Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1454/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ด. ในฐานะประธานบริษัทผู้ร้อง และในฐานะส่วนตัวทำสัญญาประนีประนอม กับ ป. โดย ป. ยอมใช้หนี้แก่ ธ. แทน ด.แม้จะพออนุมานได้ว่าเป็นการรับใช้หนี้แทนบริษัทผู้ร้องกับหนี้ ด. ในฐานะส่วนตัวก็ตาม สัญญานี้ก็เป็นสัญญาระหว่างผู้ร้อง ด. กับ ป. เท่านั้น ส่วนเจ้าหนี้คือ ธ. หาได้ทำสัญญากับ ป. ด้วยไม่จึงไม่ใช่แปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ไป 450,000 บาทและได้จำนองที่ดินโฉนดที่ 1205 เป็นประกันเงินกู้รายนี้ ตกลงให้ดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 บาท ต่อเดือน ๆ ละครั้ง ถึงกำหนดจำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยตามสัญญา ขอให้บังคับให้จำเลยชำระหนี้ไถ่ถอนการจำนองรวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย 695,989 บาท และเสียดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือน จากเงินต้น 450,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระหนี้เสร็จ ถ้าจำเลยไม่สามารถชำระหนี้ได้ ขอให้สั่งขายทอดตลาดที่ดินที่จำนองจำเลยให้การและแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การว่า จำเลยมิใช่เจ้าของอันแท้จริงของที่ดินพิพาท เจ้าของอันแท้จริงคือ บริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด บริษัทนี้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารกสิกรไทย

จำกัดสาขาขอนแก่น บริษัทจะต้องทำสัญญาจำนองทรัพย์สินของบริษัท เนื่องจากจำเลยเป็นผู้ทำนิติกรรมรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรายพิพาทแทนบริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด จึงทำในนามจำเลยเป็นผู้จำนองต่อมาธนาคารกสิกรไทย จำกัด เร่งรัดโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด ให้จัดหาเงินมาไถ่ถอนจำนองบริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด จึงตกลงกับโจทก์ในฐานะผู้จัดการธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขาขอนแก่น ให้ชำระเงินแทนบริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด โจทก์ได้ไปทำหนังสือรับรองชำระหนี้ 250,000 บาทแก่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาขอนแก่น จำเลยในฐานะที่มีชื่อเป็นผู้ถือโฉนดที่ดินพิพาท จึงทำสัญญากู้ 1 ฉบับแทนบริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ

จำกัด ต่อมาจำเลยได้จำนองที่ดินพิพาทเป็นประกันหนี้รายนี้อีกครั้งหนึ่ง จำเลยหาได้รับเงินกู้รายนี้จากโจทก์ไม่ต่อมา นายแดงสามีจำเลยในฐานะประธานกรรมการบริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด และในฐานะส่วนตัว ได้ตกลงกับโจทก์และนายประยูรว่า นายประยูรยอมใช้หนี้ให้แก่ธนาคารนครหลวงไทย จำกัดสาขาขอนแก่น แทนนายแดง ในฐานะประธานกรรมการโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด และในฐานะส่วนตัวแล้วขอให้ยกฟ้องบริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัด ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้องสอด ได้อาศัยชื่อจำเลยเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินไปพลางก่อนนายประยูรได้ชำระหนี้ตามสัญญาจำนองแทนผู้ร้องสอดเป็นการเสร็จสิ้นแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องบังคับจำนองที่ดินพิพาทได้อีกศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องและฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ชำระหนี้ค่าไถ่ถอนจำนองแทนจำเลย การประนีประนอมยอมความที่นายประยูรตกลงชำระหนี้แทนบริษัทโรงเลื่อยจักรพงษ์ภิญโญ จำกัดนั้น โจทก์มิใช่คู่สัญญาด้วย ไม่ผูกพันโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ 450,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันกู้จนกว่าจะชำระเสร็จ ถ้าไม่สามารถชำระ ให้เอาที่ดินที่จำนองไว้ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ให้โจทก์จำเลยและผู้ร้องสอดอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยและผู้ร้องสอดฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยและผู้ร้องสอดฎีกามาเป็นประการสุดท้ายคือ ได้มีการชำระหนี้ตามสัญญาจำนองที่โจทก์นำมาฟ้องแล้วเพราะมีการแปลงหนี้โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้แล้วนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อพิจารณาสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว ปรากฏว่านายแดงในฐานะประธานกรรมการบริษัทผู้ร้องและในฐานะส่วนตัวทำสัญญาประนีประนอมกับนายประยูรโดยนายประยูรยอมใช้หนี้แก่ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขาขอนแก่น แทนนายแดง ซึ่งแม้จะพออนุมานได้ว่าเป็นการรับใช้หนี้แทนบริษัทผู้ร้องกับหนี้นายแดงในฐานะส่วนตัวก็ตาม สัญญานี้ก็เป็นสัญญาระหว่างบริษัทผู้ร้อง นายแดง กับนายประยูรเท่านั้น ส่วนเจ้าหนี้คือ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขาขอนแก่น หาได้ทำสัญญากับนายประยูรด้วยไม่ จึงไม่ใช่แปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ดังที่จำเลยและผู้ร้องสอดฎีกาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้