คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าจำเลยไม่มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า KISTERINE และให้จำเลยถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 169597 และห้ามเกี่ยวข้องกับเครื่องหมายการค้าคำว่า LISTERINE ต่อไป
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ ให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยภายใน 7 วัน เมื่อเลยกำหนดแล้วโจทก์ไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นจึงส่งสำเนาให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าโจทก์ไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดถือว่าโจทก์ทิ้งอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'เห็นว่า เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์แล้วศาลชั้นต้นก็สั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ในวันเดียวกันนั้นเอง ให้โจทก์ส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยใน 7 วัน ตั้งแต่วันที่27 ธันวาคม 2527 โจทก์เพิ่งมายื่นคำร้องว่าเสมียนทนายไม่ดำเนินการเสียค่าพาหนะและนำส่งสำเนาอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 22มีนาคม 2528 ภายหลังยื่นอุทธรณ์ถึง 2 เดือนเศษ แต่โจทก์ก็รับว่าได้มอบหมายให้เสมียนทนายดำเนินการส่งสำเนาอุทธรณ์ก็แสดงว่าโจทก์ทราบคำสั่งศาลดีแล้วว่าต้องส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยภายใน 7 วันนับแต่วันยื่นอุทธรณ์ การที่เสมียนทนายซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์ไม่ดำเนินการให้ก็เป็นความบกพร่องของโจทก์เองที่ไม่ตรวจสอบติดตามผลการดำเนินงานของเสมียนทนาย จึงไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่จะฟังว่าโจทก์มิได้เจตนาทิ้งอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น'.