Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1486/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งเป็นข้อยกเว้นให้ศาลยกขึ้นวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีได้.โดยไม่ต้องมีคู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้างตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) นั้น. จะต้องเป็นข้อกฎหมายที่ได้มาจากข้อเท็จจริงในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ. ข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นจากพยานนอกเรื่องนอกประเด็น.ไม่เกี่ยวกับที่คู่ความจะต้องนำสืบ หรือมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีเอกสารมาแสดง. ศาลจะรับฟังมาวินิจฉัยเป็นข้อกฎหมายตามบทมาตราดังกล่าวมิได้.เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา. ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1211/2492).โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของโจทก์มาขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษาโดยละเมิด. ดังนี้ข้อเท็จจริงที่ว่า ในการยึดที่ดินนั้น เจ้าพนักงานที่ดินมิได้นำเอาหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) หนังสือสำคัญสำหรับที่ดินมาด้วย. ถึงหากจะเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 304. อันเป็นบทกฎหมายที่ว่าด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ก็ไม่เกี่ยวถึงข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายใดจะต้องนำสืบ เพราะไม่มีใครกล่าวอ้าง. ย่อมเป็นข้อเท็จจริงนอกเรื่องนอกประเด็น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87. ศาลจะรับฟังมาวินิจฉัยเป็นข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142(5) หาได้ไม่.โจทก์ทำสัญญาซื้อที่ดินที่ถูกยึดภายหลังที่ได้มีการยึดไว้โดยชอบแล้ว หาอาจใช้ยันแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไม่. ผู้ซื้อที่ดินที่ถูกยึดโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล ไม่จำต้องคืนที่ดินให้แก่โจทก์.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดนาฟางของโจทก์ตาย น.ส.3 เลขที่ 79 มาขายทอดตลาดชำระหนี้ให้จำเลยที่ 1 โดยอ้างว่าเป็นของนายยอดลูกหนี้ของจำเลยที่ 1 ในคดีแพ่งแดงที่ 84/2508และจำเลยที่ 1 เป็นผู้ซื้อได้จากการขายทอดตลาด โจทก์มาไม่ทันกำหนดขอให้บังคับจำเลยคืนนาฟาง ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 7,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 มิได้ประมาทเลินเล่อ นาฟางแปลงนี้เป็นของนายยอดซื้อจากนายอ้ายโดยมิได้โอนต่ออำเภอ นายตาบุตรนายยอดเป็นผู้นำยึด โจทก์ทราบการยึดแล้วไม่คัดค้านถือว่าสละสิทธิ จำเลยที่ 1 รับซื้อโดยสุจริต มิได้ละเมิดสิทธิโจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยไม่รู้หรือมีเหตุควรรู้ว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยที่ 2 มิให้นำยึด จำเลยที่ 1 มิได้ทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ซื้อนาพิพาทจากการขายทอดตลาดโดยสุจริต พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นาพิพาทเป็นที่ดินที่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ คือแบบ น.ส.3 มีชื่อโจทก์เป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ไม่เคยมีชื่อนายยอดลูกหนี้ การยึดที่ดินรายนี้มาขายทอดตลาดเจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้นำเอาหนังสือสำคัญสำหรับที่มา ทั้งมิได้แจ้งการยึดให้นายยอดและเจ้าพนักงานที่ดินทราบ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 304 อันเป็นกฎหมายที่ว่าด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน พิพากษากลับ เป็นให้เพิกถอนการซื้อขายขาดตลาดตามคำสั่งศาลที่นาฟางรายพิพาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า นายยอดเป็นบิดานายตาและเป็นพ่อตานายชื่น นายยอดและนายตาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 1และไม่ชำระหนี้ จำเลยที่ 1 ขอให้บังคับคดียึดนาพิพาทขายทอดตลาดเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึด มีจำเลยทั้งสองไปด้วย แล้วศาลชั้นต้นสั่งขายทอดตลาดโดยจำเลยที่ 1 ประมูลซื้อได้และชำระราคาเสร็จแล้ว ศาลสั่งทางอำเภอจดทะเบียนโอนให้จำเลยที่ 1 โจทก์ก็มาฟ้อง ศาลฎีกาฟังว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งการยึดต่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าพนักงานที่ดินแล้ว ในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้นำเอาหนังสือสำคัญสำหรับที่รายนี้มา ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 304 อันเป็นบทกฎหมายที่ว่าด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งเป็นข้อยกเว้นให้ศาลยกขึ้นวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีได้โดยไม่ต้องมีคู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้างตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) นั้น จะต้องเป็นข้อกฎหมายที่ได้มาจากข้อเท็จจริงในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ เช่นได้จากพยานหลักฐานซึ่งเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในคดีจะต้องนำสืบ หรือได้จากเอกสารพยานที่มีกฎหมายบังคับให้คู่ความที่กล่าวอ้างต้องแสดง เป็นต้น สำหรับข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นจากพยานนอกเรื่องนอกประเด็นไม่เกี่ยวกับที่คู่ความจะต้องนำสืบหรือมีกฎหมายบังคับให้ต้องแสดงดังกล่าวข้างต้นนั้น ศาลจะรับฟังมาวินิจฉัยเป็นข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142(5)

ไม่ได้ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา87 โดยนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1211/2492 ข้อที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นอ้างว่า เป็นการบกพร่องของเจ้าพนักงานบังคับคดีในการยึดทรัพย์รายนี้ ไม่เกี่ยวถึงข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายใดจะต้องนำสืบ เพราะไม่มีใครกล่าวอ้างถึง และไม่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์ตามคำให้การของจำเลยแต่อย่างใด เป็นข้อเท็จจริงนอกเรื่องนอกประเด็นต้องห้ามตามบทกฎหมายที่กล่าวข้างต้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยในการที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกประเด็นข้อนี้ขึ้นวินิจฉัย ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยถึงประเด็นข้อนี้ ศาลฎีกาไม่เชื่อว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ซื้อจากนายชื่นและได้ชำระค่าที่ดินไว้แล้ว เมื่อ พ.ศ. 2507 ทั้งไม่เชื่อข้อที่โจทก์อ้างว่า ไม่ทราบการยึดที่พิพาทนี้ โจทก์เพิ่งทำสัญญาซื้อที่พิพาทจากนายชื่นหลังจากศาลประกาศยึดที่พิพาทแล้ว 2 วัน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไฉน บุญยก · สุธี โรจนธรรม · วิริยะ เกิดศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้