Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1472/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญาขายสิ่งของในห้องพิพาท และตกลงโอนสิทธิการเช่าห้องพิพาทให้โจทก์ โดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภริยาโดยมิชอบด้วยกฎหมายรู้เห็นยินยอมด้วย แต่มิได้ลงชื่อในสัญญานั้น สัญญานั้นย่อมผูกพันสิ่งของส่วนของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรค 2 โจทก์จึงบังคับให้จำเลยที่ 2 ส่งมอบสิ่งของนั้นให้แก่โจทก์ได้ เมื่อคำขอท้ายฟ้องมีว่า "ถ้าการโอนการเช่าห้องพิพาทไม่สามารถกระทำได้ ก็ให้จำเลยคืนเงินให้โจทก์" มิได้เรียกร้องให้คืนเงินในกรณีที่จำเลยไม่ส่งมอบสิ่งของในห้องพิพาทให้โจทก์ด้วยแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เท่านั้นมีสิทธิในการเช่า จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในเมื่อจำเลยที่ 1 ไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ได้ โจทก์จะขอให้บังคับจำเลยที่ 2 โดยอ้างว่าเงินที่จำเลยที่ 1 ได้รับมาย่อมตกเป็นทรัพย์ของจำเลยทั้งสองร่วมกัน จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 คืนเงินให้โจทก์ด้วยมิได้ เพราะเท่ากับเป็นการขอให้บังคับแก่บุคคลภายนอก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน จำเลยที่ ๑ มีชื่อเป็นผู้เช่าห้องพิพาท จำเลยที่ ๑ ได้ทำหนังสือสัญญาขายสิ่งของต่างๆ ในร้านของจำเลยและตกลงโอนสิทธิการเช่าห้องพิพาทให้โจทก์ โดยคิดเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ และผู้ให้เช่าได้ยินยอมด้วยแล้ว ต่อมาโจทก์ได้ชำระเงินให้จำเลยครบถ้วน แต่จำเลยไม่ยอมออกจากห้องพิพาท จึงขอให้บังคับให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าห้องพิพาทให้โจทก์ และให้จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาทพร้อมมกับส่งมองสิ่งของใช้ต่างๆ ให้โจทก์ ถ้าการโอนไม่สามารถทำได้ ก็ให้จำเลยคืนเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การรับว่าเป็นจริงตามฟ้อง และยินยอมจะโอนห้องเช่ากับส่งมอบสิ่งของให้โจทก์ตามสัญญา แต่จำเลยที่ ๒ ไม่ยอม จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ โอนสิทธิการเช่าห้องพิพาทให้โจทก์และให้จำเลยกับบริวารออกจากห้องพิพาทพร้อมกับส่งมอบสิ่งของต่างๆ ให้โจทก์ถ้าการโอนทำไม่ได้ให้จำเลยที่ ๑ คืนเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้โจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ขับไล่จำเลยที่สองออกจากห้องพิพาทด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ เป็นภริยาโดยมิชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ ๑ แต่ได้รู้เห็นยินยอมให้จำเลยที่ ๑ ขายสิ่งของในห้องพิพาทซึ่งจำเลยที่ ๑ และ ที่ ๒ เป็นเจ้าของรวมให้โจทก์ ฉะนั้น แม้จำเลยที่ ๒ มิได้ลงชื่อในสัญญาที่จำเลยที่ ๑ ทำกับโจทก์ สัญญานั้นก็ผูกพันสิ่งของส่วนของจำเลยที่ ๒ ด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๑ วรรค ๒ โจทก์จึงบังคับให้จำเลยที่ ๒ ส่งมอบสิ่งของนั้นให้แก่โจทก์ได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดคืนเงินให้โจทก์ด้วยนั้น ตามคำขอท้ายฟ้องมีว่าถ้าการโอนการเช่าห้องพิพาทไม่สามารถทำได้ ก็ให้จำเลยคืนเงินให้โจทก์ ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ เท่านั้นเป็นผู้มีสิทธิในการเช่า

จำเลยที่ ๒ มิได้มีสิทธิในการเช่าร่วมด้วย และมิได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ในการโอนสิทธิการเช่า ทั้งโจทก์มิได้เรียกร้องให้คืนเงินในกรณีที่จำเลยไม่ส่งมอบสิ่งของในห้องพิพาทให้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ในการคืนเงินในเมื่อ จำเลยที่ ๑ โอนสิทธิการเช่าไม่ได้ เมื่อคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ไม่อาจบังคับให้จำเลยที่ ๒ คืนเงินนั้นได้แล้ว โจทก์จะขอให้บังคับจำเลยที่ ๒ โดยอ้างว่าเงินที่จำเลยที่ ๑ ได้มาย่อมตกเป็นทรัพย์ของจำเลยทั้งสองร่วมกัน จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ คืนเงินให้โจทก์ด้วยนั้นหาได้ไม่ เพราะเท่ากับเป็นการชอให้บังคับแก่บุคคลภายนอก

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ส่งมอบสิ่งของในห้องพิพาทให้แก่โจทก์ตามสัญญาด้วย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โพยม เลขยานนท์ · ห้วน ประชาบาล · มณี ชุติวงศ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายบดินทร์ ลุประสงค์
ศาลอุทธรณ์ - นายกิ่ง ศาลิคุปต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้