Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จ.ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคาร ท. สาขาชลบุรีโดยจำนองที่ดินเป็นประกัน และทำสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองว่าทรัพย์ที่จำนองเพื่อเป็นประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชี หนี้เงินกู้และหนี้สินอื่นใดบรรดาที่ จ. เป็นหนี้ธนาคาร ท. อยู่แล้วในขณะทำสัญญาและหนี้ต่อไปภายหน้า ต่อมา จ. ทำสัญญากู้เงินธนาคารท.สาขาศรีราชาอีก ซึ่งหนี้ที่เกิดขึ้นตามสัญญาทั้งสองฉบับดังกล่าวล้วนแต่จ. เป็นหนี้ธนาคาร ท. ทั้งสิ้น เมื่อหนี้ตามสัญญากู้เงินเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลัง การจำนองดังกล่าวจึงเป็นประกันหนี้ตามสัญญากู้เงินด้วย ธนาคาร ท. จึงชอบที่จะได้เงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์ที่ จ. จำนองชำระหนี้ตนทั้งสิ้นก่อนเจ้าหนี้อื่น.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์นำยึดทรัพย์จำเลยเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองจำนวนเงิน1,633,423.65 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในฐานะเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธินายชลิต ไชยากูลวัฒน์ ธนาคารเอเซีย จำกัด และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ตะวันออกพาณิชย์ จำกัด ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์จากการขายทอดตลาด นายพิชัย ศิวีระมงคล ในฐานะส่วนตัวยื่นคำร้องขอกันส่วนและขอรับมรดกเงินที่เหลือจากการชำระหนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ได้รับชำระหนี้จำนองเป็นจำนวนเงิน 856,191.12 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ให้ผู้ขอเฉลี่ยทั้งสามเข้าเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดหลังจากชำระหนี้จำนอง ยกคำร้องขอกันส่วนของนายพิชัย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ได้รับชำระหนี้จำนองจำนวน 1,633,423.65 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า ก่อนนางจิราภรณ์ ศิวีระมงคล เจ้ามรดกถึงแก่กรรม นางจิราภรณ์ได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาชลบุรี เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2521 ในวงเงิน 600,000 บาท ต่อมาวันที่ 12 กันยายน2521 นางจิราภรณ์ได้ทำสัญญาเพิ่มวงเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีอีก 280,000 บาท และในวันเดียวกันนี้นางจิราภรณ์ได้จำนองที่ดินโฉนดที่ 68664 ตำบลคลองตัน อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร ไว้แก่ผู้ร้องเป็นประกันการกู้เบิกเงินเกินบัญชีในวงเงิน 280,000 บาทตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 5 กับทำสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันไว้ด้วยตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 6 ต่อมาวันที่ 5 มกราคม 2522 นางจิราภรณ์

ได้ขอเพิ่มวงเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีอีก 250,000 บาท และได้จำนองที่ดินโฉนดที่ 377 ตำบลหนองตำลึง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ไว้แก่ผู้ร้องเป็นประกันการกู้เบิกเงินเกินบัญชีในวงเงิน 250,000 บาท ตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 8 กับทำสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันไว้ด้วยตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 9 ต่อมาได้เพิ่มวงเงินจากที่จำนองที่ดินอีก 500,000 บาท จำนองที่ดินโฉนดที่ 377 เป็นประกันวงเงิน 750,000 บาท นางจิราภรณ์เป็นหนี้ผู้ร้องตามบัญชีเดินสะพัดรวมทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นเงิน 856,191.12 บาท และเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2524 นางจิราภรณ์ ได้ทำสัญญากู้เงินผู้ร้องที่สำนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาศรีราชา จำนวนเงิน500,000 บาท ตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 18 ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สัญญาจำนองที่ดินโฉนดที่68664 ตำบลคลองตัน อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร และสัญญาจำนองที่ดินโฉนดที่ 377 ตำบลหนองตำลึง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เป็นประกันหนี้เงินกู้ตามสัญญากู้เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 18 ด้วยหรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาชลบุรี และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาศรีราชาต่างเป็นสาขาของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ผู้ร้องและการที่นางจิราภรณ์ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี กับทำสัญญากู้เงินเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข18 ก็ทำกับผู้ร้องโดยตัวแทนของผู้ร้อง ดังนั้นหนี้ที่เกิดขึ้นโดยการทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและโดยทำสัญญากู้เงินนางจิราภรณ์เป็นหนี้ผู้ร้องทั้งสิ้น การที่นางจิราภรณ์ลูกหนี้ทำสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ที่เป็นหนี้ผู้ร้องและตกลงทำสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองเป็นประกันข้อ 1 วรรคแรก ระบุไว้ว่า'ทรัพย์ที่จำนอง' เพื่อเป็นประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชี หนี้เงินกู้ และหนี้สินอื่นใดบรรดาที่ผู้จำนอง เป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่แล้วในขณะทำสัญญานี้และเป็นหนี้ต่อไปภายหน้าซึ่งมีความหมายชัดอยู่แล้วว่านางจิราภรณ์ตกลงให้การจำนองที่ดินทั้งสองแปลงตามสัญญาจำนองเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 5และหมายเลข 8 เป็นประกันหนี้ทุกอย่างที่นางจิราภรณ์เป็นหนี้ผู้ร้องในขณะทำสัญญาและหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังด้วย เมื่อหนี้ตามสัญญากู้เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 18 เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังสัญญาจำนอง การจำนองดังกล่าวจึงเป็นประกันหนี้ตามสัญญากู้ด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2553

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินจำนองโดยปลอดจำนองมาชำระหนี้แก่ผู้ร้องตามจำนวนภาระหนี้จำนองที่จำเลยมีต่อผู้ร้อง เป็นการขอรับชำระหนี้จำนองจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองโดยอาศัยอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2473/2541

เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้จดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้แก่โจทก์ตั้งแต่ก่อนที่ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์รวมในส่วนของจำเลยที่ 2 บางส่วน ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับจำนองจึงชอบที่จะได้ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3475/2540

โจทก์และผู้ร้องต่างก็เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอันถึงที่สุด โดยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองในฐานะทายาทผู้รับมรดกของ ส.ชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญาจ้างที่ ส.ทำไว้กับโจทก์ และชำระหนี้ที่ ส.กู้ยืมไปจากผู้ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2537

จำเลยที่ 1 กู้เงิน ส. และจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทไว้เป็นประกัน ส. ให้ผู้คัดค้านเป็นตัวแทนออกหน้าเป็นผู้รับจำนองไว้แทน ส. ในฐานะตัวการไม่เปิดเผยชื่อย่อมมีสิทธิที่จะกลับแสดงตนให้ปรากฏและเข้ารับเอาสัญญา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5753/2537

เมื่อหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีอันเป็นหนี้ประธานถึงกำหนดหนี้ตามสัญญาจำนองอันเป็นหนี้อุปกรณ์ที่ว. และจำเลยทำไว้เป็นประกันหนี้ประธานดังกล่าว ย่อมถึงกำหนดเช่นกัน ทรัพย์ที่ว. และจำเลยสามีภริยามีกรรม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้