Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำร้องขอแก้ไขฟ้อง คำร้องขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งเป็นการตั้งประเด็นระหว่างคู่ความ จึงเป็นคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1 (5) เมื่อคู่ความยื่นคำร้องเข้ามาและศาลมีคำสั่งให้ยกคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 คำสั่งนี้จึงมีผลเป็นการสั่งไม่รับคำคู่ความตามมาตรา 18 ซึ่งทำให้ประเด็นที่โจทก์ตั้งขึ้นโดยคำร้องแก้ไขคำฟ้องและคำร้องแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งเสร็จไป โจทก์อุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตามมาตรา 228 (3) คำสั่งของศาลที่สั่งยกคำร้องจึงไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา คำร้องขอแก้ไขคำฟ้องและคำร้องขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ซึ่งโจทก์ได้ยื่นภายหลังจากที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นได้กำหนดไว้โดยศาลฎีกาไม่ได้กำหนดประเด็นและไม่ได้กำหนดหน้าที่นำสืบให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตามคำสั่งศาลฎีกา ศาลชั้นต้นดำเนินการตามคำสั่งศาลฎีกา ก็ชอบที่จะปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เมื่อศาลชั้นต้นยังไม่ได้ทำการชี้สองสถานหรือทำการสืบพยาน โจทก์ก็ชอบที่จะขอแก้ไขคำฟ้องและขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งได้ กรณีไม่ใช่ล่วงเลยการชี้สองสถานและวันสืบพยานจนศาลชั้นต้นเสร็จสิ้นการพิจารณาไปแล้ว เพราะคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ถูกคำพิพากษาศาลฎีกายกเสียแล้ว การขอแก้ไขคำฟ้อง โจทก์ย่อมจะขอแก้ไขได้แม้เป็นการเพิ่มเติม ข้อเท็จจริงหรือสละข้อเท็จจริงเพื่อให้ข้อหาที่ตั้งไว้เดิมบริบูรณ์ แต่ยังคงให้จำเลยรับผิดตามเดิม ส่วนการขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งแม้จะเป็นการยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ย่อมกระทำได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 (2)(3)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามตั๋วและเงินสองฉบับ พร้อมด้วยดอกเบี้ย ค่าชักส่วนลดและค่าเสียหายตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๒๒ จนกว่า จะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้งกับแก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีอำนาจฟ้อง ตั๋วแลกเงินทั้งสองฉบับไม่มีข้อกำหนดให้เรียกดอกเบี้ย ไม่มีการเรียกค่าชักส่วนลดกัน โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยและค่าชักส่วนลด ค่าเสียหายไม่มีระบุในตั๋วแลกเงินโจทก์เรียกค่าเสียหายไม่ได้ ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้โจทก์ใช้เงินแก่จำเลยตามฟ้องแย้งพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ หากโจทก์มีสิทธิฟ้องตามตั๋วแลกเงินฉบับตามฟ้อง ก็ขอหักกลบลบหนี้ระหว่างโจทก์จำเลยตามฟ้องและฟ้องแย้ง

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งและแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นผู้ทรงตั๋วแลกเงินทั้งสองฉบับโดยได้รับโอนมาจากบริษัทโพรซิดา จำกัด โจทก์ไม่มีความรับผิดร่วมกับบริษัทโพรซิดา จำกัด และไม่ได้เป็นตัวแทนของบริษัทโพรซิดา จำกัด จำเลยไม่มีสิทธิเรียกให้บริษัทโพรซิดา จำกัด ชำระเงินและไม่มีสิทธิยึดหน่วงเงินจำนวนใด ทั้งไม่มีสิทธิหักกลบลบหนี้กับบริษัทโพรซิดา จำกัดหรือกับโจทก์ ฟ้องแย้งขาดอายุความและเป็นฟ้องเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามตั๋วแลกเงินทั้งสองฉบับพร้อมดอกเบี้ยและให้จำเลยชำระค่าชักส่วนลดร้อยละเศษหนึ่งส่วนหกของต้นเงินตามตั๋วแลกเงินทั้งสองฉบับแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ก่อนสืบพยานโจทก์ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งให้นำสืบก่อนโจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๒๕ ขอแก้ไขคำฟ้อง และยื่นคำร้องลงวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๒๕ และวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๒๕ ขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เห็นว่าอาจทำให้ประเด็นที่กำหนดไว้ คู่ความก็อาจนำสืบให้ได้ข้อเท็จจริงตามที่อ้างได้ อยู่แล้วจึงไม่อนุญาตและยกคำร้องของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องและคำร้องขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องและคำร้องขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งแล้วดำเนินการต่อไป

จำเลยฎีกาขอให้ยกคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องและคำร้องขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งของโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า คำร้องขอแก้ไขฟ้อง คำร้องขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ตัวคำร้องไม่ใช่คำคู่ความ ไม่ใช่คำร้องที่ยื่นต่อศาลเพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความ แต่เป็นเพียงคำร้องขอแก้ไขคำคู่ความ ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องดังกล่าว จึงไม่ใช่เป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘ แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งที่ว่านี้ได้

