Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1506/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บริษัทจำเลยที่ 3 ทำการก่อสร้างถนนโดยได้ทำสัญญารับจ้างกับกรมทางหลวงตามรายการต่อท้ายสัญญาจ้าง ปรากฏว่าถนนที่ซ่อมและทำใหม่ตามแบบกว้าง 12 เมตร เป็นผิวจราจร 7เมตร เป็นไหล่ถนนข้างละ 2 เมตรครึ่ง บริษัทจำเลยที่ 3 ต้องซ่อมแซมทั้งผิวจราจรและต้องเอาดินลูกรังถมไหล่ถนนให้สูงขึ้นด้วย และเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ อันเกิดแก่อาคารที่อยู่ใกล้เคียง หรือบุคคลภายนอกเนื่องจากการกระทำใดๆ ในงานนี้ ต้องให้การจราจรผ่านไปมาได้โดยสะดวก และจะต้องทำและติดตั้งป้ายจราจรเครื่องหมาย ไม้กั้น และสิ่งประกอบอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยแก่การจราจรตั้งแต่เริ่มงานก่อสร้างจนกระทั่งงานเสร็จ แต่บริษัทจำเลยที่ 3 ไม่ติดตั้งป้ายหรือเครื่องหมายเตือนผู้ขับขี่รถให้ทราบว่ามีการก่อสร้างซ่อมถนนอยู่ข้างหน้า ไม่รดน้ำไหล่ถนนที่ถมด้วยดินลูกรังซึ่งตนซ่อมแซมอยู่ เป็นเหตุให้เกิดฝุ่นตลบ อันเป็นเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้จำเลยที่ 1 ซึ่งขับรถของจำเลยที่ 2ผู้เป็นนายจ้าง สวนทางกับรถโจทก์ในถนนตรงนั้น ขับแซงรถคันอื่นเข้าชนรถโจทก์ด้วยความประมาท ทำให้รถโจทก์เสียหาย บริษัทจำเลยที่ 3 ก็ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้กระทำต่อโจทก์ด้วย จะอ้างว่าไม่จำเป็นต้องรดน้ำไหล่ถนนให้ชุ่มอยู่เสมอ เพราะการรดน้ำก็เพื่อจะทำให้ดินแน่นเท่านั้น ไม่ใช่ถึงขนาดไม่ให้มีฝุ่น ดังนี้ หาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลและเป็นเจ้าของรถยนต์จี๊ปแลนด์โรเวอร์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ด 32383 จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน น.ฐ.02397 สำหรับรับจ้างบรรทุกหิน จำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลโดยจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม2510 เวลากลางวัน นายเอนก ศัยนันท์ ได้ขับรถยนต์ของโจทก์พร้อมกับพวกรวม 11 คนกลับจากราชการจังหวัดพระนคร มาตามถนนมิตรภาพมุ่งหน้าไปจังหวัดขอนแก่น เมื่อมาถึงหลักกิโลเมตรที่ 117 อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ซึ่งจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างถนนตอนนั้นจากกรมทางหลวงแผ่นดิน และกำลังก่อสร้างอยู่ จำเลยที่ 3 ไม่ปิดเครื่องหมายแสดงให้เห็นว่าถนนตอนนั้นกำลังก่อสร้างทั้งไม่รดน้ำตามไหล่ถนนที่ถม

ปล่อยให้ฝุ่นฟุ้งเวลารถยนต์แล่นผ่านเป็นเหตุให้รถยนต์ที่แล่นผ่านมองไม่เห็นทางข้างหน้า เป็นการประมาทเลินเล่อ ทั้งไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ทำไว้กับกรมทางหลวงแผ่นดิน ขณะนั้นจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 โดยประมาท ได้ขับขี่รถยนต์แซงรถยนต์บรรทุกอีกคันหนึ่งขึ้นมาทั้ง ๆ ที่มีฝุ่นฟุ้งมองไม่เห็นทางและขับกินทางมาทางขวาของทาง เนื่องจากไม่มีเครื่องหมายแสดงว่าถนนกำลังก่อสร้างอยู่ และมีฝุ่นฟุ้งตลบมอบทางข้างหน้าไม่เห็นรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับจึงแล่นเข้าชนรถยนต์โจทก์ในเส้นทางของรถโจทก์เต็มแรงทำให้รถยนต์ของโจทก์เสียหายทั้งคัน ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหาย 70,250 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าชำระเงินเสร็จ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 3 ให้การรับว่าได้รับเหมาก่อสร้างทางบริเวณที่โจทก์ฟ้องแต่ไม่ได้ประมาทเลินเล่อดังโจทก์กล่าวหา จำเลยที่ 3 ได้ทำเครื่องหมายเพื่อให้ทราบว่าเป็นบริเวณก่อสร้างทาง และได้รดน้ำที่ไหล่ถนนตามหลักการสร้างทางแล้ว เหตุที่รถชนกันเกิดจากการขับรถโดยประมาทของผู้ขับรถของโจทก์และจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยที่ 3 ไม่ได้รดน้ำ และไม่มีป้ายบอกไว้ว่าทางกำลังก่อสร้าง จึงมีส่วนในการประมาท พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 70,250 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันละเมิดจนกว่าจะใช้เงินเสร็จและให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความ 300 บาทแทนโจทก์ จำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำของนายจารึกพยานจำเลยประกอบกับรายการละเอียดควบคุมการก่อสร้าง หมาย ป.จ.1 อันเป็นรายการต่อท้ายสัญญาจ้างทำการก่อสร้างหมาย ป.จ.2 ซึ่งกรมทางหลวงผู้ว่าจ้างและบริษัทจำเลยที่ 3 ผู้รับจ้างได้ลงนามกำกับและแนบติดสัญญาไว้ ปรากฏว่าถนนที่ซ่อมและทำใหม่ตามแบบกว้าง 12 เมตร เป็นผิวจราจร 7 เมตรเป็นไหล่ถนน 2 ข้าง ๆ ละ 2 เมตรครึ่ง บริษัทจำเลยที่ 3 ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมทั้งผิวจราจร และต้องเอาดินลูกรังถมไหล่ถนนให้สูงขึ้นด้วย ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดแก่อาคารที่อยู่ใกล้เคียงหรือบุคคลภายนอก เนื่องจากการกระทำใด ๆในงานนี้ ผู้รับจ้างต้องให้การจราจรผ่านไปมาได้โดยสะดวกตั้งแต่เริ่มงานก่อสร้างจนกระทั่งงานแล้วเสร็จบริบูรณ์ และผู้รับจ้างจะต้องทำและติดตั้งป้ายจราจร

เครื่องหมาย ไม้กั้น และสิ่งประกอบอื่น ๆ ตามแบบของกรมทางหลวง เพื่อความปลอดภัยแก่การจราจรตั้งแต่เริ่มงานก่อสร้างจนกระทั่งงานแล้วเสร็จบริบูรณ์ ข้อสำคัญหรือรายละเอียดในการก่อสร้างนี้ นายสถิตย์ พรหมสุทธิ กรรมการผู้จัดการของบริษัทจำเลยที่ 3 เบิกความเป็นพยานจำเลยว่า บริษัทต้องถือโดยเคร่งครัดดังนี้ การที่จำเลยที่ 3 ไม่ติดตั้งป้ายจราจรดังข้อเท็จจริงที่ได้วินิจฉัย และไม่รดน้ำไหล่ถนนที่ถมด้วยดินลูกรังซึ่งตนทำการซ่อมแซมอยู่ จนเป็นเหตุให้เกิดฝุ่นตลบ จึงเป็นการที่จำเลยที่ 3 ได้กระทำผิดต่อหน้าที่ที่ตนจะต้องกระทำให้ถูกต้อง เมื่อการกระทำผิดต่อหน้าที่ดังกล่าวของจำเลยที่ 3 เป็นเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้รถของจำเลยที่ 2 ชนกับรถโจทก์ จำเลยที่ 3 ก็ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้กระทำต่อโจทก์ด้วย คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบด้วยรูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลยที่ 3 ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 250 บาท แทนโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิกรม เมาลานนท์ · สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้