Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1461/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ จำเลยให้การว่าไม่ได้กู้เงินโจทก์ตามสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้อง เดิมจำเลยถูกศาลพิพากษาให้ชำระหนี้ให้สามีโจทก์ เจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดเงินเดือนฯของจำเลยต่อนายจ้างของจำเลย เมื่อนายจ้างของจำเลยส่งเงินมายังกรมบังคับคดีครบตามจำนวนหนี้แล้วสามีโจทก์จึงขอถอนการอายัดและให้จำเลยไปรับเงินจากกรมบังคับคดีมาให้สามีโจทก์ แต่สามีโจทก์เกรงว่าเมื่อจำเลยรับเงินแล้วจะไม่นำมาให้สามีโจทก์จึงให้จำเลยทำสัญญากู้ไว้แก่โจทก์ จำเลยได้รับเงินจากกรมบังคับคดีและมอบให้สามีโจทก์แล้ว สามีโจทก์ไม่คืนสัญญากู้ให้ แต่โจทก์กลับนำเอาสัญญากู้ดังกล่าวมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังจำเลยต่อสู้ ศาลย่อมวินิจฉัยได้ว่าสัญญากู้ดังกล่าวเกิดขึ้นโดยการแสดงเจตนาลวงและตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 จำเลยนำสืบข้อเท็จจริงตามคำให้การดังกล่าวได้เพราะเป็นการนำสืบถึงความไม่มีมูลหนี้ที่จะให้จำเลยรับผิดหรืออีกนัยหนึ่งหนี้ที่ระบุในสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคท้าย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ไป 24,000 บาท ครบกำหนดใช้คืนแล้วแต่จำเลยไม่ใช้คืน จึงขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ให้โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้กู้เงินโจทก์ตามสัญญากู้ท้ายฟ้อง สัญญากู้ดังกล่าวเกิดจากโจทก์และสามีโจทก์หลอกลวงให้จำเลยทำขึ้นโดยแต่เดิมจำเลยเป็นหนี้สามีโจทก์ตามคำพิพากษา สามีโจทก์ได้อายัดเงินค่าจ้างของจำเลยไปยังนายจ้างของจำเลย เมื่อได้รับเงินครบแล้วสามีโจทก์ให้จำเลยไปรับเงินจากกรมบังคับคดีมามอบให้สามีโจทก์ แต่เกรงว่าจำเลยรับเงินแล้วจะไม่นำมาให้จึงได้ให้จำเลยทำสัญญากู้ดังกล่าว ต่อมาจำเลยได้รับเงินจากกรมบังคับคดีมามอบให้สามีโจทก์แล้ว โจทก์กลับนำเอาสัญญากู้ดังกล่าวมาฟ้องเป้นคดีนี้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์และสามีโจทก์หลอกลวงจำเลยให้เขียนสัญญากู้ให้เป็นประกัน จำเลยมิได้รับเงินตามสัญญากู้ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาข้อแรกว่า ที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าสัญญากู้เกิดโดยการแสดงเจตนาลวงนั้นไม่ชอบ เพราะจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้แล้วว่า สัญญากู้ที่โจทก์ฟ้องนี้ไม่ได้มีการกู้และรับเงินกันจริงเป็นแต่ทำขึ้นเพื่อป้องกันจำเลยโกงสามีโจทก์เท่านั้น ฉะนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังจำเลยต่อสู้ การที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าสัญญากู้เกิดโดยการแสดงเจตนาลวงจึงถูกต้องแล้ว

โจทก์ฎีกาข้อต่อไปว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่าสัญากู้เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 เพราะเกิดขึ้นโดยการแสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กันระหว่างโจทก์จำเลยและสามีโจทก์นั้นไม่ถูกต้องศาลฎีกาเห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 วรรคแรกบัญญัติว่า "การแสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งท่านว่าเป็นโมฆะ" การแสดงเจตนาลวงของจำเลยซึ่งเป็นคู่กรณีฝ่ายหนึ่งกับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งคือโจทก์และสามีโจทก์ ผลของการแสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กับคู่กรณีดังกล่าวทำให้นิติกรรมตกเป็นโมฆะ เพราะทั้งสองฝ่ายไม่มีเจตนาที่จะผูกนิติสัมพันธ์ต่อกัน ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าสัญญากู้เป็นโมฆะจึงถูกต้องแล้ว

โจทก์ฎีกาข้อสุดท้ายว่า สัญญากู้ได้ระบุว่าจำเลยผู้กู้รับเงินไปเสร็จแล้วการที่จำเลยนำสืบว่าไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขพยานเอกสาร

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อนำสืบของจำเลยเป็นการนำสืบถึงความไม่มีมูลหนี้ที่จะให้จำเลยรับผิดหรืออีกนัยหนึ่งหนี้ที่ระบุในสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ การนำสืบของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคท้ายพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สำเนียง ด้วงมหาสอน · สนิท อังศุสิงห์ · ศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้