Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1526/2565

พ.ศ. 2565 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องทั้งสองทราบกำหนดนัดและผลคดีรวมทั้งสามารถติดต่อสื่อสารกับทนายของผู้ร้องทั้งสองได้โดยตลอด แม้ผู้ร้องทั้งสองอยู่ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่ผู้ร้องทั้งสองมีทนายความในประเทศไทยที่มีอำนาจดำเนินคดีแทน และผู้ร้องทั้งสองสามารถติดต่อกับทนายความได้ ประกอบกับศาลชั้นต้นก็ยังคงเปิดทำการอยู่ เช่นนี้ ทนายความของผู้ร้องทั้งสองย่อมสามารถดำเนินการขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ การที่ผู้ร้องทั้งสองมิได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ภายในกำหนดจึงถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 มาตรา 4, 8, 8 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 90 ริบเงินตราธนบัตรไทย 47,720,000 บาท และรถยนต์ หมายเลขทะเบียน กจ 8888 แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ของกลาง ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องว่า เงิน 16,026,000 บาท และรถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องที่ 1 ผู้ร้องที่ 2 ยื่นคำร้องว่า เงิน 5,475,000 บาท ของกลางเป็นของผู้ร้องที่ 2 ผู้ร้องทั้งสองมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้คืนทรัพย์สินดังกล่าวแก่ผู้ร้องทั้งสอง ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยและผู้ร้องทั้งสองไม่มา โดยศาลชั้นต้นได้ออกหมายจับจำเลยฐานไม่ไปศาลในวันนัดสืบพยานจำเลยแล้ว แต่ยังจับไม่ได้ และเลื่อนการอ่านคำพิพากษา โดยแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้ร้องทั้งสองทราบแล้ว แต่จำเลยและผู้ร้องทั้งสองไม่มา ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยและผู้ร้องทั้งสอง โดยพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตา 27 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83 พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 มาตรา 8, 8 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 ปี

ริบของกลาง ให้จ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับในอัตราร้อยละ 30 และจ่ายเงินรางวัลแก่พนักงาน ผู้จับในอัตราร้อยละ 25 ของราคาของกลางที่ศาลสั่งริบตามกฎหมาย ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง โจทก์ จำเลย และผู้ร้องทั้งสองมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นจนศาลชั้นต้นออกหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยและผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยและผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแต่ให้รับอุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ผู้ร้องทั้งสองและจำเลยเป็นราษฎรของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผู้ร้องที่ 1 เป็นมารดาผู้ร้องที่ 2 จำเลยเป็นสามีผู้ร้องที่ 2 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งจังหวัดเชียงรายที่ 1380/2563 เรื่อง การระงับการเดินทางเข้า - ออกของบุคคล ยานพาหนะและสิ่งของ ณ จุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรนการค้าและช่องทางอื่น ๆ ตลอดแนวชายแดนจังหวัดเชียงรายเป็นการชั่วคราว คำสั่งดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2563 เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ ส่วนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีประกาศห้ามบุคคลเดินทางไปท้องถิ่นอื่นใดโดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 19 เมษายน 2563 จำเลยและผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 อนุญาตให้จำเลยและผู้ร้องทั้งสองขยายระยะเวลาอุทธรณ์ โดยอ้างว่ากรณีมีเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย

จำเลยมิได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว คดีสำหรับจำเลยจึงยุติตามคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องทั้งสองว่า มีเหตุสุดวิสัยที่ผู้ร้องทั้งสองจะขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 หรือไม่ เห็นว่า "เหตุสุดวิสัย" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น เหตุสุดวิสัยจึงต้องเป็นเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่สามารถป้องกันได้

แม้บุคคลผู้ประสบเหตุนั้นจะได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว แต่สาเหตุที่ผู้ร้องทั้งสองไม่ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดนั้น ได้ความจากนางสาวฐิตินันท์ พยานผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นญาติของผู้ร้องทั้งสองและจำเลยว่า ผู้ร้องทั้งสองทราบนัดสืบพยานจำเลยและนัดไต่สวนคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง แต่ทนายความแนะนำไม่ให้ไปศาลเพราะผู้ร้องทั้งสองและจำเลยถูกออกหมายจับ และเบิกความตอบพนักงานอัยการโจทก์ถามค้านว่า ทนายความของผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้คัดสำเนาคำพิพากษาให้ผู้ร้องทั้งสองและจำเลย รวมทั้งแจ้งให้ผู้ร้องทั้งสองทราบทางโทรศัพท์ แสดงว่าผู้ร้องทั้งสองทราบกำหนดนัดและผลคดีรวมทั้งสามารถติดต่อสื่อสารกับทนายของผู้ร้องทั้งสองได้โดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังได้ความจากคำเบิกความของนางสาวฐิตินันท์อีกว่า

พยานเปิดร้านอาหารอยู่ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาประมาณ 15 วัน ผู้ร้องทั้งสองนำสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาให้พยานดูและขอคำปรึกษาจากพยาน ซึ่งขณะนั้นพยานอยู่ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อันเป็นข้อบ่งชี้ว่า ผู้ร้องทั้งสองได้รับการติดต่อสื่อสารถึงการดำเนินคดีมาโดยตลอด แม้ผู้ร้องทั้งสองอยู่ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่ผู้ร้องทั้งสองก็มีทนายความในประเทศไทย เมื่อทนายความของผู้ร้องทั้งสองมีอำนาจดำเนินคดีแทนและผู้ร้องทั้งสองสามารถติดต่อกับทนายความได้ ประกอบกับศาลชั้นต้นก็ยังคงเปิดทำการอยู่ เช่นนี้ ทนายความของผู้ร้องทั้งสองย่อมสามารถดำเนินการขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้ผู้ร้องทั้งสองได้อยู่แล้ว การที่ผู้ร้องทั้งสองมิได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ภายในกำหนดจึงถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องทั้งสองฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศิริชัย ศิริชื่นวิจิตร · ชัยยุทธ กลับอำไพ · สุทิน อุ้ยตระกูล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเทิง - นายพินิจ บุญประเสริฐ
ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ ขาวแสง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.594/2565
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้