คำฟ้องและคำให้การ
ข้อเท็จจริงได้ความว่า อัยยการได้ยื่นฟ้องจำเลยฐานรับของโจร เมื่อสืบพะยานอัยยการหมดแล้ว เจ้าทรัพย์ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม และเมื่อถึงวันนัดสืบพะยานจำเลย เจ้าทรัพย์จึงขอสืบพะยานอีก ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้สืบพะยานอีกเพราะไม่ร้องขอเสียก่อน และวันนั้นไม่ได้นำพะยานมา ฝ่ายจำเลยนำมาแล้ว จึงให้จำเลยสืบพะยานต่อไป เสร็จแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นความผิดของโจทก์เองที่เพิ่งยื่นคำขอในวันสืบพะยานจำเลย เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าจะทำให้คดีชักช้าและเสียเวลาพะยานจำเลยจึงไม่อนุญาต ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นมีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงดุลยพินิจของศาลจังหวัดได้จึง
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน เจ้าทรัพย์โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อไม่เตรียมพะยานมาเข้าสืบในวันนัดพิจารณา และศาลล่างทั้ง ๒ ใช้ดุลยพินิจสั่งงดสืบพะยานเช่นนี้ ศาลฎีกาก็ไม่เห็นมีเหตุที่จะกลับแก้ดุลยพินิจของศาลล่าง จึงพร้อมกันพิพากษายืน