ศาลฎีกาเห็นว่าคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องก็ดี คำร้องขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งก็ดีเป็นการตั้งประเด็นระหว่างคู่ความจึงเป็นคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑ (๕) เมื่อคู่ความยื่นคำร้องเข้ามารและศาลมีคำสั่งให้ยกคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐ คำสั่งนี้จึงมีผลเป็นการสั่งไม่รับคำคู่ความตามมาตรา ๑๘ ซึ่งทำให้ประเด็นที่โจทก์ตั้งขึ้นโดยคำร้องแก้ไขคำฟ้องและคำร้องแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งเสร็จไป โจทก์อุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตามมาตรา ๒๒๘ (๓) ดังนั้น คำสั่งของศาลที่สั่งยกคำร้องจึงไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณาดังที่จำเลยฎีกา ในปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า คำร้องขอแก้ไขคำฟ้องและคำร้องขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งโจทก์ได้ยื่นภายหลังจากที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นได้กำหนดไว้แล้วจึงเป็นการล่วงเลยกำหนดวันชี้สองสถานและวันสืบพยานจนคดีเสร็จสิ้นการพิจารณาไปจากศาลชั้นต้นแล้ว การแก้ไขคำคู่ความรวมทั้งแก้ไขเอกสารท้ายคำคู่ความย่อมอาจทำให้ประเด็นที่ศาลฎีกาสั่งให้ดำเนินคดีเปลี่ยนแปลงไปและประเด็นที่กำหนดไว้ คู่ความก็อาจนำสืบพยานหลักฐานให้ได้ข้อเท็จจริงตามที่อ้างได้อยู่แล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่าศาลฎีกาไม่ได้กำหนดประเด็นและไม่ได้กำหนดหน้าที่นำสืบให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตามคำสั่งศาลฎีกา การจะอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องและแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งจึงไม่เป็นเหตุให้ประเด็นที่ศาลฎีกาสั่งเปลี่ยนแปลงไป แต่เป็นเรื่องที่ศาลฎีกาเห็นว่ายังมีข้อโต้แย้งอยู่หลายประการซึ่งจะต้องฟังข้อเท็จจริงก่อน จึงให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีเสียใหม่ ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นดำเนินการตามคำสั่งศาลฎีกา ก็ชอบที่จะปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งต่อไป และ เมื่อศาลชั้นต้นยังไม่ได้ทำการชี้สองสถานหรือทำการสืบพยาน โจทก์ก็ชอบที่จะขอแก้ไขคำฟ้องและขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งได้ กรณีไม่ใช่ล่วงเลยการชี้สองสถานและวันสืบพยานจนศาลชั้นต้นเสร็จสิ้นการพิจารณาไปแล้ว

ดังที่จำเลยฎีกา เพราะคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ถูกคำพิพากษาศาลฎีกายกเสียแล้ว คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงไม่เกิดผลดังที่จำเลยฎีกา ในปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า ตามคำฟ้องเดิมของโจทก์ โจทก์ฟ้องตั๋วแลกเงินทั้งสองฉบับในฐานะจัดการแทนธนาคารนครหลวงไทย จำกัด ซึ่งจำเลยก็ได้ให้การต่อสู้ไว้แล้วว่า โจทก์รับโอนตั๋วมาโดยขาดสายและจำเลยมีข้อต่อสู้กับบริษัท โพรซิดา จำกัด ซึ่งเป็นตัวการของธนาคารนครหลวงไทย จำกัด ฉะนั้นข้อที่ว่าโจทก์เป็นตัวแทนเพื่อเรียกเก็บเงินของผู้ใดจึงเป็นประเด็นสำคัญ เพราะจำเลยได้ต่อสู้ว่า โจทก์เป็นตัวแทนเพื่อเรียกเก็บเงินของบริษัท โพรซิดา จำกัด ซึ่งจำเลยมีข้อต่อสู้กับบริษัทดังกล่าว ดังนั้นการที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องจึงเป็นการแก้มากต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและทำให้จำเลยเสียเปรียบ

การขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งโดยตัดคำว่าบริษัทโพรซิดา จำกัด ออก เป็นการแก้ในหลักการที่จำเลยฟ้องแย้งและขอหักกลบลบหนี้ในฐานะที่โจทก์เป็นตัวแทนของบริษัทโพรซิดา จำกัด ทำให้จำเลยไม่สามารถที่จะฟ้องแย้งและขอหักกลบลบหนี้ได้ ทำให้จำเลยเสียเปรียบเป็นการแก้ไขที่มีผลให้เกิดประเด็นแห่งคดีใหม่ เป็นการเปลี่ยนแปลงประเด็นแห่งคดีศาลฎีกาเห็นว่า การขอแก้ไขคำฟ้อง โจทก์ย่อมจะขอแก้ไขได้แม้เป็นการเพิ่มเติมข้อเท็จจริง หรือสละข้อเท็จจริงเพื่อให้ข้อหาที่ตั้งไว้เดิมบริบูรณ์ แต่ยังคงให้จำเลยรับผิดตามเดิม ส่วนการขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งแม้จะเป็นการยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ย่อมกระทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๙ (๒)และ(๓) ตามลำดับ

