Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1524/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดอาญา ได้พบเห็น ส. กับพวกเล่นการพนันชนไก่อันเป็นความผิดอาญา จำเลยมีหน้าที่ต้องทำการจับกุมผู้กระทำความผิด แต่กลับไม่ทำการจับกุมและเรียกรับเงินจำนวน 1,500 บาท จาก ส. เพื่อจะไม่จับกุมตามหน้าที่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2540 เวลากลางวัน จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ตรวจพบนายสมาน แสงกล้า นายบุญสอนหรือสอน หมุ่ยศรี กับพวกร่วมกันเล่นการพนันชนไก่ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน อันเป็นการพบการการกระทำความผิดซึ่งหน้า ซึ่งจำเลยต้องจับกุมนายสมานกับพวกดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวนตามอำนาจหน้าที่เจ้าพนักงานตำรวจ แต่จำเลยไม่จับกุม กลับเรียกและรับเงิน 1,500 บาท จากนายสมานโดยมิชอบเพื่อไม่จับกุมนายสมานกับพวกดังกล่าวและให้เล่นการพนันชนไก่ต่อไปได้ อันเป็นการกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่นายสมาน นายบุญสอน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือผู้หนึ่งผู้ใด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157, 90 และนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 124/2548 ที่ 125/2548 และที่ 318/2548 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ลงโทษจำคุก 5 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ข้อหาและคำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอน้ำขุ่น ตำแหน่งผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม มีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดอาญา เดินทางไปที่เกิดเหตุพบนายสาน แสงกล้า และพวกชาวบ้านกำลังจะเล่นการพนันชนไก่เอาทรัพย์สินกัน จำเลยจึงเข้าไปพูดคุยกับนายสมาน ต่อมาในวันเดียวกันเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอน้ำขุ่นได้เข้ามาทำการจับกุมนายบุญสอนหรือสอน หมุ่ยศรี กับพวกรวม 19 คน ซึ่งเล่นการพนันชนไก่อยู่ในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นนายสมานร้องเรียนจำเลยกล่าวหาว่าจำเลยเรียกและรับเงิน 1,500 บาท

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยได้กระทำผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีนายสมานและนายบุญสอนมาเบิกความเป็นพยาน นายสมานเบิกความว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 9 นาฬิกา ขณะที่พยาน นายบุญสอนและพวกชาวบ้านประมาณ 30 คน กำลังจะเล่นการพนันชนไก่เอาทรัพย์สินกันโดยเอาไก่ชนมาเปรียบกันได้มีเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอน้ำขุ่น จำชื่อและนามสกุลไม่ได้เข้ามาห้ามไม่ให้ชนไก่เพราะไม่ได้รับอนุญาตห้ามแล้วเจ้าพนักงานตำรวจก็กลับไป จากนั้นสักครู่หนึ่งจำเลยได้มาพบกับพยานซึ่งยืนอยู่ใกล้กับนายบุญสอนแล้วจำเลยบอกพยานว่าถ้าหากพยานกับพวกจะเล่นการพนันชนไก่กันต่อไปก็ให้นำเงินจำนวน 1,500 บาทมาให้จำเลย จำเลยจะเอาไปให้นายและจำเลยจะให้เล่นการพนันชนไก่กันต่อไปได้

