Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างทำหน้าที่สารบรรณของจำเลยที่3 ไม่มีหน้าที่ขับรถ ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ได้ขับรถคันเกิดเหตุของจำเลยที่ 3 โดยน. ลูกจ้างขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 ยินยอมโดยปริยายให้จำเลยที่ 1 ขับ และนั่งมาด้วยกรณีเช่นนี้ย่อมเป็นหน้าที่ของ น. ลูกจ้างของจำเลยที่ 3 ต้องควบคุมให้จำเลยที่ 1 ขับรถนั้นมิให้เกิดเหตุร้ายเมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถคันเกิดเหตุแทน น. ด้วยความประมาท เป็นเหตุให้ชนท้ายรถยนต์ของโจทก์เสียหาย น. ต้องรับผิดในการละเมิดที่เกิดขึ้นการละเมิดนี้ย่อมนับได้ว่าอยู่ในกรอบแห่งการที่จำเลยที่ 3 จ้าง จำเลยที่ 3 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย คำฟ้องเดิมของโจทก์ระบุหมายเลขทะเบียนรถยนต์ของจำเลยที่ชนท้ายรถยนต์โจทก์โดยถือตามบันทึกหมายเลขทะเบียนรถของพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุซึ่งผิดพลาด ต่อมาโจทก์จึงยื่นคำร้องขอแก้ไขฟ้อง โดยขอแก้หมายเลขทะเบียนรถของจำเลยเฉพาะเลขตัวหน้าตัวเดียวให้ถูกต้องตามความจริง ดังนี้เป็นเรื่องแก้ไขความผิดพลาดเล็กน้อยที่โจทก์เพิ่งทราบหลังจากการชี้สองสถาน แม้ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตไปโดยไม่ฟังข้อคัดค้านของจำเลยก็ตาม ก็ถือว่าชอบด้วยวิธีพิจารณาแล้ว คำฟ้องเดิมของโจทก์ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขฟ้องเป็นว่า'ก.ท.พ.2077หรือก.ท.พ.3077' ระบุหมายเลขทะเบียนรถยนต์ของจำเลยว่า 'ก.ท.พ.2077' ดังนี้ ย่อมเป็นการขอแก้คันเกิดเหตุที่แท้จริงว่าเป็น ก.ท.พ.3077 นั่นเอง ทั้งคำฟ้องและคำร้องขอแก้ไขฟ้องของโจทก์ดังกล่าว ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 และไม่เคลือบคลุมภาพถ่ายรถยนต์ของโจทก์ที่โจทก์อ้างประกอบคดีนั้น เป็นภาพจำลองวัตถุ ไม่จำต้องส่งสำเนาให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก่อนวันสืบพยาน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์ก.ท.ฑ 2253 โดยเช่าซื้อจากบริษัทแองโกลไทยมอเตอร์ จำกัด จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 3 ตำแหน่งพนักงานขับรถ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ ก.ท.พ 2077 หรือก.ท.พ 3077 ในขณะเกิดเหตุตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 ที่ 3 จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับผิดชอบดูแลรถยนต์ ก.ท.พ 2077 หรือ ก.ท.พ 3077 ในขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 3 เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวและเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2514 เวลาประมาณ 22 นาฬิกาจำเลยที่ 1 ลูกจ้างจำเลยที่ 3 ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 3 คันดังกล่าวในทางการที่จ้างและตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง

ด้วยความเร็วสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่ระมัดระวังชะลอรถหรือหยุดรถให้รถข้างหน้าผ่านพ้นไปก่อน และดูแลความปลอดภัยอันอาจจะเกิดขึ้น เป็นเหตุให้รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.พ 2077 หรือ ก.ท.พ 3077พุ่งเข้าชนท้ายรถยนต์ของโจทก์ ซึ่งวิ่งอยู่ข้างหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ได้รับความเสียหายหลายอย่าง ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันชำระค่าเสียหาย87,700 บาท แก่โจทก์ พร้อมทั้งชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จให้โจทก์จำเลยทั้งสามให้การ และจำเลยที่ 2, 3 ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ จำเลยที่ 1ไม่ได้เป็นลูกจ้างตำแหน่งพนักงานขับรถของจำเลยที่ 2 ที่ 3 รถยนต์ ก.ท.พ 2253 ไม่ใช่ของโจทก์ และโจทก์ไม่ใช่ผู้ครอบครอง

โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบดูแลรถยนต์ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3ไม่ใช่เจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์ ก.ท.พ 2077 จำเลยที่ 1 ไม่ได้ขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และไม่ได้ขับรถยนต์ประมาท ความประมาทเกิดจากโจทก์ขับรถยนต์ของโจทก์แซงขึ้นหน้ารถที่จำเลยที่ 1 ขับ เมื่อแซงพ้นแล้วก็หยุดกระทันหัน ทำให้รถที่จำเลยที่ 1 ขับหยุดไม่ทัน รถที่จำเลยที่ 1 ขับจึงชนรถโจทก์ ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม หากจะฟังว่าเสียหาย ความเสียหายก็มีเพียง10,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 57,424 บาท ให้โจทก์กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ร่วมกันใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงิน 57,424 บาท

นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จให้โจทก์ ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.พ 3077 ได้อนุมัติให้จำเลยที่ 2 นำรถคันดังกล่าวไปราชการของจำเลยที่ 3 โดยให้นายนอม แดงน้อย ลูกจ้างขับรถของจำเลยที่ 3 เป็นคนขับมีจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างทำหน้าที่สารบรรณของจำเลยที่ 3 ไม่มีหน้าที่ขับรถนั่งไปด้วย ตอนขากลับนายนอบได้ยินยอมโดยปริยายให้จำเลยที่ 1 ขับรถจำเลยที่ 1ขับรถคันดังกล่าวด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์ของโจทก์ที่เช่าซื้อและอยู่ในความครอบครองของโจทก์ในวันเกิดเหตุ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงิน 57,424 บาทวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า

คำร้องขอแก้ไขฟ้องของโจทก์ที่ขอแก้หมายเลขทะเบียนรถของจำเลยเป็นคำร้องเคลือบคลุม เพราะไม่ทราบว่ารถคันใดแน่นอน นั้น เห็นว่าเป็นการร้องแก้หมายเลขทะเบียนรถคันเกิดเหตุจาก ก.ท.พ 2077เป็น ก.ท.พ. 3077 จึงขอแก้เป็น ก.ท.พ 2077 หรือ ก.ท.พ 3077 ซึ่งก็คือ ขอแก้หมายเลขทะเบียนรถคันเกิดเหตุซึ่งแท้จริงว่า ก.ท.พ 3077 นั้นเอง คำฟ้องและคำร้องขอแก้ไขฟ้องของโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว จึงไม่เคลือบคลุมประเด็นในทางการที่จ้างหรือไม่ วินิจฉัยว่า กรณีเช่นนี้เป็นหน้าที่นายนอบลูกจ้างของจำเลยที่ 3 จำต้องควบคุมให้จำเลยที่ 1 ขับรถนั้นมิให้เกิดเหตุร้ายฉะนั้น

เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถคันเกิดเหตุของจำเลยที่ 3 แทนนายนอบลูกจ้างของจำเลยที่ 3 ด้วยความประมาท เป็นเหตุให้ชนท้ายรถยนต์ของโจทก์เสียหายนายนอมต้องรับผิดชอบในการละเมิดที่เกิดขึ้น การละเมิดนี้ย่อมนับว่าอยู่ในกรอบแห่งการที่จำเลยที่ 3 จ้าง จำเลยที่ 3 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในการละเมิดครั้งนี้ประเด็นเรื่องการขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องของโจทก์ที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตไปแล้ว ชอบด้วยวิธีพิจารณาหรือไม่ วินิจฉัยว่า โจทก์ขอแก้หมายเลขทะเบียนรถของจำเลยเฉพาะเลขตัวหน้าตัวเดียว โดยเดิมโจทก์ถือตามบันทึกหมายเลขทะเบียนรถของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอวังน้อยว่า ก.ท.พ 2077ที่ผิดพลาด ทั้งนี้ เป็นการแก้เพื่อให้ตรงตามความจริง

คือ ก.ท.พ 3077 ตามที่โจทก์ได้เรียกทะเบียน ก.ท.พ 3077 ที่แท้จริงมาประกอบคดีด้วยแล้ว ถึงแม้ศาลจะสั่งโดยไม่ฟังข้อคัดค้านของจำเลยก็ตาม เห็นว่า เป็นการแก้ไขความผิดพลาดเล็กน้อย ที่โจทก์เพิ่งทราบหลังจากการชี้สองสถานจำเลยที่ 3 ก็นำสืบรับว่ารถหมายเลขทะเบียน ก.ท.พ 3077 เป็นของจำเลยที่ 3 ซึ่งชนท้ายรถของโจทก์จริง จำเลยที่ 3 จึงไม่เสียเปรียบในเชิงคดีแต่อย่างใด ที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตชอบด้วยวิธีพิจารณาแล้วที่จำเลยที่ 3 ฎีกาอีกว่า ไม่ควรรับฟังภาพถ่ายรถของโจทก์หมาย จ.1 จ.2ที่โจทก์อ้างประกอบคดี เพราะโจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาให้จำเลยก่อนวันนัดสืบพยานนั้น เห็นว่า ภาพถ่ายดังกล่าวเป็นภาพจำลองวัตถุ ไม่ใช่พยานอันจะต้องส่งสำนวนให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก่อนวันสืบพยานตามกฎหมาย โจทก์ผู้อ้างจึงไม่ต้องส่งสำเนาให้แก่จำเลยก่อนวันสืบพยานพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุ่ม สุนทรธัย · พิชัย รชตะนันทน์ · อุดม ทันด่วน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้