 ไร่ 51 ตารางวาหากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า จำเลยเป็นบุตรสาวที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกับนางจันทร์มารดาจนกระทั่งนางจันทร์ถึงแก่กรรม โจทก์ทั้งสองเป็นพี่สาวจำเลยได้แต่งงานและแยกไปอยู่กับสามีตั้งแต่นางจันทร์ยังมีชีวิตอยู่ จำเลยกับนางจันทร์มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดพิพาทคนละกึ่งหนึ่ง เมื่อต้นปี 2515 นางจันทร์ได้ยกที่ดินเฉพาะส่วนของตนให้แก่จำเลย โดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

นับแต่ได้รับการยกให้จำเลยได้ครอบครองที่ดินส่วนที่ได้รับการยกให้ รวมกับส่วนของจำเลยที่มีอยู่เดิมทั้งแปลงโดยการปลูกสร้างยุ้งข้าว และต่อมาได้ให้ผู้มีชื่อเข้าไปตั้งบ้านเรือนอาศัยทำกินอยู่ในที่ดินแปลงนี้จำเลยได้ครอบครองโดยความสงบเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งสิทธิของจำเลย โจทก์ทั้งสองไม่เคยเข้าครอบครองหรือร่วมกันครอบครองกับจำเลย ทั้งไม่มีการครอบครองแทนกัน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินโฉนดเลขที่ 9568 ตำบลบ้านลำอำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี โดยให้โจทก์ทั้งสองมีกรรมสิทธิ์ร่วมคนละหนึ่งในแปดส่วนของที่ดินเฉพาะส่วนที่เป็นของนางจันทร์เอี่ยวมศรี

หากจำเลยไม่ไปจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยโจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันเป็นอันฟังได้ว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยเป็นบุตรของนายเจี๊ยบ นางจันทร์เอี่ยมศรี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 8 คน นางเจี๊ยบถึงแก่กรรมก่อนนางจันทร์ โจทก์ทั้งสองกับบุตรคนอื่นต่างแต่งงานแยกครอบครัวออกไปแล้ว คงเหลือแต่จำเลยและนางสาวอรุณ เอี่ยมศรีน้องสาวคนสุดท้องที่ยังไม่ได้แต่งงาน และอยู่อาศัยที่บ้านเดียวกับนางจันทร์ตลอดมา เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2515 นางจันทร์ได้ถึงแก่กรรม ก่อนถึงแก่กรรม นางจันทร์มีกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 9568 ตำบลบ้านลำ

อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี เนื้อที่3 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา กับจำเลยคนละกึ่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 14เมษายน 2529 จำเลยได้ไปยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดดังกล่าวเฉพาะส่วนของนางจันทร์ อ้างว่าได้รับการยกให้จากนางจันทร์โดยไม่ได้จดทะเบียนยกให้ และจำเลย ได้ครอบครองอย่างเป็นเจ้าของมาเป็นเวลากว่าสิบปีจนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแล้วในที่สุดศาลมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 9568 ดังกล่าว เฉพาะส่วนของนางจันทร์ตามกฎหมายแล้ว ตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 247/2529 ของศาลชั้นต้น หลังจากนั้นจำเลยได้นำคำสั่งศาลดังกล่าวไปจดทะเบียนสิทธิในที่ดินโฉนดเลขที่ 9568 ดังกล่าวเฉพาะส่วนของนางจันทร์เป็นกรรมสิทธิ์ของตนแต่ผู้เดียวปัญหาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 9568 เฉพาะส่วนของนางจันทร์ เป็นมรดกหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นางจันทร์มิได้ยกที่ดินโฉนดเลขที่ 9568 เฉพาะส่วนของตนให้จำเลย เมื่อนางจันทร์ถึงแก่กรรม ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นมรดกได้แก่ทายาทคือโจทก์ทั้งสองและจำเลยกับบุตรคนอื่นรวม 8 คน การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของรวมในที่ดินโฉนดดังกล่าวได้ครอบครองที่ดินแปลงนั้นต่อมาหลังจากนางจันทร์ถึงแก่กรรม ถือได้ว่า จำเลยได้ครอบครองแทนโจทก์ทั้งสองและทายาทคนอื่นของนางจันทร์ด้วย แม้จำเลยจะครอบครองที่ดินแปลงนั้นมานานเท่าใดที่ดินแปลงนั้นก็หาได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยแต่ผู้เดียวไม่โจทก์ทั้งสองและทายาทอื่นของนางจันทร์ย่อมมีกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินเฉพาะส่วนของนางจันทร์อยู่คนละ 1 ใน 8 ส่วน คำสั่งศาลในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 247/2529 ของศาลชั้นต้นที่แสดงว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินเฉพาะส่วนของนางจันทร์ไม่ผูกพันโจทก์ทั้งสองพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สังเวียน รัตนมุง · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้