Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1451/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

รถยนต์ที่ บ.เอาไปประกันภัยค้ำจุนกับจำเลยที่ 2 เป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 1 โดย บ.เป็นหุ้นส่วนของห้างจำเลยที่ 1 ในสัญญาประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่ 1 ไว้จริงจึงน่าเชื่อว่า บ.เป็นตัวแทนจำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันภัยแทนจำเลยที่ 1 โดยไม่เปิดเผยชื่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวการดังนี้ เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การว่าจำเลยที่ 1 เอารถยนต์ไปประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 2 จึงเป็นการที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวการมิได้เปิดเผยชื่อกลับแสดงตนให้ปรากฏและรับเอาสัญญาประกันภัยซึ่ง บ.ตัวแทนได้ไว้แทนตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 806 โจทก์และจำเลยที่ 2 ท้ากันให้ศาลวินิจฉัยโดยไม่ต้องสืบพยานว่า จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัยที่จำเลยที่ 2 รับประกันภัยค้ำจุนหรือไม่ดังนี้ การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อเท็จจริงในคำให้การของจำเลยที่ 1 มาวินิจฉัย ก็เป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการวินิจฉัยความรับผิดตามสัญญาประกันภัยที่โจทก์และจำเลยที่ 2 ท้ากันหาใช่เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นที่สละแล้วไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของนางวิมลรัตน์ นายจงลกจ้างของจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๑ ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ โดยประมาทเลินเล่อชนรถที่นางวิมลรัตน์โดยสารมาและนางวิมลรัตน์ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นนายจ้างของนายจงจึงต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นผู้เอาประกัน จำเลยที่ ๒ จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ขอศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด ลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ มิได้ประมาทเลินเล่อ ค่าสินไหมทดแทนไม่ถึงจำนวนตามฟ้อง

จำเลยที่ ๑ ได้เอารถยนต์ประกันภัยไว้กับจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์แทนจำเลยที่ ๑ ในผลแห่งละเมิดอยู่แล้ว ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ไม่เคยทำสัญญาประกันภัยกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายใดๆ แทนจำเลยที่ ๑ เหตุที่รถยนต์ชนกันเกิดจากความประมาทของผู้ขับรถยนต์ที่นางวิมลรัตน์โดยสารมา หากศาลให้จำเลยที่ ๒ ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ ก็รับผิดไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทตามตารางกรมธรรม์ประกันภัย ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเสียหายบางส่วนให้โจทก์ โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๑

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต โจทก์ดำเนินคดีกับจำเลยที่ ๒ ต่อไป โจทก์และจำเลยที่ ๒ รับข้อเท็จจริงกันว่าการกระทำละเมิดคดีนี้เป็นความประมาทเลินเล่อของคนขับรถยนต์จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ได้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ไว้จริง ค่าเสียหายของโจทก์จำเลยที่ ๑ ชำระให้โจทก์แล้วคงเหลือค่าเสียหายอีก ๑๐,๐๐๐ บาท โจทก์และจำเลยที่ ๒ ท้ากันให้ศาลวินิจฉัยโดยไม่ต้องสืบพยานว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัยที่จำเลยที่ ๒ รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ จะต้องรับผิด จำเลยที่ ๒ ยอมแพ้ หากศาลเห็นว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิด โจทก์ยอมแพ้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันคือนายบุญชัย ผู้ที่ จำเลยที่ ๒ จะต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยคือนายบุญชัย เมื่อโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้รับผิดชอบในวินาศภัยคดีนี้ จำเลยที่ ๒ จึงไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายแก่โจทก์ โจทก์จึงต้องแพ้ตามคำท้า พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามหนังสือรับรองนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทฯ ท้ายคำให้การจำเลยที่ ๑ มีว่า ผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างจำเลยที่ ๑ มี ๘ คนรวมทั้งนายบุญชัย นายบุญชัยมีชื่อเป็นผู้เอาประกันภัยในกรมธรรม์แทนจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจึงต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ และแพ้คดีไปตามคำท้า พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ ๒ ใช้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ารถยนต์ที่ก่อให้เกิดวินาศภัยในคดีนี้เป็นของจำเลยที่ ๑ ซึ่งนายบุญชัยเอาไปประกันภัยค้ำจุนไว้กับจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ จะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยซึ่งผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดเนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์เป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ คน การตายของนางวิมลรัตน์ทำให้โจทก์เสียหาย ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ชำระให้โจทก์แล้ว ๑๐,๐๐๐ บาท คงเหลือค่าเสียหายอีก ๑๐,๐๐๐ บาท ปัญหาวินิจฉัยมีว่า จำเลยที่ ๒ จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาทให้โจทก์ตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนหรือไม่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๗ วรรคแรกบัญญัติว่า

