Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1469/2494

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นคนเดินแซกเข้าไปลักปากกาจากกระเป๋าเสื้อเจ้าทรัพย์พาหนีไป จำเลยที่ 2 เดินเข้ามาชนกระแทกไหล่เจ้าทรัพย์เซไป แล้วเดินตามไปด้วยกันและถูกจับพร้อมกันในขณะที่เดินไปด้วยกันดังนี้ เพียงพอที่จะชี้ได้ว่า การที่จำเลยที่ 2 ใช้กำลังกายกระแทกไหล่เจ้าทรัพย์ให้เซไปก็เพื่อหน่วงเหนี่ยวการติดตามของเจ้าทรัพย์ให้ช้ลงโดยประสงค์ให้เป็นความสดวกในการที่จำเลยที่ 1 จะพาทรัพย์ที่ลักไปจากเจ้าทรัพย์หนีไปให้พ้นและเพื่อให้จำเลยที่ 1 รอดพ้นอาญาสำหรับความผิดที่ได้กระทำลง และการใช้กำลังกายกระแทกไหล่ เป็นการใช้กำลังทำร้ายอย่างหนึ่ง จำเลยทั้งสองที่สมคบกันในการนี้ จึงต้องมีผิดฐานชิงทรัพย์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันชิงทรัพย์และมีอาวุธพาไปในถนนหลวงโดยไม่รู้ได้รับอนุญาต

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีผิดเพียงฐานลักทรัพย์ตามก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๓ ข้อ ๑-๗ ๑๑ และผิดฐานมีอาวุธในถนนหลวงตาม พ.ร.บ.แก้ไขเปลี่ยนแปลง ก.ม.ลักษณะอาญา ร.ศ.๑๒๙ มาตรา ๒ อีกกะทงหนึ่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยผิดฐานชิงทรัพย์ ข้อเท็จจริงคงได้ความว่า จำเลยที่ ๑ เป็นคนเดิมแซกเข้าไปลักปากกาจากกระเป๋าเสื้อนายกมลพาหนีไปนายกมลออกเดินตามจะจับ จำเลยที่ ๒ เดินเข้ามาชนกระแทกไหล่นายกมลเซไป แล้วเดินตามไปด้วยกันดังนี้ เพียงพอที่จะชี้ได้ว่า การที่จำเลยที่ ๒ ใช้กำลังกายกระแทกไหล่เจ้าทรัพย์ให้เซ ก็เพื่อหน่วงเหนี่ยวการติดตามของเจ้าทรัพย์ให้ช้าลง โดยประสงค์ให้เป็นความสดวกในการที่จำเลยที่ ๑ จะพาทรัพย์ที่ลักไปจากเจ้าทรัพย์หนีไปให้พ้น และเพื่อให้จำเลยที่ ๑ รอดพ้นอาญาสำหรับความผิดที่กระทำลง และการใช้กำลังกายกระแทกไหล่เป็นการใช้กำลังกายทำร้ายอย่างหนึ่ง จำเลยทั้ง ๒ ที่สมคบกันในการนี้ จึงต้องมีผิดฐานชิงทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ในก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๘ (๓) (๕) และการกระทำของจำเลยประกอบด้วยกระทำในเวลาค่ำคืนมีสาตราวุธและมีพวกจำเลยจึงต้องผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๙

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างเฉพาะกะทงความผิดฐานลักทรัพย์เป็นว่าจำเลยผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๙

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิติธรรมประกรณ์ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลล่าง
ศาลอาญา - หลวงปรีชาดุลยกิจ
ศาลอุทธรณ์ - หลวงมนูเทศน์+
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้