Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15179/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ที่กำหนดให้คัดสำเนาประกาศรัฐมนตรีซึ่งกำหนดขึ้นตามบทแห่งกฎหมายดังกล่าวประกาศไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้นเป็นแต่เพียงการกำหนดวิธีการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่กระทำในการประกาศให้ทราบถึงประกาศรัฐมนตรีเท่านั้น ไม่ใช่บทบังคับอันเป็นองค์ประกอบความผิดการที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวกมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2499 โดยประกาศดังกล่าวได้มีการคัดสำเนาประกาศไว้ ณ สถานที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ทราบโดยทั่วกัน และจำเลยกับพวกได้ทราบแล้ว ดังนั้น แม้โจทก์จะมิได้นำสืบให้เห็นว่า ได้มีการคัดสำเนาประกาศกระทรวงเกษตร เรื่องกำหนดเขตควบคุมการประรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ปิดประกาศไว้ ณ สถานที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ลงโทษจำเลยได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2544 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยกับนายสุใจจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4124/2544 ของศาลชั้นต้นร่วมกันมีไม้สักแปรรูปจำนวน 126 แผ่นเหลี่ยม ปริมาตร 1.19 ลูกบาศก์เมตรอันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไว้ในครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4, 48, 73, 74 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 83, 92 นับโทษจำเลยต่อจากโทษคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4629/2544 ของศาลชั้นต้น และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง 73 วรรคสอง (ที่ถูก มาตรา 73 วรรคสอง (1)) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 3 ปี เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 คงจำคุก 4 ปี ที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4629/2544 นั้น คดีดังกล่าวยังไม่มีคำพิพากษา คำขอในส่วนนี้จึงให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ยกคำขอให้เพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ด้วย คงจำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า นายสุใจจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4124/2544 ของศาลชั้นต้นร่วมกับพวกมีไม้สักแปรรูป อันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. จำนวน 126 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 1.19 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยร่วมกระทำผิดกับนายสุใจด้วยหรือไม่

จำเลยฎีกาเพียงประการเดียวว่า โจทก์มิได้นำสืบให้ปรากฏว่าได้มีการคัดสำเนาประกาศเขตควบคุมการแปรรูปไม้ปิดไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด เท่ากับว่าโจทก์มิได้นำสืบว่า ท้องที่เกิดเหตุเป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้ อันเป็นองค์ประกอบความผิดที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษ กรณีจึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง เห็นว่า จำเลยได้ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นว่ากล่าวแล้วในชั้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มิได้วินิจฉัย ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยให้ ซึ่งการวินิจฉัยปัญหาที่มีแต่เฉพาะข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า

จำเลยร่วมกับนายสุใจมีไม้สักแปรรูปของกลางไว้ในครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า ท้องที่เกิดเหตุเป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ยังมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ได้มีการคัดสำเนาประกาศกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ปิดไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงไปเสียเลย โดยคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวกมีไม้สักแปรรูปอันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไว้ในครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2499 เรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้

พ.ศ.2484 มาตรา 47, 75 โดยประกาศดังกล่าวได้มีการคัดสำเนาประกาศไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอที่ว่าการกำนัน ที่สาธารณสถานในท้องที่ที่เกี่ยวข้องและในท้องที่เกิดเหตุให้ทราบโดยทั่วกันและจำเลยกับพวกได้ทราบแล้ว ซึ่งโจทก์จะได้นำส่งศาลในชั้นพิจารณาต่อไป แต่ในชั้นพิจารณาโจทก์มิได้นำสืบพยานหรืออ้างส่งพยานหลักฐานว่าได้มีการปิดสำเนาประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรว่า ท้องที่เกิดเหตุเป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้แต่อย่างใด เมื่อรับฟังข้อเท็จจริงเป็นดังนี้แล้ว จะได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยต่อไป เห็นว่า มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ที่กำหนดให้คัดสำเนาประกาศรัฐมนตรีซึ่งกำหนดขึ้นตามบทแห่งกฎหมายดังกล่าวประกาศไว้ตามสถานที่ต่าง

ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้นเป็นแต่เพียงการกำหนดวิธีการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กระทำในการประกาศให้ทราบถึงประกาศรัฐมนตรีเท่านั้นไม่ใช่บทบังคับอันเป็นองค์ประกอบความผิด การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวกมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2499 โดยประกาศดังกล่าวได้มีการคัดสำเนาประกาศไว้ ณ สถานที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ทราบโดยทั่วกัน และจำเลยกับพวกได้ทราบแล้ว ซึ่งจำเลยไม่เคยโต้เถียง ทั้งไม่ฎีกาว่าท้องที่เกิดเหตุมิใช่เขตควบคุมการแปรรูปไม้ แสดงว่าจำเลยทราบประกาศดังกล่าวแล้ว หากจำเลยเห็นว่ายังไม่ได้มีการปิดประกาศดังกล่าว ซึ่งจะใช้บังคับแก่จำเลยไม่ได้

ก็เป็นข้อที่จำเลยจะต่อสู้ขึ้นมาให้เห็นเป็นประเด็นในศาลชั้นต้น ดังนั้น แม้โจทก์จะมิได้นำสืบให้เห็นว่า ได้มีการคัดสำเนาประกาศกระทรวงเกษตร เรื่อง กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ปิดประกาศไว้ ณ สถานที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ลงโทษจำเลยได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นแต่อย่างไรก็ตาม คดีนี้แม้จำเลยฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยให้เหมาะสมแก่ความผิดได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ลงโทษจำคุกจำเลยให้เหมาะสมแก่ความผิดได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปี นั้น หนักเกินไป เห็นสมควรกำหนดโทษเสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · สบโชค สุขารมณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้