Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1507/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในเรื่องวินัยและการรักษาวินัยกำหนดให้ถือตามระเบียบข้าราชการพลเรือนซึ่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนฯ ห้ามมิให้ข้าราชการพลเรือนฯ ประพฤติชั่ว หากผู้ใดประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งมีโทษให้ออกปลดออก หรือไล่ออก การที่โจทก์นำตัวเหี้ยไปผูกไว้ที่ต้นปาล์มหน้าโรงงาน และปิดประกาศมีข้อความหยาบคาย ด่าดูหมิ่นเหยียดหยาม ขับไล่ อ. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา อันเป็นการไม่เคารพและแสดงถึงความประพฤติในทางเสื่อมทรามของโจทก์จึงถือได้ว่าโจทก์กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับฯ ของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องตักเตือนเป็นหนังสือและไม่จ่ายค่าชดเชยได้ ประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ 68 ให้อำนาจนายจ้างกำหนดวินัยและโทษทางวินัยขึ้นใช้บังคับแก่ลูกจ้างได้ แต่ในกรณีลูกจ้างกระทำผิดวินัยอันมีโทษถึงปลดออกและนายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาว่าการกระทำผิดของลูกจ้างต้องด้วยกรณีใดกรณีหนึ่งตามข้อ 47(1) ถึง (6) แห่งประกาศฯดังกล่าวเป็นสำคัญ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2521 จำเลยปลดโจทก์ออกจากงานฐานกระทำผิดวินัย โดยกล่าวหาว่าโจทก์ปิดประกาศข้อความว่า "ไอ้ตัวร้าย จัญไร ใจสัตว์ อรุณ สัตย์ตะเมฆ ออกไปให้พ้นจากโรงงานสุรา คนงานพนักงานไม่ต้องการแล้วโว้ย" เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามผู้บังคับบัญชา ซึ่งมิใช่เป็นการปลดโจทก์ในกรณีใดกรณีหนึ่งตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 47 ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย โบนัส และบำเหน็จให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า โจทก์กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง และฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างอย่างร้ายแรง โดยจำเลยนำตัวเหี้ยไปผูกไว้ที่โคนต้นปาล์มและปิดประกาศมีข้อความตามฟ้อง โดยมีเจตนาให้นายอรุณ

ศตะเมฆ ผู้จัดการโรงงานอันเป็นตัวแทนของจำเลยได้รับความเสียหายเป็นการแสดงเจตนาดูหมิ่นเหยียดหยามต่อผู้บังคับบัญชา ซึ่งตามกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยให้ถือตามระเบียบข้าราชการพลเรือน ถือว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จหรือโบนัส ขอให้ยกฟ้องชั้นแรกศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์จงใจทำให้นายจ้างเสียหายต้องด้วยข้อยกเว้นในข้อ 47(2) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ อันเป็นข้อยกเว้นที่จำเลยจะเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และไม่ต้องจ่ายเงินบำเหน็จและโบนัสตามระเบียบของจำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

การกระทำของโจทก์เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับนายอรุณ และกรณีไม่เข้าตามข้อยกเว้นในข้อ 47(2) แห่งประกาศฯ ดังกล่าว แต่คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของโจทก์เข้าตามข้อยกเว้นในข้อ 47(1) และ (3) หรือไม่ สมควรให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว ตลอดทั้งปัญหาเรื่องค่าชดเชย โบนัสและบำเหน็จต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดีศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การกระทำของโจทก์เป็นการผิดวินัยอย่างร้ายแรงถือได้ว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 มาตรา 81 ซึ่งจะต้องรับโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก ตามความร้ายแรงแห่งกรณี และข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกำหนดให้ลูกจ้างต้องรักษาวินัยตามระเบียบข้าราชการพลเรือนซึ่งใช้บังคับอยู่โดยอนุโลม

การกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามข้อ 47(3) และโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จและโบนัสจากจำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ 6.6 กำหนดว่า "ลูกจ้างต้องรักษาวินัยตามระเบียบข้าราชการพลเรือนซึ่งใช้บังคับอยู่โดยอนุโลมตามควรแก่กรณี" ซึ่งมีความหมายว่า ระเบียบข้อบังคับของจำเลยกำหนดให้ถือระเบียบข้าราชการพลเรือนในเรื่องวินัยและการรักษาวินัยเป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยด้วย และตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน มาตรา 81 บัญญัติว่า

"ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง" ซึ่งมีโทษให้ออก ปลดออกหรือไล่ออก เห็นได้ว่า พฤติการณ์ที่โจทก์กระทำต่อนายอรุณเป็นไปในลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยามให้ได้รับความอับอายขายหน้า ซึ่งโจทก์ในฐานะพนักงานผู้ใต้บังคับบัญชาไม่พึงกระทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะไม่เป็นการเคารพผู้บังคับบัญชาแล้วยังแสดงให้เห็นถึงความประพฤติของโจทก์ไปในทางที่เสื่อมทรามอีกด้วย การกระทำดังกล่าวของโจทก์จึงได้ชื่อว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 มาตรา 81 และถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(1) จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องตักเตือนเป็นหนังสือและได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ข้ออุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนไม่อาจนำมาใช้ปรับบทของกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นกรณีของโจทก์ได้เพราะขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานและความสงบเรียบร้อยของประชาชน เห็นว่า วินัยและโทษทางวินัยเป็นรายการที่นายจ้างต้องให้มีกำหนดไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 68 เป็นแต่ประกาศฯ ฉบับดังกล่าวมิได้กำหนดถึงการกระทำของลูกจ้างที่เป็นความผิดทางวินัยไว้เท่านั้น หาได้หมายความว่านายจ้างไม่อาจกำหนดวินัย

โทษทางวินัยขึ้นใช้บังคับ ดังข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยไม่ ส่วนการที่นายจ้างจะปลดลูกจ้างออกจากงานเพราะทำผิดวินัยมีโทษถึงปลดออกนายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างหรือไม่ ต้องพิจารณาตามข้อ 47 แห่งประกาศฯ ดังกล่าว หากการปลดออกนั้นมิใช่เป็นกรณีหนึ่งกรณีใดตามที่ระบุไว้ในข้อ 47(1) ถึง (6) นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าชดเชย ดังนั้นการที่ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกำหนดให้ลูกจ้างต้องรักษาวินัยตามระเบียบข้าราชการพลเรือนซึ่งใช้บังคับอยู่โดยอนุโลม จึงไม่ขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จและโบนัสจากจำเลยหรือไม่

เห็นว่าตามคำสั่งที่ 124/2501 เรื่อง ระเบียบว่าด้วยเวลาทำงานและวันหยุดงาน ค่าจ้างเงินชดเชย เงินค่าทดแทน ค่ารักษาพยาบาลและค่าทำศพ และบำเหน็จพนักงานและคนงานในโรงงานสุรา พ.ศ. 2501 ของกระทรวงอุตสาหกรรม ข้อ 34 ระบุว่า"พนักงานประจำที่ตายเพราะการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของตนเอง หรือออกจากงานเพราะได้กระทำความผิดอย่างร้ายแรงไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ" และคำสั่งที่ 40/2495 เรื่อง ระเบียบว่าด้วยการจ่ายเบี้ยเลี้ยงกรรมการและโบนัสของกรรมการและพนักงานโรงงานสุรา กรมโรงงานอุตสาหกรรม ของกระทรวงอุตสาหกรรม ลงวันที่ 26 มีนาคม 2495 ข้อ 16 ระบุว่า "ผู้ที่ถูกไล่ออกหรือปลดออกจากงานโดยมีความผิด ให้งดจ่ายเงินโบนัสในปีนั้น"

คำสั่งทั้งสองฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับระหว่างบริษัทจำเลยกับพนักงานและคนงานของโรงงานสุราบางยี่ขัน ตามสัญญาเช่าโรงงานสุราบางยี่ขัน ฉบับ พ.ศ. 2513 - 2522 และ พ.ศ. 2503 - 2512 ระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรมกับบริษัทจำเลย เมื่อได้ความว่าโจทก์ถูกปลดออกจากงานเนื่องจากได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จและโบนัสตามคำสั่งกระทรวงอุตสาหกรรมดังกล่าวพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · พิพัฒน์ จักรางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้