Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14528/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยนำใบถอนเงินซึ่งเป็นเอกสารสิทธิปลอมรวม 17 ฉบับ ไปแสดงขอถอนเงินต่อพนักงานธนาคาร ก. สาขาอุทัยธานี ในใบถอนเงินดังกล่าวระบุวันที่จำเลยนำไปใช้ถอนเงินเป็นวันที่ 14 และ 18 มกราคม 2545 วันที่ 23 เมษายน 2545 วันที่ 9, 16 และ 23 พฤษภาคม 2545 โดยนำใบถอนเงินฉบับลงวันที่ เดือน ปีเดียวกันหลายฉบับไปยื่นต่อธนาคารพร้อมกัน แยกเป็น 6 วัน จึงถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมรวม 6 กรรม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268, 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามมาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 17 กระทง เป็นจำคุก 102 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามมาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 75 เดือน 15 วัน ยกฟ้องข้อหาปลอมเอกสารสิทธิ

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 6 กระทง เป็นจำคุก 36 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามมาตรา 78 คงจำคุก 24 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอม 17 กรรม ซึ่งการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนี้ ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า จำเลยเป็นลูกจ้างชั่วคราวของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟ ในประเทศไทย โดยเป็นผู้ประสานงานระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2545 มูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี. ซี. เอฟ ในประเทศไทยมอบหมายให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ บี เอส คอนซัลแตนท์ ตรวจสอบบัญชีของโครงการพัฒนาเด็กของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี. ซี. เอฟ ในประเทศไทยในจังหวัดอุทัยธานี จากการตรวจสอบพบว่ามีการถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

สาขาอุทัยธานี ตามฟ้องในวันที่ 14 และ 18 มกราคม 2545 วันที่ 23 เมษายน 2545 วันที่ 9, 16 และ 23 พฤษภาคม 2545 และในใบถอนเงินที่มีการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากดังกล่าวปรากฏว่าลายมือชื่อของนายวีรพงศ์ นางสาวเบญจวรรณ นายเสถียร นายกฤช นายขจร นายชูชาติ นายไพโรจน์ นายธานี และนายสวิง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อเบิกถอนเงิน ในช่องลายมือชื่อเจ้าของบัญชีและในช่องลายมือชื่อเจ้าของบัญชีผู้มอบฉันทะเป็นลายมือชื่อปลอม ส่วนลายมือชื่อในช่องผู้รับมอบฉันทะและผู้รับเงินในใบถอนเงิน ดังกล่าวเป็นลายมือชื่อที่แท้จริงของจำเลย จำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมด้วยการนำใบถอนเงินปลอมและใบมอบฉันทะปลอมข้างต้นไปใช้ถอนเงินต่อธนาคารกรุงเทพ

จำกัด (มหาชน) สาขาอุทัยธานี ตามที่กล่าวอ้างมาตอนต้นแยกเป็น 6 ครั้ง โดยรวมใบถอนเงินฉบับที่ลงวันที่ เดือน ปีเดียวกัน นำไปยื่นต่อธนาคารพร้อมกัน สำหรับความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คู่ความไม่อุทธรณ์ ความผิดฐานนี้จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่า จำเลยนำใบถอนเงินซึ่งเป็นเอกสารสิทธิปลอมไปแสดงขอถอนเงินต่อพนักงานธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาอุทัยธานี ในใบถอนเงินดังกล่าวระบุวันที่จำเลยนำไปใช้ถอนเงิน เป็นวันที่ 14 และ 18 มกราคม 2545 วันที่ 23 เมษายน 2545 วันที่ 9, 16 และ 23 พฤษภาคม 2545 โดยนำใบถอนเงินฉบับลงวันที่ เดือน ปีเดียวกันหลายฉบับไปยื่นต่อธนาคารพร้อมกันแยกเป็น 6 วัน ดังกล่าวข้างต้น จึงถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมรวม 6 กรรม ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อนันต์ ชุมวิสูตร · ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · สมชาติ ธัญญาวินิชกุล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายธนศักดิ์ ใจหาญ
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายเผด็จ ชมพานิชย์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.4798/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1234/2546
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ599/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้