Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1468/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นเสมียนประจำแผนกศึกษาธิการอำเภอ มีหน้าที่เกี่ยวกับ การรับจ่ายเงินได้ยักยอกเงินค่าสมัครอบรมสอบวิชาชุดครูซึ่งแผนกศึกษาธิการอำเภอเรียกเก็บจากผู้สมัคร แต่หน้าที่รับสมัครและรับเงินดังกล่าวนี้ผู้ช่วยศึกษาธิการมีคำสั่งให้ ป. ครูช่วยราชการแผนกศึกษาธิการอำเภอเป็นผู้ทำ ป. ไปราชการ ณ.ครูช่วยราชการได้รับสมัครและรับเงินค่าสมัครไว้แทน ป. แล้วได้มอบเงินให้จำเลยเก็บรักษาไว้ การที่จำเลยรับเงินมาเก็บรักษาไว้นี้จึงมิใช่จัดการเก็บรักษาไว้ตามหน้าที่ราชการของจำเลยเมื่อจำเลยยักยอกไป จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 เท่านั้น ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 147

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับราชการตำแหน่งเสมียนพนักงานประจำแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่การเงินของแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุมตั้งฎีกาเบิกเงินเดือนและเงินอื่น ๆ ของข้าราชการครูสังกัดแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม และครูสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดในท้องที่อำเภอวาปีปทุม กับได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จ่ายเงินเดือนและเงินอื่น ๆในนามศึกษาธิการอำเภอ อำเภอวาปีปทุม ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายได้กระทำผิดกฎหมายต่อเนื่องกันคือ เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๑๒ จำเลยได้เซ็นรับเงินค่าสมัครอบรมสอบวิชาชุดครูของนายเหรียญนายเปลื้องนายประเทืองและนางชื่นจิต รวม ๑,๓๘๐ บาท ที่ได้ชำระไว้ต่อแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม เพื่อนำส่งที่ทำการศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคามเป็นผลประโยชน์ค่าธรรมเนียมการสอบไล่ แล้วเบียดบังเอาเป็นของตนโดยทุจริตไม่นำส่งตามหน้าที่ราชการ และต่อมาระหว่างวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๑๒ ถึง๒๐ มิถุนายน ๒๕๑๒ ได้เบียดบังยักยอกเงินเดือนของข้าราชการครูอำเภอวาปีปทุมไปเป็นเงิน ๒๐,๘๓๐ บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗,๑๕๗, ๓๕๒, ๓๕๓ ประมวลกฎหมายอาญาแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓, ๑๓กับให้คืนหรือใช้เงินที่ยักยอกไปด้วย

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย คดีฟังได้ว่าจำเลยเบียดบังยักยอกเงินค่าสมัครอบรมสอบวิชาชุดครู อ.ส.ข. จำนวน ๑,๓๘๐ บาท แต่ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทุจริตเบียดบังยักยอกเงินเดือนของข้าราชการครูจำนวน ๒๐,๘๓๐ บาท พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๓๕๒, ๓๕๓ประมวลกฎหมายอาญาแก้ไขเพิ่มเติม (พ.ศ. ๒๕๐๒) มาตรา ๓ ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติมซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐จำคุก ๕ ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๑,๓๘๐ บาทแก่แผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยรับราชการเป็นเสมียนประจำแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน รับและจ่ายเงินทุกประเภทของแผนกศึกษาธิการอำเภอ ซึ่งมีเงินของครูประชาบาลสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด กับเงินของฝ่ายศึกษาธิการและเงินเบ็ดเตล็ดทุกประเภท ผู้ช่วยศึกษาธิการซึ่งรักษาการแทนศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม ได้มีคำสั่งให้นายประดิษฐ์ครูช่วยราชการแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุมรับสมัครครูที่สมัครอบรมสอบวิชาชุดครู (อ.ส.ช.) และรับเงินค่าสมัคร ต่อมาในวันที่ ๒๕มิถุนายน ๒๕๑๒ จำเลยได้รับเงินค่าสมัครอบรมสอบวิชาชุดครูรวม๑,๓๘๐ บาทไว้จากนางสาวปราณีซึ่งทำหน้าที่แทนนายประดิษฐ์ซึ่งไปราชการไว้แล้วนำไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตนเสียทั้งหมด

ไม่นำส่งคืนเป็นการเบียดบังยักยอกเงินจำนวนดังกล่าว แล้ววินิจฉัยว่า เงินค่าสมัครสอบวิชาชุดครูนี้ นายดีผู้ช่วยศึกษาธิการพยานโจทก์ว่าไม่ใช่เงินรายได้ของจังหวัดหรืออำเภอ ที่ทางแผนกศึกษาธิการจังหวัดจัดเก็บและรับเงินรายนี้ก็เพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่คุรุสภาซึ่งเป็นเงินตอบแทนแก่วิทยากรที่ทำการอบรมครูผู้สมัคร ถือได้ว่าเป็นเงินของทางการแผนกศึกษาธิการจัดเก็บไว้เป็นครั้งคราวตามความจำเป็น สุดแต่ทางราชการจะจัดให้มีการอบรมครูเพื่อสอบวิชาครูขึ้นเมื่อใด ก็จะได้ใช้จ่ายเงินรายนี้เป็นค่าตอบแทนแก่วิทยากรที่มาทำการอบรมครูผู้สมัคร ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีหน้าที่ตามระเบียบราชการในการจัดการเก็บรักษาเงินจำนวนนี้หน้าที่รับสมัครและเก็บเงินรายนี้เป็นของนายประดิษฐ์ซึ่งต้องเก็บรวบรวมส่งแก่นายดีผู้ช่วยศึกษาธิการอำเภอให้นำเก็บไว้ในกำปั่นทุกวัน

การที่จำเลยรับเงินจำนวนนี้มาเก็บรักษาไว้จึงมิใช่การเก็บรักษาไว้ตามหน้าที่ราชการของจำเลยเมื่อจำเลย ยักยอกเงินดังกล่าวไป จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ และกรณีไม่เข้าตามมาตรา ๓๕๓ ด้วยจำเลยคงมีความผิดตามมาตรา ๓๕๒ ฐานยักยอกทรัพย์ตามธรรมดาเท่านั้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒ ให้จำคุก ๑ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ ภู่งาม · ยงยุทธ เลอลภ · ล้วน นิลกำแหง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายสุพาสน์ จีระพันธ์
ศาลอุทธรณ์ - นายปสพ นพรัมภา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้