Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1462/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องเป็นการกระทำโดยมิชอบนั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีของศาลแพ่งแดงที่ 1696/2512ระหว่าง ป. โจทก์ ว. จำเลย ซึ่งทำยอมความกันไว้เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2512 ซึ่งข้อ 5 มีความว่า โจทก์จำเลยตกลงให้มีกรรมการตรวจงาน 3 นาย ให้กรรมการทั้ง 3 นาย มีอำนาจชี้ขาดว่าการก่อสร้างแล้วเสร็จตามข้อตกลงหรือไม่ ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2512 กรรมการตรวจงานทั้งสามคนได้ไปตรวจงานก่อสร้างทุกรายการตามสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าโจทก์จำเลยในคดีนั้นแล้ว เห็นว่าผลงานก่อสร้างทุกรายการตามสัญญาประนีประนอมยอมความเสร็จเรียบร้อยใช้การได้ และฝีมือช่างที่ก่อสร้างอยู่ในขั้นปราณีตใช้การได้ดี ปรากฏเช่นนี้ โจทก์มาบรรยายฟ้องคดีนี้ว่า การตรวจงานของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4(หมายถึงคณะกรรมการตรวจงานในคดีแรก) ไม่ได้กระทำการโดยสุจริตฯลฯ กรณีดังที่กล่าวมาเห็นได้ชัดแจ้งว่า ข้อโต้แย้งของโจทก์ในคดีนี้เป็นข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการบังคับคดีตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1696/2512 โจทก์ชอบที่จะต้องขอให้ดำเนินกระบวนการพิจารณาให้รู้ว่าคณะกรรมการผู้ตรวจงานทำถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ในคดีเดิม ไม่ชอบที่จะมาฟ้องเป็นคดีใหม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่าให้มีคำพิพากษาเพิกถอน ทำลายบันทึกของคณะกรรมการตรวจงานลงวันที่ 8 มิถุนายน 2512 ในคดีแพ่งแดงที่ 1696/2512 ของศาลแพ่งอันเป็นกลฉ้อฉล และเป็นโมฆะศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดีในคดีแดงที่ 1692/2512 ของศาลแพ่ง โจทก์ชอบที่จะร้องต่อศาลในสำนวนคดีเดิมไม่ชอบที่จะมาฟ้องเป็นคดีใหม่ คำฟ้องของโจทก์มิได้เป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกฎหมายที่บังคับไว้ จึงไม่รับคำฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องว่าเป็นการกระทำโดยมิชอบนั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีของศาลแพ่งแดงที่ 1696/2512ระหว่าง

ป.โจทก์ ว.จำเลย ซึ่งทำยอมความกันไว้เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2512 ซึ่งข้อ 5 มีความว่าโจทก์จำเลยตกลงให้มีกรรมการตรวจงาน 3 นาย คือ (1) นายสำเภา จันทรเมฆา (2) นายชวลิต หะรินเดช (3) จ่าศาลแพ่งให้กรรมการทั้ง 3 นายมีอำนาจชี้ขาดว่า การก่อสร้างแล้วเสร็จตามข้อตกลงหรือไม่...ฯลฯ ข้อ 6 ถ้ากรรมการดังกล่าวในข้อ 5 ชี้ขาดว่าโจทก์ทำการก่อสร้างถูกต้องตามสัญญานี้แล้ว จำเลยจะต้องจ่ายเงินสามแสนบาทถ้วนให้โจทก์ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ 23 กรกฎาคม2512 ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2512 กรรมการตรวจงานทั้งสามคนได้ไปตรวจงานก่อสร้างทุกรายการตามสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าโจทก์ จำเลยในคดีนั้นแล้วเห็นว่าผลงานก่อสร้างทุกรายการตามสัญญาประนีประนอมยอมความเสร็จเรียบร้อยใช้การได้และฝีมือช่างที่ก่อสร้างอยู่ในขั้นปราณีตใช้การได้ดี

ปรากฏเช่นนี้โจทก์มาบรรยายฟ้องคดีนี้ว่าการตรวจงานของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 (หมายถึงคณะกรรมการตรวจงานในคดีแรก) ไม่ได้กระทำการโดยสุจริต ฯลฯ โดยเชื่อถือแต่คำชี้แจงของจำเลยที่ 1 ทั้งไม่ยินยอมให้โจทก์ชี้แจงโต้แย้งการก่อสร้างของจำเลยที่ 1 ที่ทำไม่ถูกต้องตามสัญญาเลยแม้แต่น้อย ทั้งมิได้ตรวจงานครบถ้วนทุกรายการตามที่ระบุไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความ แล้วกรรมการตรวจงานทั้งสามร่วมกันทำบันทึกลงวันที่ 8 มิถุนายน 2512 อันเป็นความเท็จ เพราะทำขึ้นฝ่าฝืนและขัดแย้งต่อความจริง เป็นบันทึกที่ทำขึ้นด้วยกลฉ้อฉลของจำเลยทั้งสี่ ให้ศาลแพ่งหลงเชื่อว่าเป็นความจริงตามบันทึก จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิจะนำบันทึกดังกล่าวมาขอให้ศาลบังคับโจทก์ให้ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้

กรณีดังที่กล่าวมาเห็นได้ชัดแจ้งว่าข้อโต้แย้งของโจทก์ในคดีนี้เป็นข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการบังคับคดีตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1696/2512 โจทก์ชอบที่จะต้องขอให้ดำเนินกระบวนการพิจารณาให้รู้ว่าคณะกรรมการตรวจงานทำถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ในคดีเดิม ไม่ชอบที่จะมาฟ้องเป็นคดีใหม่ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจิต ไชยาคำ · ศริ มลิลา · สว่าง ภูวะปัจฉิม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้