Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1510/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

รั้วที่จำเลยที่ 1 สร้างเป็นกำแพงทึบมีความสูงถึง 2.70 เมตรส่วนอีกสามด้านไม่ได้สร้างเช่นนั้น เมื่อพิจารณาถึงสภาพและตำแหน่งที่ตั้งอยู่ของบ้านโจทก์ซึ่งปลูกค่อนมาทางแนวเขตที่ดินด้านทิศใต้ติดต่อกับที่ดินที่จำเลยที่ 1 สร้างรั้วกำแพงทึบโดยชายคาชั้นล่างของบ้านโจทก์ด้านใกล้แนวเขตที่ดินมีความสูงจากพื้นดินระหว่าง 3 ถึง 3.10 เมตร และบ้านโจทก์ไม่ได้ตั้งอยู่ในย่านชุมชนกลางเมืองประกอบกันแล้ว เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้สร้างรั้วกำแพงทึบสูงเกินสมควร เป็นเหตุให้บังแสงสว่างและทางลมที่จะเข้าไปในห้องชั้นล่างของบ้านโจทก์เป็นบางส่วน ย่อมจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ข้างเคียง หรืออย่างน้อยก็ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญเกินกว่าที่ควรคาดคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเกิดขึ้นตามปกติ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะปฏิบัติการเพื่อยังให้ความเสียหายหรือความเดือดร้อนรำคาญนั้นให้สิ้นไปได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337 แม้ว่ารั้วที่จำเลยที่ 1สร้างนั้นจะได้รับอนุญาตจากทางราชการแล้วก็ตาม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ อาศัยสิทธิของจำเลยที่ ๒ ก่อสร้างรั้วอิฐทึบติดกับรั้วลวดหนามด้านทิศใต้ของที่ดินโจทก์ สูงจากพื้นดินประมาณ ๒.๘๕ ถึง ๒.๙๕ เมตรเกือบชนชายคาบ้านชั้นล่างของโจทก์ มีช่องห่างจากกันไม่เกิน ๕๐ เซนติเมตร ปิดกั้นแสงสว่าง แสงแดด ทางลมและอากาศที่เคยผ่านจากด้านทิศใต้เข้ามายังบ้านชั้นล่างของโจทก์ตามปกติโดยสิ้นเชิง ทำให้โจทก์และบริวารได้รับความเดือดร้อน รั้วที่ล้อมที่ดินจำเลยอีกสามด้าน จำเลยที่ ๑ มิได้สร้างขึ้นเช่นนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริตซึ่งมีแต่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่โจทก์ เป็นการเกินสมควรกว่าปกติและเหตุอันควรในเมื่อนำสภาพและตำแหน่งที่ตั้งของบ้านและที่ดินของโจทก์จำเลยขึ้นมาพิจารณา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอบังคับให้จำเลยทั้งสองรื้อรั้วทึบที่ก่อสร้าง ห้ามจำเลยและบริวารกระทำการใด ๆ อันจะทำให้สิทธิและผลประโยชน์ของโจทก์ที่เคยมีอยู่เดิมลดน้อยลงในอนาคตด้วย ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายวันละ ๒๐๐ บาทนับจากวันถัดวันฟ้องจนกว่าจะรื้อรั้วเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินและบ้านที่ปลูกอยู่อาศัย จึงไม่มีสิทธิฟ้อง จำเลยได้ก่อสร้างรั้วอิฐสูงจากพื้นดิน ๒ เมตรเศษยาวตลอดแนวเขตที่ดินที่ติดกับที่ดินของโจทก์ ซึ่งจำเลยยังจะต้องก่อสร้างรั้วอิฐเช่นนี้ตามแนวเขตที่ดินอีกสามด้านด้วย รั้วที่จำเลยก่อสร้างขึ้นแล้วอยู่ห่างบ้านโจทก์ด้านหลังประมาณ ๒ เมตร ด้านบนของรั้วมิได้สูงมากจนเกือบจดชายคาบ้านล่างของโจทก์ไม่ได้ปิดกั้นทางลม แสงแดด แสงสว่างและอากาศยังเข้ามาที่บ้านชั้นล่างของโจทก์ตามปกติ จำเลยใช้สิทธิโดยสุจริตพอสมควรกับสภาวะแวดล้อมและพฤติการณ์ในยุคขณะนี้อีกทั้งรั้วที่ก่อสร้างก็ได้รับอนุญาตจากทางราชการแล้ว โจทก์กับบริวารไม่ได้รับความเสียหายเดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติและเหตอันควรแต่อย่าางใดไม่

