Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2492

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้พิพากษาซึ่งเคยนั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น แม้จะถูกย้ายไปอยู่ศาลอื่นก็ตาม ถ้าหากยังคงเป็นผู้พิพากษาอยู่ ก็ย่อมอนุญาตให้คู่ความในคดีนั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 คดีของโจทก์มีพยานเอกสารมากมาย เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าพยานบุคคลรับฟังไม่ได้ แม้มีพยานเอกสารมาเจือสมก็ไม่มีผลดีแก่คดีของโจทก์แล้ว ศาลอุทธรณ์จะไม่พิจารณาพยานเอกสารนั้นๆ ต่อไปก็ได้ ไม่เป็นการผิดกฎหมาย คดีลักทรัพย์ ถ้าปรากฏว่าจำเลยได้กระทำผิดก่อนเจ้าทรัพย์ถึงแก่กรรมทายาทหรือผู้จัดการมรดกของเจ้าทรัพย์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องร้องเพราะไม่ใช่ผู้เสียหาย ฟ้องโจทก์ได้กล่าวหาว่าจำเลยปลอมหนังสือสัญญากู้และกระทำพยานหลักฐานเท็จตั้งแต่ระยะเวลาก่อนผู้เสียหายถึงแก่กรรมตลอดมาจนภายหลังถึงแก่กรรม คดีไม่อาจชี้ได้ว่าจำเลยกระทำผิดในระยะใด คดีไม่มีทางที่จะรู้ได้ว่าโจทก์จะมีอำนาจฟ้องได้หรือไม่ เช่นนี้ในชั้นฎีกาก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงต่อไป ในข้อหาที่ว่าจำเลยอ้างหลักฐานเท็จในคดีแพ่ง คือหาว่าจำเลยอ้างสัญญากู้ที่จำเลยทำปลอมขึ้นโดยเจตนาจะใช้แทนสัญญากู้ฉบับที่จำเลยกู้เงินจากผู้ตาย ดังนี้เมื่อเป็นคดีที่จำเลยฟ้องร้องกันเองในคดีแพ่ง โจทก์ซึ่งเป็นทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ย่อมไม่ใช่เป็นผู้เสียหายในคดีนั้นจึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาในข้อหาฐานอ้างหลักฐานเท็จ

คำฟ้องและคำให้การ

อัยการโจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2485 วันเวลาใดไม่ปรากฏจำเลยทั้ง 4 ได้สมคบกันลักเอาเอกสารสัญญากู้ของนายพรท มัธยมจันทร์ (หลวงจำนงยุทธกิจ) ไป 3 ฉบับพร้อมด้วยโฉนด นายพรท มัธยมจันทร์ถึงแก่กรรมเมื่อ วันที่ 10 มีนาคม 2485ในระหว่างเวลาดังกล่าว จำเลยที่ 1, 2, 3 สมคบกันปลอมหนังสือกู้ขึ้นแทนสัญญากู้ฉบับที่จำเลยที่ 1 กู้นายพรทต่อมาระหว่างวันที่ 6 มิถุนายน ถึงวันที่ 20มิถุนายน 2485 จำเลยที่ 1, 2, 3 ได้สมคบกันทำหนังสือกู้ปลอมไปอ้างในคดีที่จำเลยที่ 2 ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยที่ 1 ขอให้ลงโทษตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 157, 223, 224, 226, 288, 293 และแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายอาญา พ.ศ. 2477มาตรา 4

