Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1505/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาประนีประนอมยอมความนั้น กฎหมายมิได้บังคับให้ต้องทำตามแบบ เพียงแต่บัญญัติว่า ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีมิได้โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน แต่แยกลงลายมือชื่อในเอกสารคนละฉบับ โจทก์ย่อมอาศัยเอกสารที่จำเลยลงลายมือชื่อฟ้องร้องบังคับจำเลยได้ แม้โจทก์จะมิได้ลงลายมือชื่อร่วมในเอกสารนั้นด้วยปัญหาข้อกฎหมายซึ่งมิได้ยกขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งไม่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนต้องห้ามมิให้ฎีกา แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกามา ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์แต่งงานเป็นภริยานายแคล้ว อยู่กินด้วยกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส จนกระทั่งนายแคล้วตาย โจทก์ในฐานะภริยาและจำเลยในฐานะทายาท มีสิทธิได้รับเงินจากทางราชการ 4 ประเภท รวม64,175 บาท แต่มีข้อพิพาทแย่งกันขอรับเงินจึงได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์จำเลยจะไปรับเงินร่วมกันและแบ่งให้โจทก์ 20,000บาท เพื่อโจทก์จะได้เก็บไว้จัดการฌาปนกิจศพนายแคล้ว ส่วนเงินที่เหลือให้จำเลยเก็บไว้แต่ผู้เดียว หลังจากทำสัญญาแล้ว จำเลยไปรับเงินแต่ผู้เดียว และไม่ยอมแบ่งให้โจทก์ จึงขอให้บังคับ หากจำเลยไม่ปฏิบัติ ให้ศาลมีคำสั่งให้ศึกษาธิการจังหวัดแบ่งเงินบำเหน็จตกทอดของนายแคล้วซึ่งทางราชการจะจ่ายแก่ทายาทให้โจทก์ 20,000 บาทจำเลยต่อสู้ว่า

โจทก์ไม่ใช่ทายาท ไม่มีสิทธิรับเงินจากทางราชการ จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ เพราะความสำคัญผิดในสารสำคัญและตัดฟ้องว่าโจทก์จะฟ้องร้องเกี่ยวกับเงิน ช.พ.ค.ไม่ได้ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยเป็นฝ่ายนำสืบก่อน จำเลยแถลงโต้แย้งศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความด้วยความสมัครใจ ข้อตัดฟ้องฟังไม่ได้ พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 20,000 บาทแก่โจทก์ ที่โจทก์ขอให้สั่งให้ศึกษาธิการจังหวัดแบ่งเงินให้โจทก์นั้น ปรากฏว่าจำเลยได้รับเงินไปหมดแล้วไม่อาจบังคับได้ ให้ยกคำขอข้อนี้จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาต่อมาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจำเลยฎีกาข้อแรกว่า สัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาฝ่ายเดียว

ไม่มีฝ่ายที่ต้องรับผิดลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญโดยจำเลยอ้างว่าเอกสารสัญญาทั้งสองฉบับ มีโจทก์และจำเลยลงชื่อคนละฉบับ ไม่ได้ลงชื่อร่วมกัน จึงไม่เป็นสัญญาประนีประนอมศาลฎีกาเห็นว่า การประนีประนอมยอมความนั้น กฎหมายมิได้บังคับให้ต้องทำตามแบบแต่อย่างใด เพียงบัญญัติไว้ว่า ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดแล้ว จะฟ้องบังคับคดีไม่ได้เท่านั้น การประนีประนอมยอมความในคดีนี้มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายจะต้องรับผิดตามเอกสารหมาย จ.1 แล้ว แม้โจทก์จะมิได้ลงลายมือชื่อในเอกสารฉบับนี้ด้วย โจทก์ก็ฟ้องร้องบังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 851จำเลยฎีกาต่อไปว่า ข้อความที่ตกลงกันมีความหมายเพียงว่า

โจทก์เก็บเงินไว้ทำศพนายแคล้ว และต้องทำศพจนหมดเงิน 20,000 บาท เงินจำนวนนี้เท่ากับโจทก์รับฝากค่าทำศพไว้ มิใช่กรรมสิทธิ์ของโจทก์จำเลยจะไม่ฝากเงินให้โจทก์เก็บก็ได้ เพราะไม่มีกฎหมายบังคับศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาข้อนี้จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เพิ่งจะมายกในชั้นฎีกา ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยความสมัครใจพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศริ มลิลา · โพยม เลขยานนท์ · เฉลิม ทัตภิรมย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้