การก่อสร้างรั่วอิฐดังกล่าวเป็นการกระทำโดยมีเหตุอันควร โจทก์ควรจะคาดหมายได้อยู่ก่อนแล้วในตอนที่โจทก์จะปลูกสร้างบ้านว่าหากไม่ประสงค์จะให้มีสิ่งก่อสร้างปิดบังสายลม แสงแดด และแสงสว่าง ก็ควรจะปลูกสร้างให้ห่างจากแนวเขตของฝ่ายจำเลยให้มากกว่านี้ โจทก์สร้างบ้านอยู่ในย่านเมืองหลวง ที่ดินมีราคาแพงและมีโจรภัยชุกชุมการก่อสร้างรั้วอิฐสูงประมาณ ๒ เมตรครึ่งนี้เป็นสิ่งปกติที่ผู้อาศัยในเมืองหลวงและในย่านแขวงลาดยาว เขตบางเขน พึงกระทำกันการกระทำของจำเลยจึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ หากจะเสียหายก็ไม่เกินวันละ ๑๐ สตางค์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ รื้อรั้วกำแพงทึบตามฟ้องเฉพาะแนวบนที่มีความสูงเกินกว่า ๒ เมตร เมื่อวัดความสูงจากพื้นดินทางด้านที่ดินของโจทก์ออกตอลดแนวเขตที่ติดต่อกันที่ดินของโจทก์ คำขออื่นและฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ ให้ยก โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นว่าให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เมื่อได้พิจารณาถึงสภาพรั้วที่จำเลยที่ ๑ สร้างเป็นกำแพงทึบมีความสูงถึง ๒.๗๐ เมตร โดยอีกสามด้านไม่ได้สร้างเช่นนั้นกับพิจารณาถึงสภาพและตำแหน่งที่ตั้งอยู่ของบ้านโจทก์ซึ่งปลูกค่อนมาทางแนวเขตที่ดินด้านทิศใต้ติดต่อกันโดยที่ชายคาชั้นล่างของบ้านด้านใกล้แนวเขตที่ดินมีความสูงจากพื้นดินระหว่าง ๓ เมตรถึง ๓.๑๐ เมตร และบ้านโจทก์ไม่ได้ตั้งอยู่ในย่านชุมชนกลางเมืองประกอบกันแล้ว เห็นได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้สร้างรั้วกำแพงทึบสูงเกินสมควร เป็นเหตุให้บังแสงสว่างและทางลมที่จะเข้าไปในห้องชั้นล่างของบ้านโจทก์เป็นบางส่วน ย่อมจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ข้างเคียง หรืออย่างน้อยก็ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญเกินกว่าที่ควรคาดคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเกิดขึ้นตามปกติ

แม้รั้วที่จำเลยที่ ๑ สร้างจะได้รับอนุญาตจากทางราชการแล้วโดยชอบดังที่จำเลยกล่าวอ้าง ก็ไม่เป็นเหตุที่จำเลยที่ ๑ จะนำมาอ้างในกรณีเช่นนี้ได้ เพราะการก่อสร้างนี้ก่อให้เกิดความเสียหายหรือเดือดร้อนรำคาญเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายแก่โจทก์ดังกล่าวแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิที่จะปฏิบัติการเพื่อยังให้ความเสียหายหรือความเดือดร้อนรำคาญนั้นให้สิ้นไปได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๗

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ เป็นว่าให้จำเลยที่ ๑ รื้อรั้วกำแพงทึบตามฟ้องเฉพาะแนวบนที่มีความสูงเกินกว่า ๒ เมตร โดยวัดความสูงจากพื้นดินทางด้านที่ดินของโจทก์ออกตลอดแนวเขตที่ดินที่ติดต่อกับที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราวันละ ๓ บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยที่ ๑ จะรื้อรั้วกำแพงทึบออกเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ · สมประสงค์ พานิชอัตรา
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายไพฑูรย์ เนติโพธิ์
ศาลอุทธรณ์ - นายธิรพันธุ์ รัศมิทัด
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2573/2554

แม้ผู้จัดสรรที่ดินได้แสดงออกโดยปริยายว่า จะจัดให้มีถนนในโครงการที่ดินที่จัดสรรตามแผนผังโครงการ ซึ่งถือเป็นสาธารณูปโภคและตกอยู่ในภาระจำยอม ซึ่งผู้จัดสรรที่ดินมีหน้าที่ต้องบำรุงรักษาให้คงสภาพดังเช่นที่ไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 877/2546

โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากเทศบาลเมืองโพธารามเพื่อใช้เป็นสถานที่จอดรถสำหรับกิจการโรงแรมของโจทก์ ส่วนจำเลยทั้งสามเป็นเจ้าของตึกแถวซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินข้างเคียงได้ติดตั้งหลังคากันสาดรุกล้ำเข้ามาในที่ดินที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8027/2546

ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตทางหลวง แต่ก็มิใช่ตัวทางหลวง ไม่ว่าจะเป็นผิวจราจรหรือทางเท้า ที่ดินของโจทก์จึงมิได้เชื่อมกับถนนกันตังเนื่องจากยังมีที่ดินพิพาทคั่นอยู่ หากโจทก์จะเข้าออกระหว่างที่ดินของโจทก์กับถนนก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5576/2545

การที่โจทก์จะได้รับความเดือดร้อนถึงกับต้องใช้สิทธิเพื่อยังความเดือดร้อนให้สิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337 นั้น จะต้องได้ความว่าเป็นความเดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2544 (เลขอ้างอิง 44086)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้