Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ประชุมใหญ่สามัญของบริษัทได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เป็นกรรมการและลงมติให้คณะกรรมการชุดใหม่ให้สัตยาบันการกระทำของคณะกรรมการชุดเก่าได้ ดังนี้ แม้มติที่ประชุมใหญ่วิสามัญซึ่งเรียกประชุมโดยคณะกรรมการชุดเก่าจะผิดระเบียบก็ตาม มติดังกล่าวก็ไม่เสียไปเพราะคณะกรรมการชุดใหม่ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทย่อมมีอำนาจให้สัตยาบันได้

เนื้อความคำพิพากษา

ผู้ร้องร้องว่า ธนาคารไทยพัฒนา จำกัด เป็นธนาคารพาณิชย์และได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย โดยเป็นบริษัทจำกัดมีกรรมการชุดหนึ่งเป็นผู้ดำเนินงานแทน ซึ่งตามข้อบังคับของธนาคารและตามกฎหมาย ผู้เป็นกรรมการของธนาคารจะต้องแต่งตั้งขึ้นโดยที่ประชุมใหญ่เท่านั้น ผู้ร้องเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในธนาคารไทยพัฒนา จำกัดดังกล่าว เนื่องจากมีการเพิ่มทุนของธนาคารจาก 50 ล้านบาทเป็น100 ล้านบาท ธนาคารจึงจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่1/2513 ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2513 เพื่อเลือกตั้งกรรมการของธนาคารชุดใหม่ เพราะกรรมการชุดเก่าได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น 50 ล้านบาทและได้ลาออกทั้งคณะด้วย ในการจัดให้มีการประชุมครั้งนี้

ธนาคารได้ออกหนังสือนัดประชุมใหญ่เมื่อวันที่ 6, 7,8 กุมภาพันธ์ 2513 แต่ได้ลงวันที่ย้อนหลังไปเป็นวันที่ 5 กุมภาพันธ์2513 อันเป็นการกระทำที่ไม่สุจริตและไม่ถูกต้องตามกฎหมายผู้ร้องได้รับหนังสือนัดประชุมดังกล่าวในระยะเวลาไม่ครบกำหนดตามกฎหมาย และการประกาศกำหนดนัดประชุมใหญ่ทางหนังสือพิมพ์ธนาคารได้เริ่มประกาศเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2513 เป็นการเอาเปรียบแก่ผู้ถือหุ้น และกีดกันไม่ให้ผู้ถือหุ้นได้ทราบและมีโอกาสเตรียมตัวเข้าประชุมและแสดงความคิดเห็นได้โดยเสรี ทำให้ผู้ถือหุ้นซึ่งในที่นี้รวมถึงตัวผู้ร้องด้วยเสียหายการประชุมใหญ่ครั้งนี้ย่อมตกเป็นโมฆะ และที่ที่ประชุมใหญ่มีมติให้เลือกตั้งคณะกรรมการของธนาคารขึ้นชุดหนึ่งเพื่อดำเนินการแทนและในนามของธนาคารนั้น

มติดังกล่าวจึงย่อมตกเป็นโมฆะด้วย จึงขอให้ศาลสั่งไต่สวนคำร้องและพิพากษาให้การประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2513 ของธนาคารตกเป็นโมฆะ และเพิกถอนการแต่งตั้งกรรมการชุดดังกล่าวนั้นเสียผู้คัดค้านคัดค้านว่าบริษัทธนาคารไทยพัฒนาจำกัดได้ลงพิมพ์โฆษณาคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2513 ในหนังสือพิมพ์สองคราวก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน และส่งคำบอกกล่าวทางไปรษณีย์ไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า 7 วันการประชุมดังกล่าวก็เพื่อจะแก้ไขภาวะเสื่อมโทรมของธนาคารซึ่งกรรมการชุดเดิมกระทำไว้เมื่อกรรมการชุดใหญ่เข้ามารับงานได้ให้กรรมการผู้จัดการคนเก่าออกจากหน้าที่และกวดขันการดำเนินงานโดยตัดทอนค่าใช้จ่ายลงและพยายามเร่งรัดหนี้สิน

