Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1511/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองที่บัญญัติว่า "เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย" หมายความว่า เมื่อศาลชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวงในคดีตามที่โจทก์และจำเลยต่างนำสืบแล้ว เห็นได้ว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่อาจรับฟังได้โดยปราศจากความสงสัยว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลจึงจะยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลยมิใช่แต่เพียงว่าเมื่อข้อเท็จจริงตาม พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาแตกต่างหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริงตาม พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบต่อสู้แล้ว จะให้รับฟังเลยว่าพยานหลักฐาน ของโจทก์มีเหตุสงสัยแล้วยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยเสียทีเดียว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1,940 เม็ด น้ำหนักรวม 178.570 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 28.152 กรัม ให้แก่สายลับและเจ้าพนักงานตำรวจผู้ล่อซื้อราคา110,000 บาท อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15,66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และริบเมทแอมเฟตามีนของกลางจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, (ที่ถูกมาตรา 15 วรรคหนึ่ง)66 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกมาตรา 102 และประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83)

จำคุกคนละ 25 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวน จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสามและกึ่งหนึ่งตามลำดับคงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 16 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีกำหนดคนละ 12 ปี 6 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยชั้นนี้ว่า จำเลยที่ 1ได้ร่วมกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาสรุปได้ว่า จำเลยที่ 1มิได้ร่วมเป็นตัวการกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำผิดตามฟ้องเพราะในวันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 นำรถยนต์โดยสารปรับอากาศมาให้จำเลยที่ 2 ซ่อมปั๊มหัวฉีดเครื่องยนต์ที่ร้านใกล้ ๆ กับที่เกิดเหตุแล้วจำเลยที่ 1 ก็กลับบ้านไปรวบรวมเงินมาเพื่อชำระค่าซ่อม เมื่อกลับมาที่รถยนต์ ในระหว่างที่ติดเครื่องยนต์ทดสอบจำเลยที่ 1 ลงจากรถยนต์ไปด้านท้ายเพื่อดูควันจากท่อไอเสียก็ถูกพนักงานตำรวจเข้ามาจับกุมกล่าวหาว่าร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่เคยรู้จักกับจำเลยที่ 3 มาก่อนเลย บันทึกต่าง ๆ ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย

จ.1 จ.2 จ.6 จ.7 และ จ.8 ที่เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมและพนักงานสอบสวนจัดทำขึ้นก็แตกต่างกันเป็นพิรุธไม่ได้ความว่าการครอบครองเมทแอมเฟตามีนของกลางก่อนและขณะเกิดเหตุเป็นอย่างไร จำเลยที่ 1 มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่เอกสารดังกล่าวรวมทั้งเอกสารตามหมาย จ.9 ถึง จ.12 ได้จัดทำขึ้นโดยที่จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อโดยไม่สมัครใจ ทั้งถูกข่มขู่ให้รับสารภาพด้วย อันจะเห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ ตามรายงานการตรวจของแพทย์ เอกสารหมาย ล.2 ทั้งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการนำสืบของโจทก์และของจำเลยทั้งสามเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ก็แตกต่างกันเป็นสามทางไม่อาจรับฟังเป็นยุติได้ จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าจำเลยที่ 1จะได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่

สมควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 227 โดยยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 เสียนั้น เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองที่บัญญัติว่า "เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย" หมายความว่า เมื่อศาลได้วินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวงในคดีตามข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยต่างนำสืบสนับสนุนคำฟ้องและคำให้การของทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นได้ว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่อาจรับฟังได้โดยปราศจากความสงสัยว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลจึงจะยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลย คือฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องมิใช่แต่เพียงว่าเมื่อข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาแตกต่างหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบต่อสู้แล้ว จะให้รับฟังเลยว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีเหตุสงสัยแล้วให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยเสียทีเดียวดังเช่นที่จำเลยที่ 1 ฎีกาแต่อย่างใด"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ เพชรรุ่ง · โนรี จันทร์ทร · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้