Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 14745)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่เจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้ผู้ใด โดยอ้างว่า เป็นทรัพย์ของเจ้ามรดกนั้น มิใช่จะถือว่าทรัพย์ที่ระบุในพินัยกรรม เป็นของเจ้ามรดกเสมอไป ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานต่าง ๆ ว่าเป็น ทรัพย์ของเจ้ามรดกหรือไม่ เมื่อคดีฟังได้ว่าเจ้ามรดกได้ยกทรัพย์ บางส่วนให้จำเลยทั้งสองก่อนตาย ทรัพย์ส่วนที่ยกให้ย่อมไม่เป็น ของเจ้ามรดกที่จะทำพินัยกรรมยกให้โจทก์ทั้งสองได้.

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกนายประคอง แจ่มประทีป โจทก์ในสำนวนแรก และจำเลยที่ 2ในสำนวนหลังเป็นโจทก์ที่ 1 เรียกนางละมัย ทรงไตรย์ จำเลยที่ 1ในสำนวนหลังเป็นโจทก์ที่ 2 เรียกนางทวี ศรสุวรรณ จำเลยในสำนวนแรกและโจทก์ที่ 2 ในสำนวนหลังเป็นจำเลยที่ 1 เรียกนางละเมียด จันทร์ทรงโจทก์ที่ 1 ในสำนวนหลังเป็นจำเลยที่ 2สำนวนแรกโจทก์ที่ 1 ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้รับมรดกตามพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองของนางบุญนาค แจ่มประทีป มารดา โดยนางบุญนาคทำพินัยกรรมยกบ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านคลังอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโรงวัวซึ่งอยู่ติดกับบ้านดังกล่าวให้โจทก์ที่ 1 เมื่อนางบุญนาคตายแล้ว

โจทก์ที่ 1เข้าไปทำการรื้อบ้านและโรงวัว แต่จำเลยที่ 1 ขัดขวางอ้างว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 1 ขอให้พิพากษาห้ามมิให้จำเลยที่ 1 และบริวารขัดขวางจำเลยที่ 1 ให้การว่า นางบุญนาค แจ่มประทีป มารดา ยกบ้านทรงไทยยอดแหลมเลขที่ 24 ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 โดยยกให้ตอนจำเลยที่ 1 สมรสกับนายกมล ศรสุวรรณ และใช้บ้านหลังนี้เป็นเรือนหอต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ต่อเติมบ้านทรงไทยยอดแหลมขึ้นอีกหลังเป็นทรงบังกะโลและปลูกโรงวัวขึ้นเองภายหลัง นางบุญนาคไม่มีสิทธิเอาทรัพย์ดังกล่าวไปทำพินัยกรรมยกให้โจทก์ที่ 1 พินัยกรรมท้ายฟ้องไม่สมบูรณ์เป็นโมฆะ เพราะขณะทำพินัยกรรมนางบุญนาคมีสติไม่สมบูรณ์หลงใหลฟั่นเฟือน ลายพิมพ์นิ้วมือในพินัยกรรมจะเป็นลายพิมพ์นิ้วมือของนางบุญนาคที่แท้จริงหรือไม่

จำเลยที่ 1 ไม่รับรอง ขอให้ยกฟ้องสำนวนที่สอง จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1ที่ 2 และโจทก์ที่ 1 ที่ 2 เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันเมื่อนางบุญนาค แจ่มประทีป มารดายังมีชีวิตนางบุญนาคยกที่ดินส.ค.1 เลขที่ 21 หมู่ที่ 21 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านคล้ง อำเภอบางบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื้อที่ประมาณ 78 ตารางวา กับเรือนทรงไทยยอดแหลมเลขที่ 24 ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินแปลงนี้ให้แก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ครอบครองปลูกบ้านเพิ่มขึ้นอีก 1 หลัง เป็นบ้านทรงบังกะโลติดกับเรือนหลังเดิมและปลูกโรงวัวขึ้นอีก 1 โรงและนางบุญนาคยังยกที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 54 เล่ม 1 หน้า 47 หมู่ที่ 5ตำบลบ้านคล้ง เนื้อที่ 3 งาน 92 ตารางวา ให้แก่จำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ด้วย โดยจำเลยที่ 2 ได้ปลูกเรือนในที่ดินส่วนที่ได้รับยกให้อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของที่ดิน

