คำฟ้องและคำให้การ
ความว่า นายชวนเป็นเจ้าของต้นผลไม้ นายไข่ นางฉลิต เป็นเจ้าของสุกร สุกรเข้าไปกินผลไม้ในไร่เสียหาย เจ้าของไร่ใช้ปืนยิงสุกรนั้นตาย เจ้าของไร่จึงฟ้องเรียกค่าต้นผลไม้ เจ้าของสุกรฟ้องเรียกค่าสุกรเจ้าของไร่ต่อสู้ว่า ยิงเพื่อจับและเพื่อป้องกันทรัพย์ของตนค่าเสียหายเรียกเกินสมควรและเกินความจริง เจ้าของสุกรต่อสู้ว่าสุกรกระโดดหนีออกจากคอกไปกินผลไม้ของเจ้าของไร่มีราคาไม่ถึง 20 บาทศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นคดีเกี่ยวเนื่องกัน จึงรวมพิจารณาแล้วพิพากษาให้นายไข่ นางฉลิตใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นายชวน 160 บาท ส่วนคดีนายไข่ นางฉลิตเป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าสุกร ให้ยกฟ้องทั้งสองฝ่ายอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้นายชวนใช้ค่าสุกร 440 บาทนายชวนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จะใช้สิทธิฆ่าสัตว์ที่เข้ามาทำความเสียหายนั้น จะต้องเป็นเรื่องจำเป็นโดยพฤติการณ์ ในคดีปรากฏว่าสุกรรายนี้เป็นสุกรบ้านไม่ดุร้าย มีทางที่จะจับกุมโดยละม่อม ไม่จำเป็นที่จะต้องฆ่า ตามรูปเรื่องนายชวนเจ้าของไร่ยิงโดยโทสะ จึงไม่เป็นนิรโทษกรรม และต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนส่วนค่าเสียหายนั้นได้เป็นประเด็นในคดี ทั้ง 2 ฝ่ายได้นำสืบกันเสร็จสำนวนแล้ว
ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจที่จะวินิจฉัยพิพากษาให้เสร็จไปได้ไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ คดีนี้ปรากฏว่าเจ้าของสุกรปล่อยปละละเลยให้สุกรเข้าไปในไร่ของนายชวนบ่อย ๆ เป็นการมีส่วนในความผิดอยู่ด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 442 เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้เพียง 300 บาทพิพากษาแก้ ให้นายชวนใช้ค่าเสียหาย 300 บาท