Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1440/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์จำเลยกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ แต่เมื่อศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าโจทก์มิใช่บุคคลภายนอกอันจะกล่าวอ้างพิสูจน์สิทธิใหม่ และพิพากษายกฟ้อง ดังนี้ เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในข้อกฎหมายอันทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 การอุทธรณ์คำสั่งนี้และฎีกาต่อมา จึงเป็นการอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 227 ตามที่บัญญัติไว้ในตาราง 1 ข้อ 2ข.ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ต้องเสียค่าขึ้นศาล 50 บาทสามีเคยให้ความยินยอมแก่ภริยาต่อสู้คดีกับจำเลย และให้ฟ้องจำเลยเกี่ยวกับที่พิพาทมาแล้ว คดีถึงที่สุด โดยศาลพิพากษาว่าภริยามีสิทธิรับมรดกที่ดินเท่าที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ดังนี้ เมื่อปรากฏว่าที่พิพาทอยู่นอกพินัยกรรม สามีจะรื้อฟื้นมาฟ้องจำเลยอีกว่าที่พิพาทเป็นของสามี ได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์ มิใช่ที่ดินของเจ้ามรดกผู้ทำพินัยกรรมหาได้ไม่ เพราะสามีต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกับภริยาคำพิพากษาคดีดังกล่าวย่อมผูกพันสามีด้วย (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 699/2498)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 24 ป.วิ.พ. มาตรา 145 ป.วิ.พ. มาตรา 148 ป.วิ.พ. มาตรา 227 ป.พ.พ. มาตรา 38 ป.พ.พ. มาตรา 1476 ป.พ.พ. มาตรา 1477 ป.พ.พ. มาตรา 1479 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2519 มาตรา 4 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ครอบครองเป็นเจ้าของที่ดินเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษได้ปลูกบ้านอาศัยตั้งแต่ พ.ศ. 2496 ต้น พ.ศ. 2516 จำเลยนำเจ้าพนักงานทำการรังวัดเพื่อออกโฉนดทับที่ดินของโจทก์ด้านทิศเหนือ เนื้อที่ประมาณ 384ตารางวา เป็นการรบกวน ขัดขวางและแย่งการครอบครอง

โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านเจ้าพนักงานที่ดินทำการสอบสวนและเปรียบเทียบเสนอเรื่องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้โจทก์ฟ้อง จึงขอให้ศาลบังคับห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์จำเลยให้การว่า เดิมที่ดินเป็นของนายทวี ประเสริฐคุณตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 362, 363 ได้ให้นางวรรณศิริ สุขเกษม ภริยาโจทก์ปลูกบ้านอาศัยบางส่วน นายทวีถึงแก่กรรม ได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินที่ปลูกเรือนอาศัยให้นางวรรณศิริเป็นสินส่วนตัว จำเลยก็ได้รับที่ดินของนายทวีตามพินัยกรรมคือที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 363 บางส่วน นางวรรณศิริภริยาโจทก์ได้รับรองสิทธิในที่ดินตามพินัยกรรม ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 622, 623, 624/2513 และที่ 516/2514 ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนางวรรณศิริเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยกับพวก

คดีถึงที่สุด แล้วได้จัดการแบ่งที่ดินที่จำเลยได้รับซึ่งจำเลยได้ยื่นคำขอออกโฉนด หาได้รุกล้ำทับที่ของนางวรรณศิริไม่วันชี้สองสถาน โจทก์แถลงรับว่าที่ดินพิพาทรวมอยู่ในที่ดินตาม น.ส.3เลขที่ 362 และ 363 คาบเกี่ยวกันตามพินัยกรรมของนายทวีจริง โจทก์เป็นสามีนางวรรณศิริซึ่งเป็นทายาทได้รับมรดกคนหนึ่งตามพินัยกรรม ต่อมาทายาทของนายทวีได้พิพาทกันเกี่ยวกับทรัพย์มรดก และได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันจริง ซึ่งมีนางวรรณศิริเป็นจำเลยที่ 3 โดยโจทก์ซึ่งเป็นสามีได้ให้ความยินยอมในการดำเนินคดีถูกต้องแล้วคดีหนึ่ง และนางวรรณศิริยังได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้และทายาทอื่นของนายทวีเกี่ยวกับที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 362 และ 363 ซึ่งเป็นที่พิพาทนี้โดยตรงอีกคดีหนึ่ง

ผลของคดีปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งถึงที่สุดแล้ว นายทวีได้แบ่งที่พิพาทให้โจทก์เมื่อสมรสกับนางวรรณศิริ แล้วเข้าไปปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่พิพาทตั้งแต่ พ.ศ. 2496 เป็นต้นมาจนบัดนี้ โจทก์จึงมีสิทธิครอบครองปรปักษ์ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ครอบครองที่พิพาทโดยอาศัยสิทธินายทวี โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของที่พิพาทนางวรรณศิริภริยาโจทก์โดยความยินยอมของโจทก์ได้พิพาทกับทายาทอื่นของนายทวีเกี่ยวกับที่พิพาท ได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความและมีคำพิพากษาตามยอมกันแล้ว ต่อมาภริยาโจทก์โดยความยินยอมของโจทก์ก็ได้ฟ้องจำเลยในทรัพย์มรดกรายเดียวกันนี้อีก และได้มีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถึงที่สุดแล้วโจทก์จึงมิใช่บุคคลภายนอกอันจะกล่าวอ้างพิสูจน์สิทธิใหม่

ต้องผูกพันตามผลแห่งคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์นั้นยังไม่ชอบเพราะประเด็นโต้เถียงกันยังมีอยู่ว่า โจทก์ครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาทหรือไม่ส่วนคดีที่ได้มีการประนีประนอมยอมความกันไปแล้วทั้ง 4 คดีนั้น ประเด็นต่างกันกับคดีนี้คำพิพากษาในคดีก่อน ๆ จึงไม่ผูกพันโจทก์ โจทก์มีอำนาจฟ้องพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานต่อไปจนสิ้นกระแสความแล้วพิพากษาใหม่จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์แก้ฎีกาว่าจำเลยมิได้เสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาอย่างคดีมีทุนทรัพย์ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบนั้น เห็นว่าโจทก์ฟ้องห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์ และจำเลยกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ แต่เมื่อศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์มิใช่บุคคลภายนอกอันจะกล่าวอ้างพิสูจน์สิทธิใหม่ และพิพากษายกฟ้องโจทก์ เป็นการที่ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในข้อกฎหมายอันทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 การอุทธรณ์คำสั่งนี้และฎีกาต่อมา เป็นการอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 227 ตามที่บัญญัติไว้ในตาราง 1 ข้อ 2 ข.

ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียงเรื่องละ 50 บาท แม้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาต่อไปจนสิ้นกระแสความแล้วพิพากษาใหม่และจำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องโจทก์ ก็เห็นได้ว่าเป็นคำขอให้จำเลยชนะคดีในประเด็นอำนาจฟ้องของโจทก์ดังข้อวินิจฉัยของศาลชั้นต้นอันเป็นข้อกฎหมายนั่นเอง จึงหาต้องเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ไม่ ที่จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกา 50 บาทจึงถูกต้องแล้วคดีได้ความตามที่โจทก์ยอมรับข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทรวมอยู่ในที่ดินน.ส.3 เลขที่ 362 และ 363 คาบเกี่ยวกัน ที่ดินสองแปลงนี้เป็นของนายทวีเจ้ามรดก

โจทก์เป็นสามีของนางวรรณศิริทายาทผู้รับมรดกตามพินัยกรรมของนายทวี นางวรรณศิริเคยพิพาทกับจำเลยในคดีนี้และพิพาทกับทายาทอื่นของนายทวีเกี่ยวกับที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 362 และ 363 ตามคดีหมายเลขแดงที่ 622 ถึง 624/2513 โดยนางวรรณศิริเป็นจำเลยที่ 3 ส่วนจำเลยนี้เป็นจำเลยที่ 2 ในที่สุดคู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยเฉพาะสิทธิของนางวรรณศิริให้เป็นไปตามพินัยกรรมของนายทวี ศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดแล้ว และในการที่นางวรรณศิริดำเนินคดีดังกล่าว โจทก์ได้ให้ความยินยอมด้วยเป็นคดีหนึ่ง นอกจากนั้นโจทก์ได้ให้ความยินยอมให้นางวรรณศิริภริยาโจทก์ฟ้องคดีหมายเลขแดงที่ 516/2514 ห้ามมิให้จำเลยกับพวกเข้ามาเกี่ยวข้องในทรัพย์มรดกของนายทวี ซึ่งมีที่พิพาทคดีนี้รวมอยู่ด้วยโดยอ้างว่าภริยาโจทก์ได้ครอบครองใช้ประโยชน์และปลูกบ้านอยู่อาศัยตั้งแต่เจ้ามรดกยังมีชีวิตอยู่ และเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินดังกล่าวให้ภริยาโจทก์ซ้ำอีก

