Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 150/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนี้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้มีหนังสือทวงหนี้และจำเลยมิได้ปฏิเสธหนี้ภายในกำหนดเวลา 14 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งความ ถือได้ว่าจำเลยเป็นหนี้กองทรัพย์สินของเจ้าหนี้เป็นการเด็ดขาดและถือเสมือนว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาแล้วตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเสมือนหนึ่งว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาให้ปฏิเสธหนี้ อันถือเสมือนว่าเป็นวันมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 271 ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 มิใช่นับแต่วันที่ศาลออกคำบังคับ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในหนี้รายนี้เมื่อพ้นกำหนดเวลาการบังคับคดีแล้ว หนี้รายนี้จึงเป็นหนี้ที่ไม่อาจขอรับชำระหนี้ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย)เด็ดขาดไว้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2539 และมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2540 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน จำกัด เจ้าหนี้ ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นเงิน126,097,468.21 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีความเห็นว่า เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 ทำหนังสือถึงลูกหนี้ ทวงถามให้จัดการชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ลูกหนี้ไม่ได้นำเงินมาชำระ หรือปฏิเสธเป็นหนังสือมายังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ภายในกำหนด

หนี้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ทวงถามไปถือเป็นหนี้เด็ดขาด เจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาได้ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จึงหมดสิทธิที่จะเรียกร้องเอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ และย่อมต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับเจ้าหนี้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้มีหนังสือทวงหนี้ให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินภายในกำหนดเวลา 14 วันนับแต่วันได้รับหนังสือ เป็นการดำเนินการทวงหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย

พ.ศ. 2483 มาตรา 119 เมื่อลูกหนี้ได้รับหนังสือทวงถามโดยชอบแล้วเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2529 ลูกหนี้มิได้ปฏิเสธหนี้ที่ทวงถามภายในกำหนดเวลา 14 วัน ต้องถือว่าลูกหนี้เป็นหนี้กองทรัพย์สินของเจ้าหนี้ตามจำนวนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งไปเป็นการเด็ดขาดโดยถึงที่สุดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2529 อันเป็นวันถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาให้ปฏิเสธหนี้ ซึ่งต้องถือเสมือนว่าลูกหนี้เป็นหนี้ตามคำพิพากษาเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2529 จากนั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้มีอำนาจขอให้ศาลออกคำบังคับแก่ลูกหนี้ให้ปฏิบัติตามคำบังคับได้และถ้าลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ก็อาจมีคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเสมือนหนึ่งว่าลูกหนี้นั้นเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา

กรณีเช่นนี้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการบังคับคดีไว้โดยเฉพาะซึ่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 กำหนดให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม จึงอนุโลมใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอบังคับคดีภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2529 อันถือเสมือนว่าเป็นวันมีคำพิพากษา มิใช่นับแต่วันที่ศาลออกคำบังคับดังที่เจ้าหนี้ฎีกา เพราะการออกคำบังคับเป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้นที่จะให้มีการดำเนินการบังคับคดีต่อไปเท่านั้น เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2539 ย่อมพ้นกำหนดเวลาการบังคับคดีดังกล่าวไม่อาจนำมาขอรับชำระหนี้ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำขอรับชำระหนี้รายนี้ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วัฒนชัย โชติชูตระกูล · จำลอง สุขศิริ · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้