ปรากฏว่าคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์ ลงวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๒๕ โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องรวม ๒ ประการ ประการแรกโจทก์ขอเพิ่มเติมข้อความในฟ้องข้อ ๒ วรรคแรกจากข้อความที่ว่า ปรากฏตามภาพถ่ายตั๋วแลกเงินพร้อมด้วยคำแปลเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๒ โดยเพิ่มเติมข้อความที่เป็นความหมายของคำว่า "โดมิซิลิเอซิออง" (Domiciliation) รวมทั้งรายละเอียดของตั๋วแลกเงินซึ่งเอกสารท้ายฟ้องหมาย ๒ ของโจทก์ก็มีคำดังกล่าวอยู่แล้ว เพียงแต่เดิมโจทก์ให้ความหมายของคำดังกล่าวในความหมายที่แคบกว่า ส่วนประกอบที่ ๒ โจทก์ขอแก้ไขคำแปลเอกสารท้ายฟ้องของโจทก์ก็ทำนองเดียวกัน เป็นเรื่องความหมายของคำเดียวกันนี้เช่นกัน ส่วนที่โจทก์ขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งของโจทก์ฉบับลงวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๒๕ ก็ปรากฏว่า

โจทก์ขอแก้ไขข้อความที่ว่า โจทก์เป็นผู้ตรงตั๋วแลกเงินโดยได้รับโอนมาจากบริษัทโพรซิดา จำกัด เป็นว่าธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สลักหลังให้โจทก์ โจทก์จึงมีฐานะเป็นผู้ทรงในฐานะจัดการแทนธนาคารนครหลวงไทย จำกัดเท่านั้น ข้อความที่ขอแก้ไขจึงตรงกับคำฟ้องของโจทก์นั่นเอง ส่วนคำร้องขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ลงวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๒๕ ข้อความที่แก้ไขก็เป็นเรื่องเพิ่มเติมข้อความคำว่า "โดมิซิลิเอซิออง" ่ซึ่งคำดังกล่าวปรากฏในเอกสารท้ายฟ้องหมาย ๒ และคำว่า "จ่ายตามีคำสั่งธนาคารนครหลวงไทย กรุงเทพ" ซึ่งก็ปรากฏอยู่ในเอกสารท้ายฟ้องหมาย ๓ เช่นเดียวกันและในคำร้องขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งฉบับเดียวกันที่โจทก์ขอตัดคำว่า "บริษัทโพรซิดา

จำกัด" ออก ก็คงได้ใจความตรงตามคำฟ้องเดิมของโจทก์เอง รวมทั้งคำว่า "โดมิซิลิเอซิออง" การขอแก้ไขทั้งคำฟ้องและคำให้การแก้ฟ้องแย้งดังกล่าว จึงเป็นเพียงเพิ่มความสมบูรณ์ของความหมายของคำและเพื่อให้ตรงฟ้องเดิม จึงไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบแต่ประการใด อีกทั้งเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันคำฟ้องและคำให้การแก้ฟ้องแย้งนั่นเอง ไม่ทำให้ประเด็นแห่งคดีเปลี่ยนไปดังจำเลยฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องและคำร้องขอแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้ง แล้วดำเนินต่อไปชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · โสภณ รัตนากร · ไพรัช วงศ์วัฒนะ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายไมตรีย์ โมรรัต
ศาลอุทธรณ์ - นายเสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2530

คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องมีผลเป็นการสั่งไม่รับคำคู่ความ แม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในระหว่างพิจารณา โจทก์ก็มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 1 เดือนนับแต่วันมีคำสั่งโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2962/2528

หลังจากศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานแล้ว จำเลยได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาจึงไม่รับ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2505 (เลขอ้างอิง 80555)

(1) คำให้การเพิ่มเติมของจำเลยนั้น เป็นคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแห่งมาตรา 1 (5) เมื่อศาลไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมก็เป็นการไม่รับคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแห่งมาตรา 18 จึงอุทธรณ์แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 89/2502

เมื่อฟ้องของโจทก์ในคดีนี้มีประเด็นว่า ทรัพย์พิพาทเป็นของใคร นิติกรรมซื้อขายเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ เป็นประเด็นเช่นเดียวกับที่ได้ฟ้องร้องกันมาแล้วในคดีก่อน และศาลได้วินิจฉัยประเด็นข้อโต้เถียงระหว่างโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3748/2565

ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่า ผู้ร้องครอบครองที่ดินเฉพาะส่วน โดยแบ่งการครอบครองเป็นสัดส่วน พร้อมกับขอให้กันส่วนที่ดินเฉพาะส่วนซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องออกจากที่ดินก่อนมีการขายทอดตลาด แม้ตามคำร้องจะใช้คำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้