คดีที่กล่าวนี้ถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อ้างถึงด้วยวานางวรรณศิริมีสิทธิรับมรดกที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 362 และ 363 เฉพาะเท่าที่เจ้ามรดกระบุอาณาเขตกว้างยาวไว้ในพินัยกรรมข้อ 5 และข้อ 6 เป็นอีกคดีหนึ่ง จึงเห็นว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องคดีเกี่ยวกับที่พิพาทซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นสินบริคณห์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 เมื่อโจทก์ให้ความยินยอมให้นางวรรณศิริภริยาของตนฟ้องคดีเกี่ยวกับที่พิพาทตามคดีหมายเลขแดงที่ 516/2514ถือได้ว่านางวรรณศิริ ฟ้องคดีโดยอาศัยสิทธิโจทก์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์ด้วย คดีทำนองนี้ได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 699/2498 วินิจฉัยไว้แล้ว เมื่อปรากฏว่าที่พิพาทอยู่นอกพินัยกรรมข้อ 5 และข้อ 6 ที่พิพาทจึงมิใช่ที่ดินซึ่งนางวรรณศิริได้มาโดยพินัยกรรมตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีเรื่องก่อน

โจทก์จึงจะรื้อฟื้นมาฟ้องเป็นคดีนี้อีกว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์ โดยเริ่มครอบครองตั้งแต่สมรสกับนางวรรณศิริ มิใช่ที่ดินของนายทวีเจ้ามรดกผู้ทำพินัยกรรมหาได้ไม่ เพราะโจทก์ต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกับนางวรรณศิริภริยาของตนพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สอน ไชยสุต · เพียร ศรีอรุณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4092/2535

โจทก์ได้บรรยายฟ้องถึงอัตราดอกเบี้ยที่จำเลยต้องชำระและกำหนดเวลาชำระกับหากผิดนัดให้ชำระกันอย่างไรไว้ให้สามารถเข้าใจได้ ส่วนดอกเบี้ยคิดตั้งแต่เมื่อใด เกินกฎหมายหรือไม่ เป็นรายละเอียดที่จะต้องนำสืบในชั้นพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4046/2535

การที่ น. ภริยาโจทก์ทำสัญญาค้ำประกันการกู้เบิกเงินเกินบัญชีของ ส. โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม มิใช่เป็นการจัดการสินสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1476,1477 ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4054/2528

จำเลยให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ว่าโจทก์เป็นหญิงมีสามีแต่โจทก์ไม่ได้แนบหนังสือให้ความยินยอมมาท้ายคำฟ้อง ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายโดยมิได้อ้างเหตุแห่งการนี้ว่าที่พิพาทเป็นสินสมรส จึงไม่มีปัญหาที่จะต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3060/2526

การที่จำเลยทำสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาต่อโจทก์ โดยระบุเรือนอันเป็นสินสมรสไว้ท้ายสัญญาประกันเพื่อเป็นการแสดงหลักทรัพย์หาใช่เป็นนิติกรรมในการจัดการสินสมรสซึ่งสามีภริยาจะต้องจัดการร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3075/2523

โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาค้ำประกันการเบิกเงินเกินบัญชีของ ท.ต่อจำเลย เป็นการยอมผูกพันตนต่อจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของ ท.เพื่อชำระหนี้ในเมื่อท. ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้อันเป็นการผูกพันตัวโจทก์ที่ 1 มิได้เกี่ยวกับสินสม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้