Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 151/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ร่วมกับจำเลยทำการค้าเครื่องประดับสตรีเพื่อประโยชน์ร่วมกัน การที่จำเลยมาเอาสร้อยลูกปัดไปจากโจทก์ร่วมได้ทำหลักฐานการรับมอบ ให้ยึดถือไว้ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ร่วมมอบให้จำเลยไปขายเพื่อผลกำไร ตามที่เคยปฏิบัติต่อกันมาก่อนโดยสุจริต เมื่อจำเลยขายได้แล้วไม่นำ เงินมาชำระให้แก่โจทก์ร่วม จึงเป็นการผิดสัญญาทางแพ่งคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงเอาสร้อยลูกปัดไปจากโจทก์ร่วม การกระทำของจำเลยไม่มีมูลความผิดฐานฉ้อโกงตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 1 ปี ให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์ร่วมด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยนำสืบต้องกัน รับฟังเป็นยุติได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยได้รับมอบสร้อยลูกปัดรวม 6 รายการ จำนวน 7 ชิ้นเป็นเงิน 40,750 บาท ตามเอกสารหมาย จ.1 และ ล.1ไปจากโจทก์ร่วมจริง จึงมีปัญหาว่าจำเลยได้หลอกลวงเอาสร้อยลูกปัดดังกล่าวไปจากโจทก์ร่วมโดยทุจริตอันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ร่วมเบิกความว่าเคยเอาเครื่องประดับให้พี่สาวไปขายเพื่อเอากำไรนางสุรีย์ สุวรรณะ ภริยาโจทก์ร่วมเบิกความว่า นางจำนงค์ (พี่สาวโจทก์ร่วม)นอกจากรับราชการแล้ว ยังขายเครื่องประดับสตรีเป็นการหารายได้พิเศษอีกด้วย สามีพยานก็เคยฝากของให้เขาไปขายเอากำไร และนางจำนงค์ก็เบิกความว่า รู้จักจำเลยเป็นอย่างดีมาประมาณ 2 ปี เนื่องจากพยานขายเพชรพลอยเครื่องประดับได้ฝากจำเลยช่วยขายด้วย ข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามปากนี้ฟังได้ว่า โจทก์ร่วมและนางสาวจำนงค์พี่สาวนอกจากรับราชการครูแล้ว ยังค้าขายเครื่องประดับสตรีและได้ฝากให้จำเลยช่วยขายให้ด้วย จึงเจือสมคำเบิกความของจำเลยที่เบิกความว่า รู้จักผู้เสียหาย(โจทก์ร่วม) โดยนางสาวจำนงค์พี่สาวผู้เสียหายซึ่งเคยติดต่อค้าขายกันแนะนำให้รู้จักเพื่อทำการค้าเครื่องประดับร่วมกัน

ประกอบกับโจทก์ร่วมเบิกความว่าจำเลยกับสามีไปที่บ้านพยานบ่อย ๆ บางเดือนก็ครั้งเดียว บางเดือนก็ 3 - 4 ครั้ง ดังนี้ ที่โจทก์นำสืบว่าก่อนเกิดเหตุคดีนี้จำเลยไม่เคยมาเอาของอะไรจากโจทก์ร่วมและไม่เคยติดต่อค้าขายกันมาก่อนจึงขัดกับคำเบิกความของพยานโจทก์ดังกล่าว ข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่าที่จำเลยไปบ้านโจทก์ร่วมบ่อย ๆ ก็เพื่อติดต่อเอาเครื่องประดับสตรีไปขาย เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันนั่นเองเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ร่วมกับจำเลยทำการค้าเครื่องประดับสตรีเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ฉะนั้น ที่จำเลยมาเอาสร้อยลูกปัดตามฟ้องไปจากโจทก์ร่วม โดยทั้งสองฝ่ายได้ทำหลักฐานการรับมอบสร้อยลูกปัดตามเอกสารหมาย จ.1 และ ล.1 ให้แก่กันและกันยึดถือไว้เช่นนี้

ประกอบกับเอกสารหมาย จ.1 จำเลยยังได้ลงชื่อและระบุหมายเลขโทรศัพท์ที่บ้านจำเลยให้โจทก์ร่วมทราบไว้ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในการติดต่อกันนั่นเองแสดงให้เห็นว่าที่โจทก์ร่วมมอบสร้อยลูกปัดให้จำเลยไปดังกล่าวจึงเป็นกรณีที่โจทก์ร่วมมอบให้จำเลยไปขายเพื่อผลกำไรตามที่เคยปฏิบัติต่อกันมาก่อนโดยสุจริต เมื่อจำเลยขายได้แล้ว ไม่นำเงินมาชำระให้แก่โจทก์ร่วม จึงเป็นการผิดสัญญาทางแพ่ง ที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์ร่วมมอบสร้อยลูกปัดให้จำเลยไปเพราะหลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลยว่านางสาวจำนงค์ให้มาเองจากโจทก์ร่วมนั้น ขัดต่อเหตุผลและความเป็นจริงดังวินิจฉัยมาข้างต้น จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงเอาสร้อยลูกปัดไปจากโจทก์ร่วม การกระทำของจำเลยไม่มีมูลความผิดทางอาญา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2568

จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม แม้ในคดีอาญาข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงและคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5793/2567

แม้ฟ้องโจทก์บรรยายครบองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) ซึ่งถูกยกเลิกไปแล้ว อันเป็นบทหนักที่บัญญัติให้ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษสูงขึ้น และ พ.ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยโดยทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จผ่านทางโปรแกรมเฟซบุ๊กตามฟ้อง เสนอขายสินค้าซึ่งความจริงแล้วจำเลยไม่มีเจตนาขายสินค้าดังกล่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1496/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่า จำเลยประกอบอาชีพให้บริการรับยื่นขอวีซ่า ใบถิ่นที่อยู่ ใบต่างด้าว และสามารถยื่นคำขอเปลี่ยนสั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้