Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1522/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องในตอนแรกว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าท่าเทียบเรือกับโจทก์ มีเงื่อนไขว่าจำเลยที่ 1 ต้องดำเนินกิจการต่อเนื่องและไม่ให้ผู้อื่นเช่าช่วง จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาให้จำเลยที่ 2 เช่าช่วงเข้าดำเนินกิจการแทน และบรรยายฟ้องในตอนท้ายว่าจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าในนามของแพปลาสินธ์ไพโรจน์ ซึ่งเป็นบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ดำเนินกิจการท่าเทียบเรือดังกล่าวเพียงผู้เดียว จำเลยที่ 1 ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ถือได้ว่าจำเลยที่ 2เชิดจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1ชำระค่าเช่าที่ค้างชำระ ตามคำฟ้องจึงสรุปได้ว่าโจทก์ทราบอยู่แล้วว่าจำเลยที่ 2 เชิดจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนทำสัญญากับโจทก์และจำเลยที่ 2เป็นผู้ดำเนินกิจการแต่ผู้เดียว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าท่าเทียบเรือประมงคุระบุรี กับโจทก์มีกำหนด 5 ปี โดยมีข้อตกลงว่าจำเลยที่ 1จะต้องดำเนินกิจการต่อเนื่องไม่เอาทรัพย์สินที่เช่าหรือสิทธิการเช่าไปให้ผู้อื่นเช่าช่วง จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาโดยให้จำเลยที่ 2ดำเนินกิจการแทนและค้างชำระค่าเช่า ในการทำสัญญาเช่าดังกล่าวจำเลยที่ 1 กระทำในนามแพปลาสินธ์ไพโรจน์ ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดมีจำเลยที่ 2 เป็น ผู้ดำเนินกิจการท่าเทียบเรือแต่เพียงผู้เดียวถือว่าจำเลยที่ 2 เชิดจำเลยที่ 1 แสดงออกเป็นตัวแทนของตน จำเลยที่ 2จึงต้องรับผิดในค่าเช่าที่ค้างชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเช่าที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดี เพราะจำเลยที่ 2 ถูกฟ้องล้มละลาย และศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายในตอนแรกว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเช่าท่าเทียบเรือประมงคุระบุรีกับโจทก์มีกำหนดเวลาเช่า 5 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าจำเลยที่ 1 จะต้องดำเนินกิจการท่าเทียบเรือต่อเนื่องกันไปและจะไม่ให้ผู้อื่นเช่าช่วงเมื่อทำสัญญาแล้วจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาไม่ดำเนินกิจการท่าเทียบเรือตามสัญญากลับให้จำเลยที่ 2 เข้าดำเนินกิจการท่าเทียบเรือแทนและไม่ดำเนินการให้ต่อเนื่องโดยเอาไปให้ผู้อื่นเช่าช่วง กับผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าปีที่ 4 แก่โจทก์ และบรรยายฟ้องในตอนสุดท้ายว่าจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าในนามของแพปลาสินธ์ไพโรจน์ ซึ่งจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด

มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ดำเนินกิจการท่าเทียบเรือดังกล่าวเพียงผู้เดียว ภายหลังจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่ากับโจทก์จำเลยที่ 1 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกิจการท่าเทียบเรือแต่อย่างใดถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เชิดจำเลยที่ 1 แสดงออกเป็นตัวแทนของตนจำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าที่ค้างให้แก่โจทก์ ดังนี้ตามคำฟ้องจึงสรุปได้ว่า จำเลยที่ 2 เชิดให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนทำสัญญาเช่าท่าเทียบเรือประมงกับโจทก์และจำเลยที่ 2 ได้เข้าดำเนินกิจการท่าเทียบเรือแต่ผู้เดียวหลังจากทำสัญญาเป็นต้นมาโดยจำเลยที่ 1 ไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องด้วย จึงเท่ากับโจทก์ทราบแล้วว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวการ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่โจทก์บรรยายฟ้องฟังได้ดังกล่าวมา จำเลยที่ 1 จึงไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดตามสัญญาเช่าท่าเทียบเรือประมงร่วมกับจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นตัวการ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ประเด็นเรื่องฟ้องเคลือบคลุมไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานและศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญธรรม อยู่พุก · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้