Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14429/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ประกอบธุรกิจให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้เชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์พื้นฐานเข้ากับชุมสายโทรศัพท์แบบอัตโนมัติของโจทก์ จำเลยทั้งสองตกลงเข้าร่วมงานและร่วมลงทุนขยายบริการโทรศัพท์พื้นฐานในพื้นที่โทรศัพท์นครหลวงจำนวนสองล้านเลขหมาย โดยจำเลยทั้งสองตกลงแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันจากส่วนแบ่งรายได้ค่าบริการ เช่น ค่าติดตั้งโทรศัพท์ ค่าเช่าเลขหมายโทรศัพท์ ค่าใช้บริการโทรศัพท์ทางไกลทั้งในประเทศและต่างประเทศ ถือได้ว่าเป็นการตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำ จึงมีลักษณะเป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญโดยไม่จดทะเบียน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคน ต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด ตามมาตรา 1025 แม้สัญญาร่วมการงานและร่วมลงทุนขยายกิจการจะระบุว่า บรรดาความรับผิดชอบที่จำเลยที่ 2 มีต่อบุคคลภายนอก จำเลยที่ 1 จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ข้อสัญญาดังกล่าวก็เป็นเพียงข้อตกลงภายในระหว่างจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นหุ้นส่วนกัน ไม่มีผลผูกพันกับโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 53,366.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 43,131.80 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 53,366.43 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 43,131.80 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 พฤศจิกายน 2545) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ จำเลยที่ 1 เป็นผู้ได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้เชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์พื้นฐานเข้ากับชุมสายโทรศัพท์ระหว่างประเทศแบบอัตโนมัติของโจทก์ เพื่อให้ผู้เช่าได้ใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ โดยโจทก์ตกลงแบ่งรายได้ค่าใช้โทรศัพท์ระหว่างประเทศแก่จำเลยที่ 1 นาทีละ 6 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตกลงเข้าร่วมการงานและร่วมลงทุนขยายบริการโทรศัพท์พื้นฐานในพื้นที่ของโทรศัพท์นครหลวงจำนวนสองล้านเลขหมาย โดยจำเลยที่ 1 มอบหมายให้จำเลยที่ 2 ดำเนินการรับคำขอและกำหนดเลขหมายให้แก่ผู้ขอใช้บริการ และโจทก์จะเป็นผู้เรียกเก็บค่าใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศจากผู้ขอใช้บริการโดยตรง

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2542 ได้มีบุคคลแอบอ้างใช้ชื่อว่า นางสาววรัญญามอบอำนาจให้นายอำนวยไปทำสัญญาขอใช้บริการโทรศัพท์จำนวน 2 เลขหมายกับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแทนและได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยทั้งสองได้อนุมัติให้บริการโทรศัพท์แก่บุคคลดังกล่าวจำนวน 2 เลขหมาย คือ 0 2848 9014 และ 0 2848 9015 ต่อมามีการใช้โทรศัพท์ระหว่างประเทศจากโทรศัพท์ 2 เลขหมายดังกล่าวไปยังประเทศต่างๆ และค้างชำระค่าบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศทั้งสิ้น 43,131.80 บาท หลังจากนั้นโจทก์ฟ้องเรียกค่าใช้บริการโทรศัพท์ดังกล่าวจากนางสาววรัญญา แต่ปรากฏว่านางสาววรัญญามิได้เป็นผู้ใช้บริการโทรศัพท์ดังกล่าว โดยมีบุคคลอื่นปลอมลายมือชื่อของนางสาววรัญญาลงในคำขอ/สัญญาบริการโทรศัพท์

โจทก์จึงถอนฟ้องนางสาววรัญญาแล้วยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ สำหรับจำเลยที่ 2 นั้น ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้อง และโจทก์มิได้ฎีกา คดีเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการที่สองว่า จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดชดใช้ค่าบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า แม้ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่ได้กำหนดหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ในการรับคำขอและตรวจสอบเอกสารของผู้ขอใช้บริการรวมทั้งการทำสัญญาบริการโทรศัพท์แทนโจทก์ไว้ก็ตาม แต่โจทก์มิใช่เป็นผู้ติดต่อกับผู้ขอใช้บริการโดยตรง เพราะผู้ขอใช้บริการจะต้องทำคำขอตามแบบฟอร์มของจำเลยที่ 1 ดังนั้น

การที่จำเลยที่ 1 ออกคำสั่งกำหนดวิธีการให้จำเลยที่ 2 ดำเนินการรับคำขอจากผู้ใช้บริการตามคำสั่งองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามสัญญาร่วมการงานและร่วมลงทุนขยายบริการโทรศัพท์ข้อ 40 (ก) ที่จำเลยที่ 1 สามารถมอบหมายงานให้จำเลยที่ 2 ดำเนินการได้นั้น แสดงให้เห็นว่าหน้าที่ดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1 มอบหมายให้จำเลยที่ 2 ดำเนินการแทนในฐานะผู้ร่วมการงานและร่วมลงทุนขยายบริการโทรศัพท์ โดยเมื่อจำเลยที่ 2 ดำเนินการตรวจเอกสารหลักฐานประกอบสัญญาเช่าถูกต้องแล้วจะต้องส่งสัญญาเช่าไปให้จำเลยที่ 1 ลงนามในฐานะคู่สัญญากับผู้ขอใช้บริการโทรศัพท์ต่อไป นอกจากนี้จำเลยทั้งสองยังตกลงแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันจากส่วนแบ่งรายได้ค่าบริการ

เช่น การติดตั้งโทรศัพท์ ค่าเช่าเลขหมายโทรศัพท์ ค่าใช้บริการโทรศัพท์ในท้องถิ่น ค่าใช้บริการโทรศัพท์ทางไกลทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันถือได้ว่าเป็นการตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำ จึงมีลักษณะเป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญโดยไม่จดทะเบียน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด ตามมาตรา 1025 แม้จะปรากฏจากสัญญาร่วมการงานและร่วมลงทุนขยายกิจการบริการโทรศัพท์ ข้อ 5 (ค) ที่ระบุว่า บรรดาความรับผิดชอบที่จำเลยที่ 2 มีต่อบุคคลภายนอก จำเลยที่ 1 จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ข้อสัญญาดังกล่าวก็เป็นเพียงข้อตกลงภายในระหว่างจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นหุ้นส่วนกันเท่านั้น

ไม่มีผลผูกพันถึงโจทก์ด้วย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ความเสียหายเกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยทั้งสองอันเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ แต่เมื่อคดีเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เพราะโจทก์มิได้ฎีกาเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 มาด้วย แม้จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น ศาลฎีกาก็ไม่อาจพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ได้ ดังนี้จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดแก่โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิโชค เทพไตรรัตน์ · ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · นพพร โพธิรังสิยากร
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายธีระศาสตร์ มงคลภัทรสุข
ศาลอุทธรณ์ - นายปกรณ์ วงศาโรจน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.1304/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
ส10383/2545
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
ส10926/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้