Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14472/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ดอกเบี้ยของเบี้ยปรับและค่าเสียหายที่โจทก์ต้องซื้อสินค้าในราคาที่เพิ่มขึ้น แม้เกิดขึ้นภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด แต่เมื่อมูลหนี้เงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวเป็นมูลหนี้จากสัญญาซื้อขายที่เกิดขึ้นก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด จึงมิใช่มูลหนี้ที่เกิดขึ้นใหม่ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวไว้ในกฎหมายล้มละลายเท่านั้น โจทก์จะฟ้องบังคับจำเลยเป็นคดีแพ่งหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 1,507,408.49 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 1,398,291.63 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าความเองจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2545 โจทก์ทำสัญญาซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์จากจำเลย 350 ชุด ราคารวม 12,995,150 บาท โดยจำเลยตกลงจะส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์แก่โจทก์ 9 งวด ณ สำนักงานศาลยุติธรรมประจำภาคต่างๆ ทั้งเก้าภาค หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องโจทก์มีสิทธิเลิกสัญญา และริบหลักประกันหรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันได้ และหากต้องจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่น จำเลยจะต้องชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่กำหนดไว้ และหากโจทก์ยังไม่ได้ใช้สิทธิเลิกสัญญา จำเลยจะต้องชำระเบี้ยปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่ได้รับมอบนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญาจนถึงวันส่งมอบครบถ้วน และถ้าโจทก์ได้แจ้งข้อเรียกร้องแล้ว

โจทก์มีสิทธิปรับจนถึงวันบอกเลิกสัญญา โดยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้มีหนังสือค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาต่อโจทก์จำนวน 649,758 บาท ต่อมาปรากฏว่าจำเลยมิได้ส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์แก่โจทก์ โจทก์จึงมีหนังสือแจ้งสงวนสิทธิการปรับตามสัญญา และมีหนังสือบอกเลิกสัญญาส่งไปยังจำเลย จำเลยทราบถึงการบอกเลิกสัญญาแล้วในวันที่ 24 กันยายน 2545 และโจทก์แจ้งให้ธนาคารผู้ค้ำประกันชำระเงินแก่โจทก์ ซึ่งธนาคารผู้ค้ำประกันได้ชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2545 โจทก์ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนดังกล่าวจากผู้มีชื่อเป็นเงิน 14,200,000 บาท สูงกว่าราคาที่ซื้อจากจำเลย 1,204,850 บาท และการที่จำเลยไม่ส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์แก่โจทก์ตั้งแต่งวดแรก

โจทก์จึงมีสิทธิปรับจำเลยจนถึงวันที่ 24 กันยายน 2545 อันเป็นวันบอกเลิกสัญญาเป็นเงิน 843,199.63 บาท เมื่อนำเงินที่ได้รับจากผู้ค้ำประกันหักออกแล้ว คงเหลือเบี้ยปรับอีก 193,441.63 บาท โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระเงินเบี้ยปรับและค่าซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ในราคาที่สูงขึ้น แต่จำเลยเพิกเฉย จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2545 ในคดีหมายเลขแดงที่ 1828/2545 และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2546 ครบกำหนดการยื่นคำขอรับชำระหนี้วันที่ 21 มีนาคม 2546 และต่อมาศาลล้มละลายกลางพิพากษาให้จำเลยล้มละลายเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2546

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกร้องดอกเบี้ยของเบี้ยปรับเป็นเงิน 41,856.75 บาท และค่าเสียหายที่โจทก์ต้องจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ในราคาที่เพิ่มขึ้น 1,204,850 บาท จากกรณีจำเลยผิดสัญญาซื้อขายเครื่องคอมพิวเตอร์ตามฟ้อง ดอกเบี้ย 41,856.75 บาท ดังกล่าวเป็นดอกเบี้ยของเบี้ยปรับที่เกิดเนื่องจากจำเลยไม่ชำระหนี้อันเป็นมูลหนี้จากสัญญาซื้อขายเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนเงินค่าเสียหายที่โจทก์ต้องจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ในราคาที่เพิ่มขึ้น 1,204,850 บาท ก็เป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากมูลหนี้ผิดสัญญาซื้อขายเครื่องคอมพิวเตอร์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 222 มิใช่มูลหนี้ที่เกิดขึ้นใหม่

โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญา จำเลยได้รับหนังสือในวันที่ 24 กันยายน 2545 มูลหนี้เงินที่โจทก์เรียกร้องทั้งสองจำนวนดังกล่าวจึงเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดในวันที่ 25 ตุลาคม 2545 ซึ่งเมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดแล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลย และโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวไว้ในกฎหมายล้มละลายเท่านั้น โดยจะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 27, 91 และ94 โจทก์จะฟ้องบังคับจำเลยเป็นคดีแพ่งหาได้ไม่ การที่โจทก์นำมูลหนี้ดังกล่าวนี้มาฟ้องในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2548 ภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ · สมยศ เข็มทอง · ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นางแก้วน้อย อนุชิตวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายนิติ เอื้อจรัสพันธุ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.3745/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ5283/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1664/2550
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้