Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1538/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเช่าที่โจทก์จำเลยตกลงกันมีกำหนด 10 ปี เมื่อยังมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์จะมาฟ้องบังคับให้จำเลยทำสัญญาเช่าห้องรายพิพาทมีกำหนด 10 ปี และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ได้ การที่โจทก์จำเลยยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเพื่อจะเช่าห้องรายพิพาทต่อกัน ยังถือไม่ได้ว่าได้ทำสัญญาเช่ากันเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้เช่าอาคารรายพิพาทจากบิดาจำเลย เมื่อบิดาจำเลยตาย จำเลยเป็นผู้รับมรดก ได้ถือสิทธิเป็นผู้ให้เช่าและรับชำระค่าเช่าจากโจทก์ตลอดมา เมื่อสัญญาเช่าจะสิ้นอายุ จำเลยได้ตกลงให้โจทก์เช่าต่อไปอีกมีกำหนด ๑๐ ปี โดยตกลงว่าจะไปจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และโจทก์จำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการเช่าอาคารตามที่ตกลงกันไว้แล้ว จำเลยได้รับเงินค่าเช่าเดือนแรกไปจากโจทก์แล้วด้วย ต่อมาจำเลยบิดพลิ้วไม่ยอมไปทำหนังสือและจดทะเบียนการเช่าตามที่ตกลงไว้ ขอให้ศาลบังคับ

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าโจทก์เป็นผู้เช่าอาคารพิพาทมาดังฟ้องเมื่อจะครบกำหนดตามสัญญาเช่าเดิม โจทก์ได้ขอเช่าต่อโดยตกลงจะให้เงินค่าสมนาคุณแก่จำเลยเป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท มีกำหนดระยะเวลาเช่า ๑๐ ปี โจทก์ได้ให้เงินค่าสมนาคุณแก่จำเลย ๒ งวด เป็นเงิน ๓๒,๐๐๐ บาท และถือเป็นเงินมัดจำ จำเลยได้ร้องขอจดทะเบียนการเช่าให้โจทก์ และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประกาศการขอจดทะเบียนการเช่าดังกล่าว เมื่อครบกำหนดประกาศ จำเลยได้เตือนให้โจทก์ไปทำการจดทะเบียนการเช่า โจทก์ก็บิดพลิ้ว เพิกเฉย จึงเป็นผู้ผิดนัด จำเลยจึงมีสิทธิริบเงินมัดจำ จำเลยบอกเลิกการเช่าแล้ว โจทก์ยังอยู่ในอาคารพิพาท ทำให้จำเลยเสียหาย ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ขับไล่โจทก์และบริวารและขอให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่เคยรับเงินมัดจำจากโจทก์ เงิน ๒ งวดที่จำเลยรับไปจากโจทก์เป็นเงินที่จำเลยกู้จากโจทก์ โจทก์ได้ชำระเงินค่าสมนาคุณ ๙๐,๐๐๐ บาทให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยไม่มีอำนาจบอกเลิกการเช่า จำเลยเป็นฝ่ายบิดพลิ้ว ขอให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย บังคับคดีตามฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยได้บอกเลิกการเช่าโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์ยังอยู่ในห้องรายพิพาทต่อไป เป็นละเมิด โจทก์ต้องรับผิดในค่าสินไหมทดแทน พิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้ขับไล่โจทก์และบริวาร ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้บอกเลิกการเช่าแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในห้องรายพิพาทต่อไป การเช่าที่โจทก์จำเลยตกลงกันมีกำหนด ๑๐ ปี เมื่อยังมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์จะมาฟ้องบังคับให้จำเลยทำสัญญาเช่าห้องรายพิพาทมีกำหนด ๑๐ ปี และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ได้ การที่โจทก์จำเลยยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเพื่อจะเช่าห้องรายพิพาทต่อกัน ยังถือไม่ได้ว่าได้ทำสัญญาเช่ากันเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยไม่ได้รับเงินกินเปล่า ๙๐,๐๐๐ บาทจากโจทก์ จำเลยควรได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากโจทก์ แต่ให้หักเงินค่าเช่าที่ภริยาจำเลยรับไว้จากโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้โจทก์ใช้ค่าสินไหมทดแทนเดือนกันยายน ๒๕๐๕ แก่จำเลย ๙๘๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วงษ์ วีระพงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · มณี ชุติวงศ์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายมงคล เชาวน์ดี
ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้