Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานศาลปิดคำบังคับวันที่ 1 พฤษภาคม 2514คำบังคับจะมีผลใช้ได้ต่อเมื่อกำหนดเวลาสิบห้าวันได้ล่วงพ้นไปแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรคสองกล่าวคือมีผลใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2514 คำขอให้พิจารณาใหม่ต้องยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับ นับจากวันที่ 17 พฤษภาคม 2514 ก็จะครบกำหนดในวันที่ 31 เดือนเดียวกัน จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่วันที่ 3 มิถุนายน 2514 ย่อมล่วงพ้นกำหนดเวลาที่จะยื่นได้จำเลยอ้างในคำขอให้พิจารณาใหม่ว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่อื่นมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านตามที่โจทก์กล่าวในฟ้อง จำเลยจึงไม่ทราบว่าถูกฟ้อง ไม่ทราบการปิดหมายเรียกและคำบังคับจำเลยไปธุระที่อำเภอซึ่งกล่าวในฟ้องว่าเป็นภูมิลำเนาของจำเลยจึงทราบว่าจำเลยถูกฟ้องและทราบคำบังคับเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2514 และจำเลยไปที่ศาลจึงทราบแน่นอนเมื่อวันที่ 31 เดือนเดียวกัน หากข้อเท็จจริงตามคำขอให้พิจารณาใหม่เป็นความจริงย่อมถือได้ว่าจำเลยไม่สามารถยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับโดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้และพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้นี้เพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อจำเลยทราบว่าถูกฟ้องและศาลปิดคำบังคับแล้ว ซึ่งจำเลยมีสิทธิยื่นคำขอให้ฟ้องพิจารณาใหม่ได้ ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ พฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลง (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1296/2510)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าข้าวสารจากจำเลย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้องและดอกเบี้ยแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับและปิดคำบังคับ ณ บ้านเรือนจำเลยตามที่กล่าวในฟ้องจำเลยยื่นคำร้องขอให้มีการพิจารณาใหม่อ้างว่าไม่ได้อยู่ที่บ้านตามฟ้องเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องจึงยื่นคำร้องล่าช้า จำเลยไม่จงใจขาดนัดศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า

จำเลยยื่นคำร้องเมื่อพ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับจากวันได้ส่งคำบังคับและกรณีตามขอ ยังถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ ให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและสั่งคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยใหม่โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีได้ความว่าเจ้าพนักงานศาลปิดคำบังคับเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2514 คำบังคับจะมีผลใช้ได้ต่อเมื่อกำหนดเวลาสิบห้าวันได้ล่วงพ้นไปแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 79 วรรค 2 คือ คำบังคับจะมีผลใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม2514 แต่คำขอให้พิจารณาใหม่ต้องยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับ ฉะนั้นเมื่อนับจากวันที่ 17 พฤษภาคม 2514ก็จะครบกำหนดในวันที่ 31 พฤษภาคม 2514 ที่จำเลยยื่นคำขอพิจารณาใหม่วันที่ 3 มิถุนายน 2514 จึงล่วงพ้นกำหนดเวลาที่จะยื่นได้ แต่จำเลยอ้างมาในคำขอให้พิจารณาใหม่ว่า

จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่อื่นมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านตามที่โจทก์กล่าวมาในฟ้อง จำเลยจึงไม่ทราบว่าจำเลยถูกฟ้องไม่ทราบการปิดหมายเรียก และไม่ทราบการปิดคำบังคับจำเลยไปธุระที่ปากช่องจึงทราบว่าจำเลยถูกฟ้อง และทราบคำบังคับเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2514 และจำเลยไปที่ศาลจังหวัดนครราชสีมา จึงทราบแน่นอนเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2514 นอกจากข้ออ้างของจำเลยดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้รายงานการส่งหมายเรียกให้จำเลยยื่นคำให้การว่า เจ้าหน้าที่ผู้ส่งหมายเรียกได้สอบถามนางประทินได้ความจากนางประทินว่าจำเลยได้ไปอยู่ที่กรุงเทพฯ หลายเดือนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ได้ปิดหมายเรียก และต่อมาได้มีการปิดหมายนัดพิจารณาและปิดคำบังคับ เช่นนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า หากข้อเท็จจริงตามคำขอให้พิจารณาใหม่เป็นความจริง ย่อมถือได้ว่าจำเลยไม่สามารถยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับ โดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ และพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้นี้ เพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อจำเลยทราบว่า จำเลยถูกฟ้อง และศาลปิดคำบังคับแล้ว จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ได้สิ้นสุดลง วันที่พฤติการณ์นั้นสิ้นสุดลงคือวันที่ 28 พฤษภาคม 2514 จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่วันที่ 3 มิถุนายน 2514 จึงยื่นได้โดยนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 1296/2510พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ดวง ดีวาจิน · ชลอ จามรมาน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้