Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1515/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ มาตรา 113 มีเจตนารมณ์ที่จะลงโทษผู้ที่กลับมากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ซ้ำอีกภายในกำหนดห้าปีนับแต่พ้นโทษในการกระทำผิดครั้งก่อนให้หนักขึ้น โดยไม่ได้คำนึงว่าโทษที่ได้รับจากการกระทำผิดครั้งก่อนจะเป็นโทษชนิดใดเมื่อศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดครั้งก่อนทั้งจำคุกและปรับ แต่มีการรอการลงโทษจำคุกไว้และจำเลยได้ชำระค่าปรับแล้วจึงถือได้ว่าจำเลยพ้นโทษในการกระทำผิดครั้งก่อนในวันชำระค่าปรับแล้ว จำเลยกลับมากระทำความผิดอีกภายในกำหนดเวลาห้าปี จึงต้องวางโทษจำเลยเป็นทวีคูณ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 113

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2534 มาตรา 4, 108, 110, 113, 115 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 33 ริบของกลาง และวางโทษทวีคูณแก่จำเลยตามกฎหมายจำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเคยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7567/2540 ของศาลอาญา และต้องคำพิพากษาให้ลงโทษปรับตามฟ้องจริงศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534มาตรา 110(1) ประกอบมาตรา 108 ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ11,000 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,500 บาท เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี แม้จำเลยเคยกระทำความผิดมาก่อนแต่เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยอีกครั้งหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง ส่วนที่โจทก์ขอให้วางโทษทวีคูณแก่จำเลยนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2534 มาตรา 113 บัญญัติว่า "บุคคลใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปีกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้อีก ให้วางโทษทวีคูณ"

เห็นว่า คำว่า พ้นโทษ คือพ้นโทษที่ได้รับจริง ๆ ในคดีก่อน เมื่อในคดีก่อนศาลลงโทษจำคุกและปรับ แต่รอการลงโทษจำคุกไว้ จำเลยจึงไม่ได้รับโทษจำคุกจริง ๆ หรืออีกนัยหนึ่งโทษจำคุกที่รอไว้ไม่ใช่โทษจำคุกที่จำเลยได้รับจริง แม้จะพ้นโทษปรับ แต่คดีก่อนมีทั้งรอการลงโทษจำคุกและปรับ ถือไม่ได้ว่ามีการพ้นโทษจำคุก กรณีจึงวางโทษทวีคูณตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 113 ไม่ได้คำขอของโจทก์ส่วนนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 113บัญญัติว่า "บุคคลใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปีกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้อีก ให้วางโทษทวีคูณ"

บทกฎหมายมาตรานี้มีเจตนารมณ์ที่จะลงโทษผู้ที่กลับมากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ซ้ำอีกภายในกำหนดห้าปีนับแต่พ้นโทษในการกระทำผิดครั้งก่อนให้หนักขึ้นฐานที่ไม่หลาบจำ โดยไม่ได้คำนึงว่าโทษที่ได้รับจากการกระทำผิดครั้งก่อนที่พ้นมานั้นจะเป็นการต้องระวางโทษชนิดใดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 เป็นการเฉพาะเจาะจง ดังนั้น แม้การกระทำความผิดของจำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ครั้งก่อนตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7567/2540 ของศาลอาญา ซึ่งถึงที่สุดแล้ว มีคำพิพากษาวางโทษจำเลยทั้งจำคุกและปรับ แต่มีการรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย อันถือว่าจำเลยไม่ได้รับการลงโทษจำคุกจริงตามคำพิพากษาดังเช่นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยก็ตาม แต่เมื่อการปรับก็เป็นโทษชนิดหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18จึงถือได้ว่าในการกระทำผิดครั้งก่อนจำเลยถูกพิพากษาต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า

พ.ศ. 2534 แล้ว เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยต้องคำพิพากษาคดีก่อนให้ลงโทษปรับ 6,000 บาทตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7567/2540 ของศาลอาญา วันที่ 1ตุลาคม 2540 และได้ชำระค่าปรับแล้ว จำเลยจึงพ้นโทษในการกระทำผิดคดีดังกล่าวในวันชำระค่าปรับเป็นต้นไป และเมื่อจำเลยมากระทำความผิดคดีนี้อีกในวันที่ 12 กรกฎาคม 2542 จึงเป็นกรณีที่จำเลยกลับมากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534อีกเมื่อพ้นโทษในการกระทำผิดครั้งก่อนยังไม่ครบกำหนดห้าปีต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 113 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534แล้ว การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่วางโทษจำเลยทวีคูณนั้นจึงเป็นการไม่ชอบอุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้วางโทษทวีคูณตามมาตรา 113 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 จำคุกจำเลย 1 ปีและปรับ 22,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 11,000บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ เพชรรุ่ง · สมคิด ไตรโสรัส · พิชิต คำแฝง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้