Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1532/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติม ศาลชั้นต้นสั่งว่าสำเนาให้โจทก์สั่งในรายงาน และตามรายงานกระบวนพิจารณาศาลชั้นต้นจดว่า "ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วแถลงคัดค้านว่า จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม เมื่อโจทก์สืบพยานของโจทก์เสร็จสิ้นไปแล้วเป็นการไม่ชอบ ศาลไม่ควรรับ.... พิเคราะห์แล้วอนุญาตให้จำเลยยื่นระบุพยานเพิ่มเติมได้ตามขอ' คำแถลงของโจทก์เช่นนี้เป็นการแถลงคัดค้านคำร้องของจำเลยที่ขอระบุพยานเพิ่มเติม เพื่อประกอบดุลพินิจในการที่ศาลจะมีคำสั่งคำร้องดังกล่าวต่อไปเท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการโต้แย้งคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ที่อนุญาตให้จำเลยระบุพยานเพิ่มเติม เมื่อโจทก์ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้ จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ ๒ผู้เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ร.ย.๑๓๕๓๓ ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวในทางการที่จ้างหรือในกิจการของจำเลยที่ ๒ ไปตามถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพด้วยความประมาทเป็นเหตุให้เกิดเฉี่ยวชนรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน ช.บ.๒๕๖๔๔ และเสียหลักพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าสาธารณะบนเกาะกลางถนนของโจทก์เสียหายเป็นเงิน ๑๐,๕๒๖.๔๗ บาท ได้บอกกล่าวจำเลยทั้งสองแล้วแต่เพิกเฉย ขอให้ศาลบังคับ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า เหตุเกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพราะความประมาทของจำเลยที่ ๑ หากแต่เป็นเพราะความประมาทของคนขับรถหมายเลขทะเบียน ช.บ.๒๕๖๔๔ จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะข้อกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยที่ ๒ ระบุพยานเพิ่มเติม อุทธรณ์ของโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖

ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฎีกาข้อ ๒ ของโจทก์ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งรับมานั้นโจทก์ฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ ๒ อ้างพยานเพิ่มเติมภายหลังที่โจทก์สืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว เป็นการไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๘๘ และการที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้ โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาโจทก์มิได้โต้แย้งคำสั่งไว้ จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์นั้นก็ไม่ชอบ เพราะโจทก์ได้แถลงคัดค้านไว้แล้วก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ซึ่งเป็นการโต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นอยู่แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อนี้ได้ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อจำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมตามคำร้องลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๒๓ ศาลชั้นต้นสั่งว่า "สำเนาให้โจทก์สั่งในรายงาน" และตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๒๓ ศาลชั้นต้นจดไว้ว่า"ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วแถลงคัดค้านว่า จำเลยที่ ๒ ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมเมื่อโจทก์สืบพยานของโจทก์เสร็จสิ้นไปแล้ว เป็นการไม่ชอบศาลไม่ควรรับ

พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยที่ ๒ ยื่นระบุพยานเพิ่มเติมได้ตามขอ" คำแถลงของโจทก์เช่นนี้เป็นการแถลงคัดค้านคำร้องของจำเลยที่ ๒ ที่ขอระบุพยานเพิ่มเติมเพื่อประกอบดุลพินิจในการที่ศาลจะมีคำสั่งคำร้องดังกล่าวต่อไปเท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการโต้แย้งคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยที่ ๒ ระบุพยานเพิ่มเติม ฉะนั้นเมื่อโจทก์ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ในปัญหาข้อนี้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้จึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ สังขนันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายนาม ยิ้มแย้ม
ศาลอุทธรณ์ - นายพลจิตต์ ดียืน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้