พยานตกลงจะให้เงินแก่จำเลย แต่ขณะนั้นไม่มีเงิน จึงไปขอยืมเงินจากนายบุญสอนมามอบให้จำเลย จำเลยรับเงินไปแล้วก็ออกไป ส่วนพยานกับพวกได้เล่นการพนันชนไก่กันไปจนกระทั่งเวลาประมาณ 16 นาฬิกา จึงมีเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอน้ำขุ่นเข้ามาจับกุมพยานกับพวกแต่พยานหลบหนีไปได้ ส่วนนายบุญสอนเบิกความว่า หลังจากมีเจ้าพนักงานตำรวจเข้ามาห้ามพยานกับพวกชาวบ้านไม่ให้เล่นการพนันชนไก่แล้ว พยานกับพวกก็จะเลิกชนไก่ แต่มีจำเลยเข้ามายังที่เกิดเหตุและเดินเข้าไปพูดคุยกับนายสมานซึ่งอยู่ห่างจากพยานประมาณ 2 ถึง 3 เมตร แต่พยานไม่ได้ยินว่าพูดคุยอะไรกัน ต่อมาสักครู่หนึ่งนายสมานได้เดินมาหาพยานและพูดขอยืมเงิน 1,500 บาท จากพยานโจทก์บอกว่าจะเอาไปให้จำเลยแล้วจำเลยจะให้เล่นการพนันชนไก่กันต่อไป

พยานจึงให้เงินเป็นธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 15 ฉบับ แก่นายสมาน นายสมานเดินกลับไปหาจำเลยและมอบเงินดังกล่าวให้แก่จำเลย ต่อจากนั้นพยานกับพวกได้เล่นการพนันชนไก่กันต่อจนถึงเวลาประมาณ 16 นาฬิกา จึงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสองเบิกความยืนยันเหตุการณ์ตั้งแต่แรกก่อนที่จำเลยจะเข้ามายังที่เกิดเหตุ เหตุการณ์ตอนที่จำเลยเข้ามาพูดคุยกันนายสมานแล้วนายสมานไปขอยืมเงินจากนายบุญสอนนำไปมอบให้จำเลย รวมทั้งเหตุการณ์ภายหลังจากจำเลยรับเงินไปแล้วจนถึงตอนที่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจเข้ามาจับกุมได้สอดคล้องต้องกันในข้อสาระสำคัญ แม้จะมีข้อแตกต่างกันไปบ้างเกี่ยวกับระยะห่างระหว่างจุดที่นายสมานพูดคุยกับจำเลยกับบริเวณที่เล่นการพนันชนไก่ ซึ่งนายสมานเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า

ห่างกันประมาณ 11 ถึง 12 เมตร แต่นายบุญสอนเบิกความว่าห่างกันประมาณ 2 ถึง 3 เมตร หรือในข้อที่ว่าก่อนเกิดเหตุที่หมู่บ้านของพยานทั้งสองเคยจัดให้มีการพนันชนไก่มาก่อนหรือไม่ โดยนายสมานเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ไม่เคยจัดให้มีการพนันชนไก่ แต่นายบุญสอนเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ที่หมู่บ้านเคยจัดให้มีการพนันชนไก่โดยขออนุญาต รวมทั้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวจำเลยที่ว่าก่อนที่จำเลยจะเข้ามาพูดเรียกร้องเอาเงินจากนายสมาน จำเลยได้เข้ามาอยู่ในที่เกิดเหตุก่อนแล้วหรือไม่ ซึ่งนายสมานเบิกความว่า หลังจากเจ้าพนักงานตำรวจคนแรกที่เข้ามาห้ามไม่ให้เล่นการพนันชนไก่กลับไปแล้ว จำเลยจึงเข้ามาในที่เกิดเหตุพูดเรียกร้องเอาเงินจากนายสมาน แต่ตามบันทึกคำให้การของนายสมานเอกสารหมาย

จ.7 นายสมานให้การแตกต่างไปว่า ในขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอน้ำขุ่นซึ่งไม่ทราบชื่อเข้ามาบอกให้เลิกชนไก่ หากไม่เลิกจะจับกุมนั้น จำเลยซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปประมาณ 3 ถึง 4 เมตร ได้เดินเข้ามาหานายสมานและพูดเรียกร้องเอาเงินจากนายสมานดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย แต่ข้อแตกต่างดังกล่าวก็เป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อย มิใช่ข้อสาระสำคัญ อีกทั้งคดีนี้จำเลยก็นำสืบรับว่า จำเลยได้มายังที่เกิดเหตุและได้เข้าไปพูดคุยกับนายสมานพยานโจทก์จริงอันเป็นข้อเจือสมพยานโจทก์ ข้อแตกต่างดังกล่าวจึงไม่มีผลถึงกับจะทำให้คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองขาดน้ำหนักที่จะรับฟัง ประกอบกับพยานโจทก์ทั้งสองไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน จึงไม่มีเหตุที่จะระแวงสงสัยว่าจะกลั่นแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยให้ได้รับโทษโดยปราศจากมูลความจริง

