Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1510/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยอายุไม่เกิน 14 ปี กระทำความผิด ศาลได้สั่งให้มอบตัวแก่บิดาจำเลยรับไปดูแล หากจำเลยก่อเหตุร้ายขึ้นภายใน 3 ปี ให้บิดาจำเลยชำระเงินต่อศาลครั้งละ 500บาทต่อมาจำเลยกระทำผิดอีก ศาลจึงสั่งให้ปรับบิดาจำเลยตามข้อกำหนดดังกล่าว และต่อมาจำเลยยังได้กระทำความผิดอีกเป็นครั้งที่สองในเวลากระชั้นชิดกัน สุดความสามารถที่บิดาจะควบคุมดูแลได้กับปรากฏว่าบิดาจำเลยเป็นคนยากจนด้วยเช่นนี้ ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจไม่บังคับให้บิดาจำเลยชำระเงินตามข้อกำหนดสำหรับการก่อเหตุร้ายของจำเลยครั้งที่สองเสียได้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 77 มิใช่บทบังคับเด็ดขาดว่า ในกรณีที่เด็กก่อเหตุร้ายขึ้นแล้ว ศาลจักต้องบังคับบิดาฯให้ชำระเงินตามข้อกำหนดเสมอไปโดยศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจเพียงให้ชำระเงินน้อยกว่าที่ได้กำหนดไว้เท่านั้น แต่ถ้าศาลเห็นว่ามีเหตุอันสมควรก็อาจไม่บังคับให้ชำระเงินเลยก็ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 จำเลยอายุไม่เกิน 14 ปี ศาลสั่งให้มอบตัวจำเลยให้บิดาจำเลยรับไปดูแล หากจำเลยก่อเหตุร้ายขึ้นภายใน 3 ปี ให้บิดาจำเลยชำระเงินต่อศาลครั้งละ 500 บาท นายประสาน เสื่อส่อสิทธิ์ บิดาจำเลยได้ทำสัญญาไว้ต่อศาลว่าจะระวังให้จำเลยประพฤติตนรักษาความเรียบร้อยไม่ก่อเหตุร้ายตลอดเวลาที่ศาลกำหนดไว้ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ก่อเหตุร้ายโดยถูกฟ้องฐานร่วมกันลักทรัพย์ ขอให้บังคับนายประสาน เสือส่อสิทธิ์ ชำระเงินตามเงื่อนไขที่ศาลได้กำหนดไว้ นายประสานมาศาลและยอมชำระเงิน ครั้นต่อมาอีก

โจทก์ยื่นคำร้องว่า บัดนี้จำเลยได้ก่อเหตุร้ายขึ้นอีกโดยถูกฟ้องฐานลักทรัพย์อีกคดีหนึ่ง ขอให้บังคับนายประสานบิดาจำเลยชำระเงิน 500 บาทตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดไว้ศาลชั้นต้นเห็นว่า พฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป จำเลยกระทำผิดครั้งที่สอง ศาลพิพากษาจำคุกและได้ปรับนายประสานแล้ว ซึ่งนายประสานยังชำระค่าปรับไม่หมด จำเลยก็ได้ก่อเหตุเป็นครั้งที่สามและถูกศาลพิพากษาส่งตัวไปฝึกอบรมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดสงขลา สมควรมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดที่ได้พิพากษาไว้ในคดีนี้ จึงให้ยกเลิกข้อกำหนดที่สั่งปรับนายประสานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 วรรคท้าย ส่วนคำร้องฉบับหลังของโจทก์ให้เป็นพับไม่ใช้บังคับนายประสานต่อไปโจทก์อุทธรณ์ขอให้ปรับนายประสานบิดาจำเลยตามคำร้องของโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในผลที่ไม่สั่งให้นายประสานชำระเงินตามสัญญาสำหรับการก่อเหตุร้ายครั้งหลังของจำเลยโจทก์ฎีกาว่านายประสานบิดาจำเลยได้กระทำผิดเงื่อนไขข้อกำหนดของศาล

ศาลจึงต้องปรับ จะยกเลิกเสียทีเดียวไม่ได้ ส่วนจะปรับมากน้อยเพียงใด สุดแต่ดุลพินิจศาลฎีกาปรึกษาแล้ว เห็นว่า ขณะที่จำเลยก่อเหตุร้ายขึ้นตามคำร้องของโจทก์ครั้งหลัง (9 กันยายน 2514) นั้น ข้อกำหนดของศาลที่ให้นายประสานบิดาจำเลยระวังจำเลยไม่ให้ก่อเหตุร้ายยังมีผลใช้บังคับอยู่ เพราะขณะนั้นศาลยังมิได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งที่ได้วางข้อกำหนดเป็นอย่างอื่น มีปัญหาแต่เพียงว่า ศาลมีอำนาจที่จะไม่บังคับนายประสานบิดาจำเลยให้ชำระเงินตามข้อกำหนดนั้นได้หรือไม่ปัญหาข้อนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 77 วรรคแรก มิใช่บทบังคับเด็ดขาดว่า ในกรณีที่เด็กก่อเหตุร้ายขึ้นแล้ว ศาลจักต้องบังคับบิดามารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลที่เด็กอาศัยอยู่ชำระเงินตามข้อกำหนดเสมอไป ถ้าศาลเห็นว่ามีเหตุอันสมควร ก็อาจจะไม่บังคับให้บิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กอาศัยอยู่ชำระเงินก็ได้ หาได้หมายความว่าศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจเพียงให้ชำระเงินน้อยกว่าที่กำหนด ดังที่โจทก์ฎีกาเท่านั้นไม่ สำหรับเรื่องนี้ศาลอุทธรณ์ได้ใช้ดุลพินิจไม่บังคับให้นายประสานบิดาจำเลยชำระเงินตามข้อกำหนดโดยมีเหตุอันสมควรแล้ว ไม่มีเหตุจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัญชัย สัจจวานิช · วินัย ทองลงยา · เฉลิม กรพุกกะณะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้