"อันว่าประกันภัยค้ำจุนนั่น คือสัญญาประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยตกลงว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย เพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่งและซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ" ผู้เอาประกันภัยค้ำจุนในคดีนี้คือนายบุญชัย นายบุญชัยเอารถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ไปประกันภัยค้ำจุนได้อย่างไรในเมื่อตนไม่ใช่เจ้าของรถยนต์ เพราะมาตรา ๘๖๓ บัญญัติว่า " อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้นั้นไซร้ ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันคู่สัญญาแต่อย่างหนึ่งอย่างใด " จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ถูกฟ้องให้รับผิดร่วมกันเพราะมีประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี ตามหนังสือรับรองของสำนักงานห้างหุ้นส่วนบริษัทฯ

ท้ายคำให้การ ห้างจำเลยที่ ๑ มีหุ้นส่วนทั้งหมด ๘ คน รวมทั้งนายบุญชัย ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดชอบและถือหุ้นมากที่สุด ในสัญญาประกันภัยก็ลงที่อยู่ของนายบุญชัยที่เดียวกับที่ตั้งของห้างจำเลยที่ ๑ เมื่อจำเลยที่ ๒ รับว่าได้รับประกันภัยค้ำจนรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ไว้จริง จึงน่าเชื่อว่านายบุญชัยเป็นตัวแทนจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาประกันภัยดังกล่าวแทนจำเลยที่ ๑ ไว้จริง โดยไม่ได้เปิดเผยชื่อจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นตัวการ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า รถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ได้เอาประกันไว้กับจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์แทนจำเลยที่ ๑ ในผลละเมิด จึงเป็นการที่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นตัวการมิได้ เปิดเผยชื่อกลับแสดงตนให้ปรากฏและรับเอาสัญญาประกันภัยค้ำจุนซึ่งนายบุญชัยตัวแทนได้ทำไว้แทนตนตามมาตรา ๘๐๖ เมื่อจำเลยที่ ๒ แถลงรับว่าได้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ไว้จริง โดยมิได้อ้างว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่คู่สัญญา จึงเป็นการยอมรับตามคำให้การของจำเลยที่ ๑ ว่า

จำเลยที่ ๑ เป็นผู้เอารถยนต์ประกันภัยไว้กับจำเลยที่ ๒ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายบุญชัยทำสัญญาประกันภัยแทนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นตัวการ จำเลยที่ ๒ จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาประกันภัย และต้องแพ้คดีตามคำท้า และที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อเท็จจริงในคำให้การของจำเลยที่ ๑ มาวินิจฉัยนั้นก็เป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการวินิจฉียความรับผิดตามสัญญาประกันภัยที่โจทก์และจำเลยที่ ๒ ท้ากันจึงมิใช่วินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นที่สละแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ ๒ แถลงรับว่า จำเลยที่ ๒ ได้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ไว้จริง ศาลอุทธรณ์ย่อมยกมาประกอบการวินิจฉัยได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลูตม์ สวัสดิทัต · ประภาศน์ อวยชัย · พัลลภ สังโขบล
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายบรรจบ อุปพงษ์
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้