ผู้ร้องรับหนังสือนัดประชุมใหญ่วิสามัญแล้วแต่ไม่ไปประชุม กลับมาร้องคัดค้านเช่นนี้ เป็นการทำให้เสียหายต่อส่วนรวม ต่อธนาคารและผู้ถือหุ้นอื่น การดำเนินการประชุมวิสามัญ ครั้งที่ 1/2513 เป็นการดำเนินการของกรรมการผู้จัดการที่ให้ออกจากตำแหน่งไปผู้คัดค้านและกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2513 จึงพร้อมใจกันลาออกจากตำแหน่ง แล้วบริษัทธนาคารไทยพัฒนาจำกัด ได้เรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีและที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นได้มีมติเป็นเอกฉันท์ตั้งกรรมการชุดใหม่และรับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1/2513และวิสามัญครั้งที่ 1/2513 แล้ว เหตุที่ผู้ร้องขอเพิกถอนจึงหมดไปขอให้ยกคำร้องผู้ร้องและผู้คัดค้านรับกันว่า

คณะกรรมการชุดใหม่ซึ่งได้รับแต่งตั้งโดยมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2513 ได้ลาออกทั้งคณะและต่อมาที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญครั้งที่ 1/2513 ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการชุดที่ลาออกนี้ขึ้นเป็นคณะกรรมการอีกโดยมีการเปลี่ยนตัวและเพิ่มตัวกรรมการคนใหม่เพียงคนสองคนเท่านั้น ผู้ร้องจึงฟ้องผู้คัดค้านคดีนี้กับคณะกรรมการชุดดังกล่าวขอให้พิพากษาว่าการประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1/2513 เป็นโมฆะ และมติต่าง ๆ อันเกิดแต่การประชุมครั้งนี้ตกเป็นอันไร้ผลตามกฎหมาย ปรากฏตามคดีแดงที่ 3802/2513 ซึ่งศาลแพ่งพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานของผู้ร้องและผู้ร้องคัดค้าน แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความผู้ร้องคัดค้านฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่ผู้ร้องร้องว่าการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2513 ขัดต่อกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของธนาคารการประชุมใหญ่ครั้งนี้ย่อมตกเป็นโมฆะ

ฉะนั้น มติที่ประชุมที่เลือกตั้งกรรมการชุดหนึ่งขึ้น จึงย่อมตกเป็นโมฆะด้วยนั้น ปรากฏว่าภายหลังคณะกรรมการชุดนี้ได้ลาออกและต่อมาที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญครั้งที่ 1/2513 ได้มีมติเป็นเอกฉันท์แต่งตั้งกรรมการชุดใหม่เป็นกรรมการรับรองรายงานการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2513และลงมติเป็นเอกฉันท์ให้กรรมการชุดใหม่ให้สัตยาบันการกระทำของกรรมการชุดเก่าได้ ดังนี้ คำร้องขอที่ขอให้เพิกถอนมติการแต่งตั้งกรรมการย่อมไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาต่อไปเพราะกรรมการชุดที่ขอให้เพิกถอนนั้นได้หมดสภาพไปเสียแล้ว ส่วนข้อที่ขอให้เพิกถอนมติการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2513 ก็เช่นเดียวกัน คือ แม้ว่ามตินั้นจะผิดระเบียบซึ่งศาลอาจสั่งเพิกถอนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 ก็ตาม แต่เมื่อกรรมการชุดใหม่ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์รับรองและให้สัตยาบันในการกระทำของกรรมการชุดเก่าได้แล้ว

มติของที่ประชุมใหญ่วิสามัญก็เป็นอันใช้ได้เพราะมาตรา 1167 บัญญัติว่า "ความเกี่ยวพันกันในระหว่างกรรมการและบริษัทและบุคคลภายนอกนั้น ท่านให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยตัวแทน" กรรมการชุดใหม่ย่อมเป็นตัวแทนของบริษัทโดยชอบ มีอำนาจให้สัตยาบันได้ เมื่อที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์มอบอำนาจให้กรรมการชุดใหม่ให้สัตยาบันการกระทำของกรรมการชุดเก่าได้แล้วเช่นนี้ ก็ย่อมไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาคำร้องขอที่ขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2513 ต่อไปพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤษณ์ โสภิตกุล · สุธี โรจนธรรม · ถนอม ครูไพศาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้