Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14629/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 ต่างมารวมกันเพื่อเสพยาเสพติดให้โทษ โดยเมทแอมเฟตามีนที่ตรวจพบอยู่ในสภาพกระจัดกระจายทั้งบนโต๊ะและบนพื้น มิได้อยู่ในสภาพนำมากองรวมกัน แสดงว่ามีการแบ่งเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลยที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกายแต่ละคนเข้าครอบครองก่อนแล้ว แต่เมทแอมเฟตามีนที่อยู่ในสภาพกระจัดกระจายดังกล่าวไม่อาจรับฟังให้เป็นผลร้ายว่าจำเลยทั้งหมดมีเจตนาร่วมกันครอบครองทั้งจำนวนตามที่โจทก์ฟ้อง คงฟังได้แต่เพียงว่าเฉพาะจำเลยที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกายมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเฉพาะในส่วนของแต่ละคนที่มีไว้เพื่อเสพเท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้โทษของจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจากรอการลงโทษเป็นไม่รอการลงโทษและไม่ปรับจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 โดยโจทก์มิได้อุทธรณ์เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยดังกล่าว ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 จะมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 และปัญหาดังกล่าวเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 5 ที่ 6 และที่ 9 ที่มิได้ฎีกาด้วยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสิบสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 67, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 83, 91 ริบของกลาง และนำโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ศาลรอการลงโทษไว้รวมเข้ากับโทษคดีนี้ จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 9 ให้การรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน โดยจำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 10 ถึงที่ 12 ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 9 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 สำหรับจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุกสามเดือนภายในระยะเวลา 1 ปี กับให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 เห็นสมควรเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ห้ามจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกประเภท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 สำหรับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนมาแล้วหลายครั้ง

ศาลเคยให้โอกาสจำเลยที่ 1 กลับตัวเป็นพลเมืองดีแล้วแต่จำเลยที่ 1 กลับยุ่งเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนอีก จึงให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน บวกโทษจำคุกที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 7427/2544 และคดีหมายเลขแดงที่ 1169/2546 ของศาลชั้นต้น คดีละ 6 เดือน เข้ากับโทษจำคุกคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 18 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนและอุปกรณ์สำหรับเสพเมทแอมเฟตามีนของกลาง เงินสดของกลางคืนแก่เจ้าของ ส่วนจำเลยอื่นและข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 9 มีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 อีกฐานหนึ่ง จำคุกคนละ 1 ปี เมื่อรวมกับความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนแล้ว รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 18 เดือน (ที่ถูก เมื่อบวกโทษจำคุกคดีละ 6 เดือน รวมสองคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วเป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 18 เดือน) จำคุกจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 คนละ 1 ปี 6 เดือน ไม่ลงโทษปรับ และไม่รอการลงโทษกับไม่คุมความประพฤติ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสิบสองกับพวกอีก 10 คน ซึ่งเป็นเยาวชนที่ห้องเลขที่ 555 โรงแรมฮาร์ทอินน์ ตั้งอยู่ที่ถนนศรีนครินทร์หมู่ที่ 5 ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมกับยึดได้เมทแอมเฟตามีน 53 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 1.67 กรัม กับขวดซึ่งดัดแปลงเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้เสพเมทแอมเฟตามีน 2 ชุด เงินสด 73,080 บาท เป็นของกลาง สำหรับความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน โจทก์และจำเลยทั้งสิบสองไม่อุทธรณ์ คดีสำหรับความผิดฐานนี้เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

โจทก์และจำเลยที่ 1 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 9 มิได้ฎีกา ความผิดฐานดังกล่าวจึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 ว่า จำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ เห็นว่า ร้อยตำรวจเอกชาญวุธ กับสิบตำรวจเอกมานะ ผู้จับกุม ซึ่งเป็นประจักษ์พยานฝ่ายโจทก์ที่เข้าตรวจค้นห้องเกิดเหตุเบิกความยืนยันว่า พยานได้เฝ้าสังเกตเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยพยานเห็นกลุ่มวัยรุ่นเข้าออกห้องเกิดเหตุเป็นจำนวนมาก เมื่อให้พนักงานของโรงแรมเคาะเรียกและเปิดประตูเข้าไป เห็นกลุ่มวัยรุ่นส่วนหนึ่งนั่งล้อมวงอยู่บริเวณห้องโถง และอีกส่วนหนึ่งอยู่ในห้องนอนทั้ง 2 ห้อง จึงเรียกให้มารวมกันที่บริเวณห้องโถง

เมื่อเปิดไฟในห้องจึงพบเมทแอมเฟตามีนของกลางในสภาพกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะและบนพื้น นอกจากนี้ยังพบขวดซึ่งมีลักษณะถูกดัดแปลงสำหรับใช้เป็นอุปกรณ์เสพเมทแอมเฟตามีน 2 ขวด และเงินสดอีก 73,080 บาท วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ กัน พยานโจทก์ทั้งสองปากดังกล่าวเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการไปตามหน้าที่ไม่มีเหตุว่าจะแกล้งเบิกความปรักปรำให้จำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 ต้องรับโทษ โดยผลการตรวจปัสสาวะของจำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 ก็พบสารเสพติด พฤติการณ์แห่งคดีฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 ต่างมารวมกันเพื่อเสพยาเสพติดให้โทษจริง โดยเมทแอมเฟตามีนที่ตรวจพบอยู่ในสภาพกระจัดกระจายทั้งบนโต๊ะและบนพื้น มิได้อยู่ในสภาพนำมากองรวมกันแสดงว่ามีการแบ่งเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลยที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกายแต่ละคนเข้าครอบครองก่อนแล้ว แต่เมทแอมเฟตามีนที่อยู่ในสภาพกระจัดกระจายดังกล่าวไม่อาจรับฟังให้เป็นผลร้ายว่าจำเลยทั้งหมดมีเจตนาร่วมกันครอบครองทั้งจำนวนตามที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษเฉพาะจำเลยที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกายฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเฉพาะในส่วนที่ตนเองมีไว้เพื่อเสพเท่านั้นจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง สำหรับความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนนั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 9 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ให้รอการลงโทษ 2 ปี และคุมความประพฤติของจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ไว้ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทั้งสิบสองฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสิบสองเฉพาะความผิดที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องดังกล่าว โดยโจทก์และจำเลยทั้งสิบสองมิได้อุทธรณ์ในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจึงต้องถือว่าโจทก์พอใจคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 9 ในความผิดฐานดังกล่าวแล้ว

ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้โทษของจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นไม่รอการลงโทษและไม่ลงโทษปรับจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 จึงไม่ชอบ เพราะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยดังกล่าว ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 จะมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 และปัญหาดังกล่าวเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 5 ที่ 6 และที่ 9 ที่มิได้ฎีกาด้วยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตคนละ 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ ส่วนความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนให้บังคับคดีลงโทษจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่ไม่คุมความประพฤติ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไสว จันทะศรี · สมชาย สินเกษม · ปริญญา ดีผดุง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายปราโมทย์ สุทธิกิจจานนท์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายนิยุติ สุภัทรพาหิรผล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.4038/2549
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ4710/2546
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1820/2547
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้