Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14778/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเปิดบัญชีเดินสะพัดไว้กับธนาคารและระบุเงื่อนไขการสั่งจ่ายเช็คว่า ว. กรรมการของจำเลยจะลงลายมือชื่อในเช็คและประทับตราสำคัญของจำเลย ซึ่งตรงกับการกระทำของผู้แทนนิติบุคคลที่จะผูกพันจำเลยได้จะต้องลงลายมือชื่อ ว. กรรมการกับประทับตราสำคัญตามหนังสือรับรองบริษัท แต่ ว. ลงลายมือชื่อในเช็คพิพาทโดยไม่ประทับตราสำคัญ เมื่อเช็คพิพาทสั่งจ่ายเงินจากบัญชีของจำเลยและด้านหน้าก็พิมพ์ชื่อจำเลยไว้ บุคคลที่รับเช็คย่อมเข้าใจว่าเป็นเช็คของจำเลย การที่ ว. กรรมการจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาท ถือได้ว่าจำเลยเชิด ว. แสดงออกเป็นตัวแทนของตน จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริต ตาม ป.พ.พ. มาตรา 821 ที่จำเลยให้การต่อสู้ว่า ว. สั่งจ่ายเช็คพิพาทในนามของตนเอง จึงรับฟังไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 630,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 600,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 630,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 600,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 13 พฤศจิกายน 2556) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี 5,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติในชั้นนี้ว่า เดิมโจทก์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทเดอะฮาร์เบอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ส่วนจำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีนายวรเดช เป็นกรรมการ มีอำนาจกระทำการแทนโดยลงลายมือชื่อพร้อมประทับตราสำคัญของจำเลย ก่อนมีข้อพิพาทกัน จำเลยเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าโครงการเดอะฮาร์เบอร์ จากบริษัทเดอะฮาร์เบอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจร้านนมบุรี นายวรเดชลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาเซ็นทรัล แอร์พอร์ต เชียงใหม่ รวม 10 ฉบับ ฉบับละ 105,000 บาท ลงวันที่ 15 ของทุกเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤศจิกายน 2556 รวมเป็นเงิน 1,050,000 บาท

โจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คสองฉบับแรกได้ แต่เรียกเก็บเงินตามเช็คพิพาทตามภาพถ่ายรวม 6 ฉบับไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่า คำให้การของจำเลยไม่ชัดแจ้งว่า เช็คพิพาทมีมูลหนี้มาจากการกู้ยืมเงินหรือเป็นเพียงประกันการก่อสร้าง จำเลยจึงไม่มีประเด็นที่จะนำสืบตามคำให้การ เมื่อจำเลยไม่ฎีกาโต้แย้ง จึงไม่มีประเด็นที่จะวินิจฉัยให้ในชั้นฎีกา

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามเช็คพิพาทหรือไม่ โจทก์มีนางสาวสุนันทา ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ ซึ่งเป็นเลขานุการส่วนตัวของโจทก์และเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัทเดอะฮาร์เบอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่โจทก์เป็นกรรมการอยู่ เบิกความว่าประมาณเดือนมกราคม 2556 นายวรเดช กรรมการของจำเลยมากู้ยืมเงิน 1,000,000 บาท จากโจทก์ไปลงทุนทำร้านอาหารของจำเลยในโครงการเดอะฮาร์เบอร์ ตกลงให้ดอกเบี้ยเดือนละ 5,000 บาท โจทก์มอบเงินสดและสั่งจ่ายเช็คให้นายวรเดชรับไปแล้วจำเลยจะผ่อนชำระ 10 เดือน เดือนละ 105,000 บาท เริ่มเดือนกุมภาพันธ์ 2556 เป็นต้นไป โดยจำเลยสั่งจ่ายเช็ครวม 10 ฉบับ ซึ่งรวมทั้งเช็คพิพาท

