Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1514/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งไม่ได้อุทธรณ์ ไม่มีความผิดดังฟ้อง โดยลักษณะคดีศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาให้เป็นคุณรวมไปถึงจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ด้วยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 213 (อ้างฎีกาที่ 1370/2503) จำเลยเข้าไปขอซื้อสบู่ในร้านผู้เสียหาย 1 ก้อน ราคา 3 บาท จำเลยส่งธนบัตรใบละ 100 บาทให้ ผู้เสียหายทอนให้ 97 บาท ต่อมาจำเลยพูดว่าไม่ต้องการสบู่ขอเงินคืน พร้อมกับส่งสบู่และเงินทอนให้ผู้เสียหาย ผู้เสียหายรับเงินทอนโดยไม่นับดู แล้วคืนธนบัตร 100 บาทให้จำเลย จำเลยรับแล้วก็รีบออกจากร้านไป ดังนี้ เจตนาของจำเลยก็เพื่อต้องการเงินจำนวนหนึ่งจากเจ้าทรัพย์ โดยใช้อุบายทำทีว่าจะซื้อสบู่ ด้วยการชำระเงินด้วยธนบัตรใบละ 100 บาท เพื่อเจ้าทรัพย์จะได้ทอนเงินปลีกให้เมื่อได้เงินทอนแล้วก็กลับบอกเลิกไม่ซื้อสบู่ และขอธนบัตรใบละ 100 บาทคืน โดยมอบเงินทอนให้แก่เจ้าทรัพย์ แต่ฉวยโอกาสทำการทุจริตยักเอาเงินไว้เสีย 50 บาท โดยแกล้งทำเป็นซื้อสบู่เป็นฉากบังหน้าอันเป็นเท็จ เพื่อหลอกลวงให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินคือเงินส่วนหนึ่งที่เจ้าทรัพย์ทอนให้ เพราะหลงเชื่อในการหลอกลวงนั้น การกระทำของจำเลยเป็นผิดฐานฉ้อโกง เมื่อความผิดของจำเลยที่ได้ความตามทางพิจารณาเป็นฐานฉ้อโกง โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ ไม่ประสงค์ให้ลงโทษฐานฉ้อโกง ศาลจะลงโทษจำเลยหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๑ คนสมคบร่วมกันเป็นคนร้ายลักธนบัตร ๕๐ บาทของนางเซียมเอง แซ่เซียว ไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕(๗),๙๒ กับให้คืนเงิน ๕๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยทุกคนปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานลักทรัพย์ ส่วนจำเลยอื่นอีก ๓ คน ยังไม่พอฟังว่าได้ร่วมกระทำผิด พิพากษาว่านางสะเลาะจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ ให้จำคุกไว้ ๑ ปี กับใช้เงิน ๕๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ ยกฟ้องโจท์กปล่อยตัวจำเลยอื่น

โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยอีก ๓ คนฐานเป็นผู้ร่วมสบคบกระทำผิดกับจำเลยที่ ๑ ด้วย นางสะเลาะจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ว่าไม่ควรมีผิด แต่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย เพราะยื่นเมื่อขาดอายุความอุทธรณ์แล้ว

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีโจทก์เป็นที่น่าสงสัยไม่พอฟังลงโทษจำเลยที่ ๑ และแม้จะฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอาญาเชื่อมา การกระทำนั้นก็ไม่ใช่ความผิดฐานลักทรัพย์ แต่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้อง จะลงโทษจำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๒ วรรคสอง ที่แก้ไขใหม่ และเมื่อเป็นเหตุในลักษณะคดีเช่นนี้ ย่อมมีผลถึงนางสะเลาะ จำเลยที่ ๑ ด้วย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ปล่อยจำเลยทุกคนพ้นข้อหา และยกคำขอที่ให้คืนเงินแก่เจ้าทรัพย์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ดังคำพิพากษาศาลอาญา