จำเลยให้การปฏิเสธต่อมา พ.อ.ชิต ป.มัธยมจันทร์ พระนิติธารณ์พิเศษ น.อ.ชด มัธยมจันทร์ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าพยานหลักฐานไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้ พิพากษายกฟ้อง แต่มีผู้พิพากษานายหนึ่งทำความเห็นแย้งว่า คดีควรลงโทษจำเลยที่ 1, 2, 3 ฐานปลอมหนังสือได้ และลงโทษจำเลยที่ 2, 3 ฐานลักทรัพย์ได้โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ ทั้ง 3 คนฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา แต่ในเวลาที่อนุญาตให้ฎีกานั้นได้ย้ายไปเป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า เรื่องอนุญาตให้ฎีกานั้น ผู้พิพากษาซึ่งเคยนั่งพิจารณาคดีนั้น แม้จะถูกย้ายไปอยู่ศาลอื่นแล้วก็ตาม ถ้าหากยังคงเป็นผู้พิพากษาอยู่ ก็ย่อมอนุญาตให้ฎีกาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221ในข้อที่โจทก์ฎีกาว่า พยานเอกสารในคดีนี้มีมากมาย ศาลอุทธรณ์พิจารณาแต่พยานบุคคล ถ้าหากศาลอุทธรณ์พิจารณาพยานเอกสารถี่ถ้วนทุกฉบับแล้วล้วนเจือสมพยานบุคคลของโจทก์ตามฟ้องทุกประการคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบนั้น

เห็นว่าเมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าพยานบุคคลรับฟังไม่ได้ ซึ่งแม้จะมีพยานเอกสารเจือสมก็ไม่มีผลแก่คดีของโจทก์แล้วศาลอุทธรณ์จะไม่พิจารณาพยานเอกสารนั้นต่อไปก็ได้ ไม่เป็นการผิดกฎหมายฎีกาโจทก์ข้อที่ว่า ศาลล่างวินิจฉัยว่าอาจไม่ได้ตรวจตู้เซฟถี่ถ้วนจึงไม่พบสัญญากู้ 3,000 บาท ทั้ง ๆ ที่โจทก์มีพยานหลายปากยืนยันในข้อนี้ตรงทุกปากคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นความสันนิษฐานโดยปราศจากพยานหลักฐานสนับสนุนและขัดด้วยเหตุผล เป็นการฝืนพยานหลักฐานในสำนวน จึงคลาดเคลื่อนต่อกฎหมายนั้น เห็นว่าศาลล่างได้วินิจฉัยชี้ขาดในข้อนี้โดยอาศัยพยานหลักฐานในสำนวนสนับสนุน จึงมิใช่คำวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อนด้วยกฎหมายโจทก์เสนอหลักฐานกล่าวอ้างพยานหลายอย่างอันเป็นข้อแสดงว่าจำเลยได้สมคบกันลักทรัพย์ไปก่อนวันหลวงจำนงค์ถึงแก่กรรม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าข้อเท็จจริงเป็นดังฎีกาโจทก์ก็เป็นเรื่องจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ก่อนหลวงจำนงฯ ถึงแก่กรรม โจทก์ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้เสียหายทั้ง 3 คนก็ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ร้อง เพราะหลวงจำนงฯเป็นผู้เสียหาย โจทก์เป็นทายาทหรือผู้จัดการมรดกย่อมไม่มีอำนาจฟ้องร้องข้อหาฐานปลอมหนังสือในฟ้องของโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดตั้งแต่ระยะเวลาก่อนหลวงจำนงฯ ถึงแก่กรรม ตลอดมาจนภายหลังถึงแก่กรรมแล้ว แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงไม่อาจชี้ได้ว่าจำเลยกระทำผิดในระยะใด ถ้าหากจำเลยทำปลอมขึ้นก่อนโจทก์ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้เสียหายย่อมไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อคดีไม่มีทางจะรู้ว่าโจทก์จะมีอำนาจฟ้องไม่เช่นนี้ ก็ไม่จำต้องพิจารณาข้อเท็จจริงต่อไปข้อหาฐานกระทำพยานหลักฐานเท็จตามมาตรา 157 ก็ดุจเดียวกับความผิดฐานปลอมหนังสือ ส่วนข้อที่ว่าจำเลยอ้างหลักฐานเท็จในคดีแพ่งก็ได้ความว่าเป็นกรณีจำเลยฟ้องกันเองโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายทั้งสามมิใช่ผู้เสียหายในคดีนั้น จึงไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ลัดพลีธรรมประคัลภ์ · ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · ปรีชาวินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้