Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14704/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และจำเลยยังนำสืบโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิในการครอบครองที่ดินพิพาทกันอยู่ แม้โจทก์มีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 6869 แต่ก็รับว่าไม่เคยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท ส่วนจำเลยนำสืบต่อสู้ว่าจำเลยได้สิทธิในที่ดินพิพาทมาจากเจ้าของที่ดินเดิมโดยการส่งมอบการครอบครอง และมีกรณีฟ้องร้องเพราะเหตุที่มีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2434 โดยไม่ชอบทับที่ดินของบุคคลอื่นอีกหลายคดี ซึ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์แบ่งแยกมาจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว เท่ากับจำเลยยืนยันโดยมีเหตุผลตามสมควรว่า จำเลยมีสิทธิครอบครอง เป็นเรื่องที่ต้องว่ากล่าวโต้แย้งกันทางแพ่ง จึงต้องรับฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิด การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 (2) (3)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) (3) ประกอบมาตรา 362, 83 จำคุก 1 ปี 6 เดือนทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 12 เดือน

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ เห็นว่า แม้สำเนาหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 6869 ระบุว่าโจทก์ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ทั้งโจทก์มีนายรัฐหรือธัชกร เจ้าพนักงานที่ดินเป็นพยานเบิกความสนับสนุนว่า หนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ยังมีผลตามกฎหมายและมิได้ถูกเพิกถอนก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากสำเนาคำสั่งกรมที่ดิน เรื่องตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีข้าราชการกระทำผิดวินัยฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ปรากฏว่า มีการกล่าวถึงข้อเท็จจริงกรณีที่ข้าราชการสำนักงานที่ดินร่วมมือกับนายณรงค์ และพวกนำที่ดินซึ่งนายไม มีสิทธิครอบครองอยู่ไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.)

เลขที่2434 ในชื่อตนเองแล้วนำไปขายได้เงินแบ่งปันกัน ซึ่งหากเป็นความจริงก็ต้องถือว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ทุกฉบับที่แบ่งแยกมาจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2434 เป็นเอกสารสิทธิที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายเมื่อโจทก์ไม่นำสืบข้อเท็จจริงให้เห็นได้เป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากที่ปรากฏตามเอกสาร และโจทก์เบิกความด้วยว่าโจทก์ไม่เคยครอบครองทำประโยชน์ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 6869 แต่อย่างใด ลำพังเพียงการที่โจทก์รังวัดแบ่งแยกที่ดินโดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน ยังมิใช่การกระทำอันถือได้ว่าเป็นการยึดถือครอบครองใช้ประโยชน์ที่ดิน เมื่อจำเลยนำสืบต่อสู้ว่า จำเลยได้สิทธิในที่ดินแปลงดังกล่าวมาจากเจ้าของที่ดินเดิมโดยการส่งมอบการครอบครอง และมีกรณีฟ้องร้องเพราะเหตุที่มีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.)

เลขที่ 2434 โดยมิชอบทับที่ดินของบุคคลอื่นอีกหลายคดี รวมทั้งคดีที่มีการฟ้องนายเติม ต่อศาลชั้นต้นซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ฉบับดังกล่าว เท่ากับจำเลยยืนยันโดยมีเหตุผลตามสมควรว่า จำเลยมีสิทธิครอบครองอันเป็นเรื่องที่ต้องว่ากล่าวโต้แย้งกันในทางแพ่ง จึงต้องรับฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิด การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เมทินี ชโลธร · ณัฏฐชัย ไวยภาษจีรกุล · สุพจน์ กิตติรักษนนท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายจงจิต เพชรจันทร์กัน
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.1802/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ376/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ3451/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้