Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1477/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 เป็นสามีจำเลยที่ 1 เมื่อ ส. สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 2 แล้วจำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนไปส่งให้ ส. จำเลยที่ 1 ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับก่อนส่งมอบ แม้การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนยังไม่สำเร็จบริบูรณ์แต่การกระทำของจำเลยทั้งสองก็เป็นการลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอดเพราะถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเสียก่อน จึงเป็นความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 92, 83, 33 ริบของกลางทั้งหมด เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 และนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3883/2544 ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษและนับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม, 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นสองกรรม เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ 14 ปี ปรับคนละ 750,000 บาท ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุกละ 6 ปี ปรับคนละ 390,000 บาท รวมจำคุกคนละ 20 ปี ปรับคนละ 1,140,000 บาท เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 26 ปี 8 เดือน ปรับ 1,520,000 บาท ชั้นจับกุมจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 13 ปี 4 เดือน

ปรับ 760,000 บาท ชั้นพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 13 ปี 4 เดือน ปรับ 760,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกินสองปี ริบเมทแอมเฟตามีนกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง ส่วนคำขออื่นให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม (2), 66 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 ปี ปรับ 300,000 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสามแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี 4 เดือน ปรับ 200,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีกำหนด 14 ปี ปรับ 750,000 บาท เพิ่มโทษหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 18 ปี 8 เดือน ปรับ 1,000,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 9 ปี 4 เดือน ปรับ 500,000 บาท ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 1 ได้พร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีน 194 เม็ด เมื่อตรวจค้นบ้านของจำเลยทั้งสอง เจ้าพนักงานตำรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีน 570 เม็ด ซ่อนอยู่ใต้หมอนบนที่นอนในห้องนอน ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพตามฟ้อง มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยมาแล้วในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 โดยศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 มอบเมทแอมเฟตามีน 194 เม็ด ให้จำเลยที่ 1 ไปส่งมอบให้นายสุรพงษ์ตามที่นายสุรพงษ์สั่งซื้อ

จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนซุกซ่อนไว้ในกางเกงในแล้วขับรถจักรยานยนต์ไปบ้านนายสุรพงษ์ แต่เมื่อไปถึงบ้านนายสุรพงษ์จำเลยที่ 1 ยังไม่ทันส่งมอบเมทแอมเฟตามีน เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 1 พร้อมเมทแอมเฟตามีน 194 เม็ด ได้ก่อน ซึ่งโจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 เป็นสามีจำเลยที่ 1 เมื่อนายสุรพงษ์สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนไปส่งให้นายสุรพงษ์ จำเลยที่ 1 ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับก่อนส่งมอบ แม้การซื้อขายเมทแอมเฟตามีน 194 เม็ด ยังไม่สำเร็จบริบูรณ์ แต่การกระทำของจำเลยทั้งสองก็เป็นการลงมือกระทำความผิดแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอดเพราะถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเสียก่อน จึงเป็นความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 194 เม็ด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า

การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน และพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับข้อหานี้ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการสุดท้ายว่า จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีน 764 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย หรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีน 764 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีน 194 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจริง โจทก์มีพันตำรวจตรีชาลี เรืองศิลป์ พนักงานสอบสวนเบิกความตอบทนายจำเลยทั้งสองถามค้านว่า วันที่พยานไปตรวจบ้านเกิดเหตุ พยานเข้าบ้านเกิดเหตุไม่ได้เพราะประตูบ้านถูกล็อกไว้ และจำเลยที่ 2 ให้การเพิ่มเติมชั้นสอบสวนเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2545 ว่าเหตุที่จำเลยที่ 2 นำชี้ที่เกิดเหตุภายในบ้านไม่ได้เพราะเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองแล้วจึงไม่มีผู้ใดอยู่บ้าน และไม่ทราบว่าใครนำกุญแจบ้านไป

ดังนี้ จึงเป็นการแจ้งชัดว่าบ้านเกิดเหตุมีจำเลยทั้งสองพักอาศัยอยู่ด้วยกันเพียงสองคนเท่านั้น เมื่อเมทแอมเฟตามีน 570 เม็ด ที่เหลือจากการนำไปส่งให้นาย สุรพงษ์ เจ้าพนักงานตำรวจค้นพบอยู่ใต้หมอนบนที่นอนให้ห้องนอน แสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้มีเจตนานำเมทแอมเฟตามีนไปซุกซ่อนเพื่อไม่ให้จำเลยที่ 1 รับรู้ด้วยแต่อย่างใด และตามภายถ่าย จำเลยที่ 2 นำชี้บ้านเกิดเหตุ ลักษณะของบ้านเป็นห้องแถวซึ่งหากจำเลยที่ 2 จะนำเมทแอมเฟตามีนไปซุกซ่อนในบริเวณบ้านแห่งใดก็ได้เพื่อไม่ให้จำเลยที่ 1 รู้ แต่การที่ซุกซ่อนไว้ใต้หมอนบนที่นอนในห้องนอนย่อมเป็นการกระทำที่จำเลยที่ 1 ผู้เป็นภริยาต้องรู้เห็นด้วยอย่างแน่นอน อีกทั้งจากบันทึกการตรวจค้น