พยานหลักฐานของโจทก์ดังวินิจฉัยมามีน้ำหนักมั่นคง ที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่า สาเหตุที่จำเลยถูกร้องเรียนจนถูกดำเนินเป็นคดีนี้เป็นเพราะนายสมานทราบว่าจำเลยเป็นผู้แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจไปจับกุมนายสมานกับพวกที่เล่นการพนันชนไก่ นายสมานกับพวกจึงโกรธแค้นจำเลยและไปร้องเรียนกล่าวหาว่าจำเลยเรียกเงิน 1,500 บาท นั้น เห็นว่า ข้อนำสืบต่อสู้ของจำเลยดังกล่าวเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย ส่วนข้ออ้างของจำเลยที่ว่านายสมานโกรธแค้นที่จำเลยเป็นผู้แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจไปจับกุมนายสมานกับพวกก็ปรากฏว่านายสมานไม่ได้ถูกจับกุมด้วย ผู้ที่จะโกรธแค้นจำเลยจึงน่าจะเป็นผู้เล่นพนันที่ถูกจับกุมมากกว่า อีกทั้งสาเหตุที่นายสมานกับพวกเล่นการพนันชนไก่แล้วถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา

แม้ผู้ถูกจับกุมจะมีความโกรธแค้นที่ถูกจับอยู่บ้างก็หาใช่เป็นสาเหตุร้ายแรงถึงขนาดที่นายสมานจะต้องปั้นแต่งเรื่องเท็จขึ้นเพื่อกลั่นแกล้งจำเลยซึ่งเป็นการเสี่ยงต่อการที่ตนเองจะถูกดำเนินคดี พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยซึ่งในขณะเกิดเหตุเป็นเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอน้ำขุ่น ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ งานป้องกันและปราบปราม มีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดอาญา ได้พบเห้นนายสมานกับพวกเล่นการพนันชนไก่อันเป็นความผิดอาญา จำเลยมีหน้าที่ต้องทำการจับกุมผู้กระทำความผิดดังกล่าว แต่จำเลยกลับไม่ทำการจับกุมและเรียกรับเงินจำนวน 1,500 บาท

จากนายสมานเพื่อจะไม่จับกุมนายสมานกับพวกตามหน้าที่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินสำหรับตนเองโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษามา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกรียงศักดิ์ คงผล · มานัส เหลืองประเสริฐ · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2140/2568

แม้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะมีการกล่าวหาหรือไม่ว่ามีการกระทำความผิดที่อยู่ในหน้าท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4789/2565

การที่จะเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149 จะต้องได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม ส. โดยชอบ กล่าวคือ จับกุมขณะ ส. กำลังเล่นการพนัน แล้วหลังจากนั้นจึงเรียกรับเงินจาก ส. เพื่อที่จะไม่ดำเนินคดี เมื่อจำเลยกับพ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 621367)

พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 98/1 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "กรณีที่มีการฟ้องคดีผู้ถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญาต่อศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาคดี ให้ศาลท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2165/2561

กฎหมายวิธีสบัญญัติ เมื่อมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้วผูกพันใช้บังคับแก่คู่ความทันที ดังนั้น แม้ขณะเกิดเหตุ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่อาจทำการไต่สวน แต่ขณะที่ผู้เสียหายกล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14738/2558

พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา 58/2 ที่ใช้บังคับขณะเกิดเหตุบัญญัติว่า "ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดำรงตำแหน่งนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง..." เมื่อประกาศผลเลือกตั้งในวันที่ 15 กันยายน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้