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ไม่ได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ควรมีความผิดดังฟ้องโดยลักษณะคดีนั้น ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาให้เป็นคุณประโยชน์รวมไปถึงจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ด้วยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๓ และคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๗๐/๒๕๐๓ ส่วนข้อเท็จจริง ศาลฎีกาเชื่อตามที่ศาลชั้นต้นฟังมา ซึ่งได้ความว่า จำเลยที่ ๑ ได้เข้าไปขอซื้อสบู่ในร้านผู้เสียหาย ๑ ก้อน ผู้เสียหายบอกราคา ๓ บาท จำเลยที่ ๑ ส่งธนบัตรใบละ ๑๐๐ บาทให้เป็นค่าสบู่ ผู้เสียหายทอนให้ ๙๗ บาท จำเลยที่ ๑ นับเงินทอนแล้วบอกว่าไม่ถูกเพราะสบู่ราคาก้อนละ ๒.๕๐ บาท ผู้เสียหายว่าขายราคานั้นไม่ได้

จำเลยที่ ๑ จึงว่า อย่างนั้นก็ไม่เอา แล้วส่งเงินที่ทอน ๙๗ บาทให้แก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายคืนธนบัตรฉบับละ ๑๐๐ บาทให้ไป สักครู่หนึ่งจำเลยก็ตกลงจะซื้อสบู่ราคา ๓ บาทอีก ผู้เสียหายจึงหยิบสบู่ให้ใหม่ แต่จำเลยที่ ๑ ยังไม่ให้เงินทันที ได้เดินดูสินค้าอย่างอื่นในร้าน ในที่สุดก็ไม่ซื้อของอื่น จำเลยที่ ๑ ส่งธนบัตรใบละ ๑๐๐ บาทใหผู้เสียหาย แล้วรับเงินทอนมา ๙๗ บาท ระหว่างนั้นมีผู้มาถามซื้อของในร้าน ต่อมาจำเลยที่ ๑ พูดว่าไม่ต้องการสบู่แล้วขอเงินคืน พร้อมด้วยส่งสบู่และเงินทอนให้แก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายรับเงินทอนโดยไม่ได้นับดู แล้วคืนธนบัตรฉบับ ๑๐๐ บาท ให้แก่จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ รับแล้วก็รีบออกจากร้านไป ต่อมามีคนร้านใกล้เคียงกันทราบเรื่อง จึงแนะนำให้ผู้เสียหายนับเงินทอนดู ก็ปรากฏว่าเงินทอนขาดไป ๕๐ บาท

ศาลฎีกาเห็นว่า เจตนาอันแท้จริงของนางสะเลาะจำเลยที่ ๑ ก็เพื่อต้องการเงินจำนวนหนึ่งจากเจ้าทรัพย์ โดยใช้อุบายทำทีว่าจะซื้อสบู่ด้วยการชำระเงินด้วยธนบัตรใบละ ๑๐๐ บาท เพื่อเจ้าทรัพย์จะได้ทอนเงินปลีกให้เป็นสำคัญ เมื่อได้เงินทอนมาแล้วก็กลับบอกเลิกไม่ซื้อสบู่และขอธนบัตรใบละ ๑๐๐ บาทคืน โดยมอบเงินทอนให้แก่เจ้าทรัพย์ แต่ได้ฉวยโอกาสทำการทุจริตยักเอาเงินทอนไว้เสีย ๕๐ บาท คงคืนให้แก่เจ้าทรัพย์ไปเพียง ๔๗ บาท ทั้งนี้ โดยการแกล้งทำซื้อสบูเป็นฉากบังหน้าอันเป็นเท็จ เพื่อหลอกลวงให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินคือเงินส่วนหนึ่งที่เจ้าทรัพย์ทอนให้เพราะหลงเชื่อในการหลอกลวงนั้น การกระทำของนางสะเลาะจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ หาใช่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ไม่

เพราะการที่เจ้าทรัพย์ทอนเงินให้แก่นางสะเลาะจำเลยก็โดยที่นางสะเลาะจำเลยใช้อุบายหลอกลวงให้ได้มาซึ่งเงินทอนนั้น เป็นประการสำคัญแห่งเจตนาตน เมื่อความผิดของจำเลยที่ ๑ ที่ได้ความตามทางพิจารณาเป็นฐานฉ้อโกง แต่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ ไม่ประสงค์ให้ลงโทษฐานฉ้อโกง ศาลจะลงโทษจำเลยที่ ๑ หาได้ไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาที่แก้ไขใหม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · ยง เหลืองรังษี
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายกำจร ปัทมานันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้