จับกุม จำเลยที่ 1 ให้การว่า เมทแอมเฟตามีนทั้งหมดจำเลยที่ 1 ซื้อมาจากนายบอล ถุงละ 6,600 บาท นำมาจำหน่ายต่อถุงละ 7,300 บาท กระดาษสาที่พบในบ้าน เป็นกระดาษที่ใช้ห่อเมทแอมเฟตามีนเป็นมัด มัดละ 10 ถุง มีเมทแอมเฟตามีน 200 เม็ด อันเป็นรายละเอียดที่จำเลยที่ 1 ต้องเป็นผู้บอกเล่าให้เจ้าพนักงานตำรวจทราบ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงบันทึกไว้ได้ ที่จำเลยที่ 1 เบิกความว่าชั้นจับกุมจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเพราะสับสน เจ้าพนักงานตำรวจไม่ได้แจ้งข้อหา จำเลยที่ 1 ยอมรับแต่เพียงว่านำสิ่งของไปจริง แต่ไม่ทราบว่าสิ่งของเป็นอะไรเท่านั้น แต่คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ตอบคำถามพนักงานสอบสวนว่า ที่ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเพราะไม่เข้าใจข้อหาคำเบิกความของจำเลยที่ 1 จึงขัดแย้งกับคำให้การชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 เองอันเป็นพิรุธ

เมื่อพิจารณาวุฒิการศึกษาของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก สามารถอ่านเขียนหนังสือไทยได้ดี และทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวประจำโรงพยาบาลชลบุรี ตำแหน่งผู้ช่วยเหลือคนไข้ อาชีพของจำเลยที่ 1 ย่อมต้องสื่อสารได้ดีทั้งคำพูดละข้อความที่เขียนจึงจะทำงานดังกล่าวได้ เชื่อว่า จำเลยที่ 1 เข้าใจข้อหาของเจ้าพนักงานตำรวจชั้นจับกุมได้ดีแล้วจึงให้การรับสารภาพทันทีที่ถูกจับกุม และเมื่อจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธชั้นสอบสวน จำเลยที่ 2 ก็ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนว่า จำเลยที่ 2 ซื้อเมทแอมเฟตามีนจากนายบอล ไม่ทราบนามสกุลที่บ้านสวนซอย 9 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี

จังหวัดชลบุรี ราคาถุงละ 6,600 บาท นำมาจำหน่ายให้ลูกค้าถุงละ 7,300 บาท ซึ่งก็ตรงกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ชั้นจับกุมนั่นเอง แสดงให้เห็นว่า จำเลยทั้งสองต่างรู้เห็นในการซื้อเมทแอมเฟตามีนจากนายบอลมาจำหน่ายและรู้ถึงต้นทุน กำไรของเมทแอมเฟตามีนอีกด้วย ดังนั้น พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีน 764 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามฟ้องโจทก์ ข้อนำสืบต่อสู้ของจำเลยที่ 1 ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดฐานมีเมทแอมตามีนอีก 570 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับข้อหานี้มานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น ส่วนเงินจำนวน 21,000 บาท ของกลางนั้น เมื่อศาลล่างทั้งสองมิได้สั่งริบ ก็ชอบที่จะคืนแก่เจ้าของเสียด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม (2), มาตรา 66 วรรคหนึ่ง วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 4 ปี และจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานร่วมกับจำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 14 ปี และปรับ 750,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงแรกคงจำคุก 2 ปี 8 เดือน กระทงหลังจำคุก 9 ปี 4 เดือน และปรับ 500,000 บาท รวมจำคุก 11 ปี 12 เดือน และปรับ 500,000 บาท สำหรับจำเลยที่ 2 เมื่อรวมโทษความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนกับโทษความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 อีก 14 ปี และปรับ 750,000 บาท เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 แล้ว กระทงแรกจำคุก 5 ปี 4 เดือน กระทงหลังจำคุก 18 ปี 8 เดือน และปรับ 1,000,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกรวม 11 ปี 12 เดือน และปรับ 500,000 บาท กับให้คืนเงิน 21,000 บาท ของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพลินจิต ตั้งพูลสกุล · วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์ · นันทชัย เพียรสนอง
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้