Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1452/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คิดดอกเบี้ยล่วงหน้าเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด เอามารวมเป็นต้นเงินกู้ในสัญญา. ดอกเบี้ยนั้นย่อมตกเป็นโมฆะทั้งหมด มิใช่เป็นโมฆะเฉพาะส่วนที่เกิน (อ้างฎีกาที่478/2488).โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงิน 14,000 บาท. จำเลยให้การว่ากู้และรับเงินเพียง 10,000 บาท. ส่วนอีก 4,000 บาทเอาดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน จำนวน 8 เดือน มารวมเข้าเป็นเงินต้นด้วย. เป็นคำให้การที่ต่อสู้ถึงหนี้ตามสัญญากู้ 4,000 บาท ว่าไม่สมบูรณ์.การต่อสู้ว่าหนี้ตามเอกสารไม่สมบูรณ์. คู่ความมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างได้.การที่เจ้าหนี้ยอมรับชำระหนี้โดยวิธีที่ลูกหนี้มอบฉันทะให้บุตรของเจ้าหนี้ไปรับเงินบำนาญพิเศษที่ลูกหนี้กับบุตรมีสิทธิจะได้รับ. แล้วเอามาหักชำระหนี้เงินกู้แทนการชำระหนี้ที่ได้ตกลงกันไว้. มิใช่เป็นกรณีเจ้าหนี้ตั้งตัวแทนรับชำระหนี้. แต่เป็นการตกลงที่เจ้าหนี้ยอมรับการชำระหนี้อย่างอื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321.หนี้นั้นย่อมเป็นอันระงับสิ้นไป.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ 14,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากจำเลยที่ 1 ผู้กู้ และจำเลยที่ 2ผู้ค้ำประกัน จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 กู้และรับเงินเพียง 10,000 บาทโจทก์เอาดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน รวม 8 เดือน เป็นเงิน 4,000 บาทมารวมเป็นต้นเงินกู้ในสัญญาด้วย โดยตกลงจะไม่คิดดอกเบี้ยอีกจำเลยที่ 1 ได้ชำระหนี้ให้โจทก์โดยให้สิบเอกมานิตย์บุตรโจทก์เป็นผู้รับเงินบำนาญพิเศษอันเป็นมรดกซึ่งจำเลยที่ 1 กับบุตรได้รับจากร้อยโทวิงสามีผู้ตายในราชการสงครามเกาหลี รวมชำระแล้ว10,706 บาท 52 สตางค์และโจทก์ขอให้จำเลยใช้อีก 3,300 บาทจำเลยได้มอบให้สิบเอกมานิตย์บุตรโจทก์ไปแล้วเป็นอันหมดหนี้โจทก์จะมาฟ้องเรียกอีกไม่ได้ และดอกเบี้ยที่โจทก์คิดเอา ก็มิชอบด้วยกฎหมายตกเป็นโมฆะ สัญญากู้ปลอม ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ตาย ไม่มีผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนศาลสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ 10,000 บาท คิดดอกเบี้ยเกินกฎหมาย เรียกไม่ได้ จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วนแล้วพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์ให้จำเลยที่ 1 กู้เงินและรับเงินไปเพียง10,000 บาท และคิดเอาดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน จำนวน 8 เดือนเป็นเงิน 4,000 บาท มารวมเป็นต้นเงินกู้ในสัญญาด้วย ดอกเบี้ย4,000 บาทนี้ เป็นดอกเบี้ยที่เรียกเกินอัตรา ตกเป็นโมฆะทั้งหมดตามนัยฎีกาที่ 478/2488 ไม่ใช่เป็นโมฆะเฉพาะส่วนที่เกิดดังโจทก์ฎีกา

ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยไม่ให้การต่อสู้ไว้โดยชัดแจ้งว่าหนี้ตามสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ จึงต้องห้ามมิให้นำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้บรรยายข้อเท็จจริงในคำให้การโดยละเอียดว่าได้กู้และรับเงินเพียง 10,000 บาท ส่วนอีก 4,000 บาทเอาดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน จำนวน 8 เดือน มารวมเป็นต้นด้วยซึ่งเป็นคำให้การที่ต่อสู้ถึงหนี้ตามสัญญากู้ 4,000 บาท ว่าไม่สมบูรณ์ จำเลยมีสิทธิสืบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 วรรคท้าย ไม่ต้องห้าม ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่า สิบเอกมานิตย์บุตรโจทก์ได้รับมอบฉันทะรับเงินบำนาญพิเศษของจำเลยที่ 1 กับบุตรจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินมณฑลทหารบกที่ 4 เพื่อเป็นการหักชำระหนี้ ตามที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ตกลงกันให้ชำระหนี้โดยวิธีนี้ รวมรับทั้งสิ้น10,706 บาท 52 สตางค์ เกินกว่าหนี้ตามสัญญากู้ที่ฟัง หนี้ย่อมระงับสิ้นไป จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันจึงพ้นความรับผิด

ที่โจทก์ฎีกาว่า ตามหลักฐานการเซ็นรับบำนาญพิเศษที่สิบเอกมานิตย์ เซ็นรับ เป็นการรับแทนจำเลยที่ 1 กับบุตร จึงไม่ใช่หลักฐานเป็นหนังสือที่ลงลายมือชื่อโจทก์ แม้สิบเอกมานิตย์จะเป็นตัวแทนโจทก์แต่ก็ไม่มีหลักฐานการตั้งตัวแทนเป็นหนังสือถึงสิบเอกมานิตย์จะรับเงินมาจริง ก็ไม่ผูกพันโจทก์นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องตั้งตัวแทนเพื่อรับชำระหนี้เงินกู้ แต่เป็นการตกลงที่เจ้าหนี้ยอมรับชำระหนี้อย่างอื่น โดยวิธีที่ลูกหนี้มอบฉันทะให้บุตรของโจทก์ไปรับเงินบำนาญพิเศษที่จำเลยที่ 1 กับบุตรมีสิทธิจะได้รับ แล้วเอามาหักใช้หนี้เงินกู้แทนการชำระหนี้ที่ได้ตกลงกันไว้หนี้นั้นก็เป็นอันระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 321 โจทก์จะนำสัญญากู้มาฟ้องอีกไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิตติ สีหนนทน์ · แถม สิริสาลี · อาจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้