Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 15306)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ก. เป็นหนี้จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินที่โจทก์ร่วมเช่าจาก ก. เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ ก.เคยตกลงเอาต้นกล้าไม้ยูคาลิปตัส ของโจทก์ร่วมที่ปลูกไว้ในที่ดินดังกล่าว ตีใช้หนี้จำเลยที่ 3 โจทก์ร่วมกับ ก. เป็นสามีภรรยามีบุตรด้วยกัน ย่อมทำให้จำเลยเข้าใจว่าต้นยูคาลิปตัส เป็นของ ก.ดังนี้การที่จำเลยทั้งสามร่วมกันว่าจ้าง ธ. กับพวกตัดต้นยูคาลิปตัส ของกลางเพื่อใช้หนี้จำเลยที่ 3 ถือว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันเอาต้นยูคาลิปตัส ของโจทก์ร่วมไปโดยไม่มีเจตนาทุจริตจำเลยทั้งสามไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์.

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกจำเลยสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามฟ้อง และเรียกจำเลยสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 3

โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนใจความทำนองเดียวกันขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 336 ทวิ,83 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2525 มาตรา 11 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21พฤศจิกายน 2514 ข้อ 13 ริบรถยนต์ของกลาง คืนไม้ยูคาลิปตัสของกลางให้เจ้าของจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา นายโอภาส เผ่าชูศักดิ์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในสำนวนแรก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) (12) วรรคสาม, 336 ทวิ, 83 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 13จำคุกจำเลยคนละ 4 ปี 6 เดือน คืนไม้ยูคาลิปตัสของกลางแก่เจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดให้ริบจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยทั้งสามแล้วข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยที่ 1 สั่งให้คนงานตัดต้นยูคาลิปตัสเป็นจำนวน 1,350 ต้นบรรทุกรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 นำไปขายที่โรงงานไม้อัดไทยบางนาซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจยึดไว้เป็นของกลางมีปัญหาว่าต้นยูคาลิปตัสของกลางเป็นทรัพย์ของโจทก์ร่วมหรือไม่

โจทก์และโจทก์ร่วมมีตัวโจทก์ร่วมเป็นพยานเบิกความว่า ต้นยูคาลิปตัสของกลางเป็นของโจทก์ร่วมถูกลักตัดมาจากไร่ที่โจทก์ร่วมเช่าที่ดินของนางกฤษณา บุญเลิศนางกฤษณา บุญเลิศ พยานโจทก์อีกปากหนึ่งเบิกความว่า โจทก์ร่วมได้เช่าที่ดินจากนางกฤษณาปลูกต้นยูคาลิปตัส ต่อมาจำเลยที่ 3 นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินแปลงนี้เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ระหว่างวันที่ 3-4 ตุลาคม 2529 เวลากลางวัน นางกฤษณาเห็นรอยรถยนต์บรรทุก จึงเดินเข้าไปดูที่ดินดังกล่าวพบจำเลยที่ 1 และที่ 3อยู่ในที่ดินและคนงานกำลังตัดต้นยูคาลิปตัส นางกฤษณา จึงโทรศัพท์แจ้งโจทก์ร่วม นอกจากนี้โจทก์มีนายธวัช สุกทับ นายเหลือ กาจำนายประครอง จันจี่ นายถนอม กาจา นายวินัย

สะหม และ นายบำรุงแก้วเลิศ เป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2ว่าจ้างให้พยานตัดต้นยูคาลิปตัสในที่ดินของโจทก์ร่วม โดยจำเลยที่ 1อ้างว่า ได้ยึดที่ดินและต้นยูคาลิปตัสแล้ว ส่วนจำเลยที่ 1 มีตัวจำเลยที่ 1 และ นายเสงี่ยม คำยา เป็นพยานเบิกความว่าจำเลยที่ 1ซื้อต้นยูคาลิปตัสจากนายเสงี่ยม แต่จำเลยที่ 2 เบิกความรับว่าต้นยูคาลิปตัสของกลางตัดจากที่ดินของโจทก์ร่วม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า พยานโจทก์เบิกความสอดคล้องต้องกัน โดยเฉพาะพยานที่เป็นคนงานตัดต้นยูคาลิปตัสไม่มีเหตุโกรธเคืองกับจำเลย เชื่อว่าพยานโจทก์ดังกล่าวเบิกความตามจริง ส่วนจำเลยที่ 1 กับนายเสงี่ยมเบิกความเรื่องการซื้อขายต้นยูคาลิปตัสและการชำระเงินที่ลดราคาลงมาขัดกันไม่น่าเชื่อเป็นพิรุธ ทั้งจำเลยที่ 2 เบิกความเจือสมคำพยานโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันว่าจ้างนายธวัชกับพวกตัดต้นยูคาลิปตัสของกลางจากที่ดินที่โจทก์ร่วมเช่าจากนางกฤษณาจริง แต่มีพฤติการณ์ตามคำของพยานโจทก์ว่า นางกฤษณาเป็นหนี้จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินที่โจทก์ร่วมเช่าจากนางกฤษณาเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ และนางกฤษณาเคยตกลงเอาต้นกล้าไม้ยูคาลิปตัสตีใช้หนี้จำเลยที่ 3ปรากฏรายละเอียดตามรายงานกระบวนพิจารณาเอกสารหมาย

ล.1 แสดงให้เห็นว่า จำเลยทั้งสามมีเจตนาตัดต้นยูคาลิปตัสเพื่อใช้หนี้จำเลยที่ 3 และเนื่องจากโจทก์ร่วมกับนางกฤษณาเป็นสามีภรรยามีบุตรด้วยกันย่อมทำให้จำเลยเข้าใจว่าต้นยูคาลิปตัสเป็นของนางกฤษณา จำเลยทั้งสามจึงร่วมกันเอาต้นยูคาลิปตัสของโจทก์ร่วมไปโดยไม่มีเจตนาทุจริต จำเลยทั้งสามจึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้อง..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ · บุญธรรม อยู่พุก
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้