โจทก์ที่ 2ก็เข้าครอบครองที่ดินส่วนที่ได้รับยกให้เช่นกัน ใช้ปลูกบ้านจำเลยที่ 1 ซึ่งได้ที่ดินทางด้านทิศตะวันตก ได้ใช้ที่ดินทำลานนวดข้าว และทำสวน นอกจากนี้นางบุญนาคยังได้ยกที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 19หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านคล้งเนื้อที่ประมาณ 60 ตารางวา ให้แก่จำเลยที่ 2และโจทก์ที่ 2 คนละครึ่ง ซึ่งจำเลยที่ 2 ได้เข้าครอบครองที่ดินแปลงนี้ทางด้านทิศตะวันออกและปลูกโรงวัวไว้ 1 โรง สำหรับที่ดินส่วนที่เป็นของโจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 2 ปล่อยทิ้งว่างไว้ หลังจากนางบุญนาคตายแล้ว จำเลยจึงรู้ว่าโจทก์ทั้งสองสมคบกันฉ้อฉลหลอกลวงพานางบุญนาคไปทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่อำเภอบางบาล นางบุญนาคไม่มีอำนาจเอาทรัพย์สินดังกล่าวซึ่งตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยแล้วไปทำพินัยกรรมยกให้แก่โจทก์ทั้งสอง

ทั้งขณะทำพินัยกรรมนางบุญนาคชรามากแล้ว มีสติไม่สมบูรณ์หลงลืม ได้ทำพินัยกรรมเพราะถูกข่มขู่โดยสำคัญผิดหรือถูกกลฉ้อฉลถึงขนาด พินัยกรรมดังกล่าวจึงเสียไปทั้งฉบับ ขอให้เพิกถอนข้อกำหนดพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองฉบับลงวันที่20 สิงหาคม 2528 และพิพากษาว่า ที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 21 พร้อมเรือนทรงไทยเลขที่ 24 กับเรือนทรงบังกะโลและโรงวัวเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 19 เนื้อที่ประมาณ 30 ตารางวาตามเส้นสีแดงในแผนที่ท้ายฟ้องกับโรงวัวเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2และที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 54 เล่ม 1 หน้า 47 เนื้อที่ดินประมาณ150 ตารางวา ตามเส้นสีเหลืองในแผนที่ท้ายฟ้องพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 ที่ดินตามเส้นสีเขียวในแผนที่ท้ายฟ้องเนื้อที่ประมาณ 92 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1โจทก์ให้การว่า

นางบุญนาคไม่เคยยกที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 21พร้อมบ้านเลขที่ 24 หรือยกที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 19 หรือยกที่ดินน.ส.3 เลขที่ 54 ให้แก่จำเลยคนหนึ่งคนใดเลย จำเลยอยู่ในที่ดินโดยอาศัยนางบุญนาค มารดา พินัยกรรมของนางบุญนาคมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย ทรัพย์สินที่ระบุในพินัยกรรมเป็นของนางบุญนาคทั้งสิ้นคำฟ้องที่อ้างว่าพินัยกรรมไม่สมบูรณ์เป็นฟ้องเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 21 (ที่ถูกควรจะเป็นส.ค.1 เลขที่ 19) หมู่ 5 ตำบลบ้านคล้ง อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดิน คือบ้านทรงบังกะโลเลขที่ 24 และโรงวัวเป็นของจำเลยที่ 1 ที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 19(ที่ถูกควรจะเป็น ส.ค.1 เลขที่ 21)

หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านคล้งอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เฉพาะส่วนที่จำเลยที่ 2ปลูกโรงวัวอยู่ตามรูปแผนที่ท้ายคำฟ้องในสำนวนคดีหมายเลขดำที่126/2530 เส้นสีแดงเนื้อที่ประมาณ 30 ตารางวา เป็นของจำเลยที่ 2ที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 54 เล่ม 1 หน้า 47 หมู่ 5 ตำบลบ้านคล้งอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เฉพาะส่วนที่จำเลยที่ 2ปลูกบ้านอยู่ตามรูปแผนที่ท้ายคำฟ้องคดีหมายเลขดำที่ 126/2530เส้นสีเหลือง เนื้อที่ประมาณ 150 ตารางวา เป็นของจำเลยที่ 2และเฉพาะส่วนตามเส้นสีเขียวเนื้อที่ประมาณ 92 ตารางวา เป็นของจำเลยที่ 1 ให้เพิกถอนพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง ฉบับลงวันที่20 สิงหาคม 2528 ของนางบุญนาค แจ่มประทีป ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1ในสำนวนคดีหมายเลขดำที่ 32/2530 (สำนวนแรก)

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...การที่นางบุญนาคได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้ผู้ใดโดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของนางบุญนาคนั้น มิใช่จะถือว่าทรัพย์ที่ระบุในพินัยกรรมเป็นของนางบุญนาค ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานต่าง ๆ ว่าเป็นทรัพย์ของนางบุญนาคหรือไม่ เมื่อคดีฟังได้ว่านางบุญนาคได้ยกให้จำเลยทั้งสองบางส่วนก่อนตาย ทรัพย์ส่วนที่ยกให้ย่อมไม่เป็นของนางบุญนาคที่จะทำพินัยกรรมยกให้โจทก์ทั้งสองได้ ส่วนที่โจทก์ทั้งสองฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่าเมื่อมีการพิพาทเรื่องทางภารจำยอมทางด้านทิศใต้ของที่ดิน ส.ค.1ทั้งสองแปลงถูกปิดกั้นจำเลยทั้งสองเป็นผู้ฟ้องร้อง เป็นข้อสนับสนุนว่านางบุญนาคยกให้จำเลยทั้งสองทั้งที่คดีดังกล่าวไม่ผูกพันโจทก์ทั้งสองนั้น

เห็นว่าเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ยกเหตุผลตามพยานหลักฐานในสำนวนให้เห็นว่าพยานจำเลยทั้งสองมีน้ำหนักดีกว่าพยานโจทก์เพื่อชี้ว่าจำเลยทั้งสองได้รับการยกให้ทรัพย์พิพาทมาก่อนแล้วมิใช่เอาคำพิพากษาคดีก่อนมาผูกมัดโจทก์แต่อย่างใด ฎีกาโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้นแต่ที่ศาลล่างทั้งสองให้เพิกถอนพินัยกรรมนั้น เห็นว่าพินัยกรรมดังกล่าวนายอุดม บุญนรา ปลัดอำเภอเสนาผู้ทำหน้าที่แทนนายอำเภอและเป็นผู้ทำพินัยกรรมรายนี้เบิกความว่า นางบุญนาคมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ็ดี และพินัยกรรมทำถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายจึงเป็นพินัยกรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ที่ระบุในพินัยกรรมมีพิพาทบางส่วนเท่านั้น ยังมีส่วนที่มิได้พิพาทกัน เช่นที่ดินตามน.ส.3 เอกสารหมาย ล.2 และ ส.ค.1 เลขที่ 21 เอกสารหมาย ล.3บางส่วน ส่วนที่ไม่พิพาทยังมีผลตามพินัยกรรม ไม่มีผลเฉพาะแต่ทรัพย์พิพาทที่ได้ยกให้แก่จำเลยทั้งสองเท่านั้น จึงควรเพิกถอนพินัยกรรมบางส่วนเฉพาะทรัพย์ส่วนที่เกี่ยวกับที่นางบุญนาคได้ยกให้แก่จำเลยทั้งสอง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองฉบับลงวันที่ 20 สิงหาคม 2528 ของนางบุญนาค แจ่มประทีป บางส่วนเฉพาะเกี่ยวกับทรัพย์ที่นางบุญนาคได้ยกให้แก่จำเลยทั้งสองเท่านั้นนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้