เห็นว่า จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่าเช็คพิพาทเป็นเอกสารปลอม ส่วนที่จำเลยให้การว่ามูลหนี้ตามเช็คทำนองว่าไม่สมบูรณ์ กล่าวคือ โจทก์ว่าจ้างนายวรเดชในนามส่วนตัวให้ก่อสร้างอาคารในโครงการเดอะฮาร์เบอร์ โดยโจทก์จ่ายค่าจ้างล่วงหน้าให้นายวรเดช แต่เนื่องจากไม่มีการทำสัญญาจ้างกัน โจทก์จึงให้นายวรเดชสั่งจ่ายเช็คพิพาทและฉบับอื่นรวม 10 ฉบับ ประกันเงินค่าจ้างที่รับไปและประกันการก่อสร้างได้จะแล้วเสร็จ เมื่องานเสร็จเรียบร้อย โจทก์ไม่อาจนำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงิน จะต้องคืนเช็คให้นายวรเดชนั้นก็รับฟังไม่ได้ เพราะขัดแย้งกับที่จำเลยให้การในข้อ 2.1 ว่า นายวรเดชกู้ยืมเงินจากโจทก์และสั่งจ่ายเช็คพิพาทและเช็คฉบับอื่นรวม 10 ฉบับ ให้โจทก์ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย

ดังนั้น แม้โจทก์ไม่ได้มาเบิกความเป็นพยาน มีแต่นางสาวสุนันทาซึ่งเป็นพยานบอกเล่าก็มีน้ำหนักรับฟังได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายวรเดชสั่งจ่ายเช็ค 10 ฉบับ ซึ่งรวมทั้งเช็คพิพาทให้โจทก์ เพื่อชำระหนี้เงินที่กู้ยืมไปลงทุนทำร้านอาหารจริง ได้ความว่าจำเลยเปิดบัญชีเดินสะพัดไว้กับธนาคารและระบุเงื่อนไขการสั่งจ่ายเช็คตามแบบคำขอเปิดบัญชีและตัวอย่างลายมือชื่อว่า นายวรเดชกรรมการของจำเลยจะลงลายมือชื่อในเช็คและประทับตราสำคัญของจำเลย ซึ่งตรงกับการกระทำของผู้แทนนิติบุคคลที่จะผูกพันจำเลยได้จะต้องลงลายมือชื่อนายวรเดชกรรมการกับประทับตราสำคัญ แต่นายวรเดชลงลายมือชื่อในเช็คพิพาทโดยไม่ประทับตราสำคัญ เมื่อเช็คพิพาทสั่งจ่ายเงินจากบัญชีของจำเลยและด้านหน้าเช็คก็พิมพ์ชื่อจำเลยไว้

บุคคลที่รับเช็คย่อมเข้าใจว่าเป็นเช็คของจำเลย การที่นายวรเดชกรรมการของจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาท ถือได้ว่าจำเลยเชิดนายวรเดชแสดงออกเป็นตัวแทนของตน จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821 ที่จำเลยให้การต่อสู้ว่า นายวรเดชสั่งจ่ายเช็คพิพาทในนามของตนเอง จึงรับฟังไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีในศาลชั้นต้น 5,000 บาท แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 13,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิวรรต นิ่มละมัย · นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี · ปกรณ์ มหรรณพ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายนวกฤด จงชาณสิทโธ
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายกัมปนาท วงษ์นรา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2096/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1856/2556
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1657/2557
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3612/2563

โจทก์เคยมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการซื้อที่ดินพิพาท โดยโจทก์ไม่เคยไปดูที่ดินพิพาท และหลังจากซื้อที่ดินพิพาทแล้วโจทก์ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาท กับให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้เก็บรักษาโฉนดที่ดินพิพาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2339/2563

แม้โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าได้เชิดจำเลยแสดงออกเป็นตัวแทนโจทก์ทั้งสองในการทำสัญญาซื้อที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ สัญญากู้เงินและสัญญาจำนอง ซึ่งจำเลยให้การยอมรับ และศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยต้องชำระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1433/2563

โจทก์ไม่ได้ตกลงโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทให้แก่จำเลยร่วมเนื่องจากจำเลยที่ 2 ปลอมหนังสือโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จะขายจึงมีหน้าท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2563

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเฉพาะคดีส่วนอาญาเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในคดีส่วนแพ่งได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อคดีส่วนอาญาฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ดังนั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้