Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1466/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นออกหมายจับ ส.ตามคำร้องของโจทก์ในฐานะที่ส. เป็นบริวารของจำเลยและไม่ออกไปจากตึกแถวพิพาทตามคำบังคับของศาล เพื่อให้ ส.ปฏิบัติตามคำบังคับ.ซึ่งส. อาจถูกกักขังจนกว่าจะออกไปจากตึกแถวพิพาท แต่ไม่เกินกว่าหนึ่งปีนับแต่วันจับ. ส. จะขอประกันตัวได้ภายในเงื่อนไขที่ว่า ตนยอมที่จะปฏิบัติตามคำบังคับ ทั้งตามคำร้องที่นายประกันยื่นต่อศาลเพื่อขอประกันตัว ส. ก็ระบุไว้ชัดว่า เพื่อให้ ส. ออกไปปฏิบัติตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ และคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ประกันตัวก็ระบุว่าเพื่อให้ ส. ออกไปปฏิบัติตามคำบังคับภายใน 20 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง ฉะนั้น ข้อที่ว่า ส. จะต้องปฏิบัติตามคำบังคับจึงเป็นเงื่อนไขที่สำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาประกัน เมื่อ ส. ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดถือว่านายประกันผิดสัญญาประกัน ศาลริบเงินประกันนั้นได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นออกหมายจับนายเสริมศักดิ์ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นบริวารของจำเลย เพราะเหตุไม่ออกไปจากตึกแถวพิพาทตามคำพิพากษา และศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้นายเสริมศักดิ์ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ วันที่ 11 กันยายน 2523 เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวนายเสริมศักดิ์ต่อศาลตามหมายจับ ในวันเดียวกันนั้นนายประกันซึ่งเป็นทนายความของนายเสริมศักดิ์ด้วย ยื่นคำร้องขอประกันตัวนายเสริมศักดิ์เพื่อออกไปปฏิบัติตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า "อนุญาตให้บริวารจำเลยออกไปปฏิบัติตามคำบังคับภายใน 20 วัน นับแต่วันนี้ตีราคาสองหมื่นบาทหากไม่ปฏิบัติตามให้ถอนและยึดเงินทันที นัดพร้อมวันที่ 3 ตุลาคม ศกนี้เวลา 13.30 น.

แจ้งให้โจทก์ทราบ" จากนั้นนายประกันทำสัญญาประกันให้ไว้ต่อศาล ตามสำนวนอันดับ 51 ถึงวันนัดพร้อมศาลชั้นต้นสั่งว่าไม่มีหลักฐานเป็นที่ปรากฏว่า นายเสริมศักดิ์ได้มอบอาคารพิพาทให้แก่โจทก์การที่นายเสริมศักดิ์ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลถือว่านายเสริมศักดิ์ผิดสัญญาประกัน ให้กักขังนายเสริมศักดิ์ไว้จนกว่าจะปฏิบัติตามคำบังคับและริบเงินประกัน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง ในวันเดียวกันนั้นศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังโดยศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นายเสริมศักดิ์เป็นบริวารของจำเลยวันที่ 10 ตุลาคม 2523 นายประกันยื่นคำร้องว่า นายประกันได้พานายเสริมศักดิ์มาศาลตามนัด นายประกันจึงมิได้ผิดสัญญาประกันส่วนการที่นายเสริมศักดิ์ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลก็ควรจะเอาโทษแก่นายเสริมศักดิ์เพียงผู้เดียว ขอให้ยกเลิกคำสั่งริบเงินประกัน และอนุญาตให้นายประกันรับเงินจำนวนดังกล่าวคืนศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องนายประกันอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนนายประกันฎีกาในปัญหาที่ว่านายประกันผิดสัญญาประกันหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 300 บัญญัติว่า "ลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ถูกจับกุมตามหมายที่ออกเพื่อการจงใจขัดขืน จะต้องถูกกักขังไว้จนกว่าจะได้หาประกันมาตามจำนวนที่ศาลจะกำหนดตามที่เห็นสมควร(แต่ในกรณีฟ้องเรียกเงินไม่ให้เกินกว่าจำนวนหนี้ตามคำพิพากษา รวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียม) ว่าตนยินยอมที่จะปฏิบัติตามคำบังคับทุกประการแต่ห้ามไม่ให้กักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามหมายดังกล่าวแล้วเกินกว่าหนึ่งปีนับแต่วันจับ"

พิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่านายเสริมศักดิ์เป็นบริวารของจำเลย ซึ่งนายเสริมศักดิ์จะต้องออกจากตึกแถวพิพาทตามคำบังคับของศาล นายเสริมศักดิ์ขอผัดออกจากตึกแถวพิพาท เมื่อโจทก์ยินยอมและศาลอนุญาตแล้วนายเสริมศักดิ์กลับไม่ยอมออกจากตึกแถวพิพาทตามที่ขอผัดและอุทธรณ์ว่ามิได้เป็นบริวารของจำเลย กับขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ต่อมาศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ และนายเสริมศักดิ์ยังไม่ออกจากตึกแถวพิพาทศาลชั้นต้นจึงออกหมายจับนายเสริมศักดิ์ตามคำร้องของโจทก์ เพื่อให้นายเสริมศักดิ์ปฏิบัติตามคำบังคับ ซึ่งนายเสริมศักดิ์อาจถูกกักขังจนกว่าจะออกไปจากตึกแถวพิพาทแต่ไม่เกินกว่าหนึ่งปีนับแต่วันจับ นายเสริมศักดิ์จะขอประกันตัวได้ภายในเงื่อนไขที่ว่า

ตนยอมที่จะปฏิบัติตามคำบังคับทั้งตามคำร้องที่นายประกันยื่นต่อศาลเพื่อขอประกันตัวนายเสริมศักดิ์ก็ระบุไว้ชัดว่า เพื่อให้นายเสริมศักดิ์ออกไปปฏิบัติตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ และคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ประกันตัวก็ระบุว่าเพื่อให้นายเสริมศักดิ์ออกไปปฏิบัติตามคำบังคับภายใน 20 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง ฉะนั้น ข้อที่ว่านายเสริมศักดิ์จะต้องปฏิบัติตามคำบังคับจึงเป็นเงื่อนไขที่สำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาประกัน เมื่อนายเสริมศักดิ์ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ถือได้ว่านายประกันผิดสัญญาประกันพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · สุไพศาล วิบุลศิลป์ · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้