คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้สมคบกันถมดินลงในปากห้วยปลากั้งทำให้น้ำซึ่งไหลผ่านห้วยปลากั้งหยุดไหล ราษฎรเดือดร้อนไม่มีน้ำทำนา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 375จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นฟังว่า ลำห้วยปลากั้งเป็นร่องน้ำสาธารณะ จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันถมร่องน้ำนี้เป็นเหตุให้ร่องน้ำสาธารณะเกิดขัดข้อง พิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 375 ลงโทษปรับคนละ 300 บาทจำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันถมร่องน้ำสาธารณะจริง แต่จำเลยที่ 1 เป็นหัวหน้าการชลประทานราษฎร์ตามพระราชบัญญัติการชลประทานราษฎร์ พ.ศ. 2482 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วย มีหน้าที่แบ่งปันน้ำในเขตชลประทานราษฎร์ตามส่วนของจำนวนเนื้อที่ที่ทำการเพาะปลูก
จำเลยถมร่องน้ำโดยเชื่อว่ามีอำนาจทำได้ จึงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามฟ้องจำเลยทั้งสี่ฎีกาว่า ร่องน้ำที่พิพาทไม่ใช่ร่องน้ำสาธารณะศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสี่เป็นคนถมร่องน้ำหรือห้วยปลากั้งซึ่งเป็นร่องน้ำสาธารณะโดยจำเลยเชื่อว่าจำเลยมีอำนาจที่จะทำได้โดยสุจริต จึงไม่มีความผิด
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่จำเลยฎีกาว่า ร่องน้ำที่พิพาทไม่ใช่ร่องน้ำสาธารณะตามพระราชบัญญัติการชลประทานราษฎร์นั้น
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชนะคดีโดยยกฟ้องโจทก์อยู่แล้ว และร่องน้ำพิพาทจะเป็นร่องน้ำสาธารณะตามพระราชบัญญัติการชลประทานราษฎร์หรือไม่นั้น ก็มิได้ทำให้จำเลยเสียสิทธิแต่ประการใด จึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทั้งสี่พิพากษายืน