คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยุยงเลี้ยมสอนจ้างให้ ข.เบิกความเท็จต่อศาลขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณอาชญามาตรา ๑๕๕-๑๗๔-๑๗๕-๖๔ ศาลเดิมไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าพะยานโจทก์เบิกความไม่น่าเชื่อว่าจำเลยได้ทำผิดจึงสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ไม่รับไว้พิจารณา
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์ข้อเท็จจริงศาลเดิมสั่งไม่รับอุทธรณ์เพราะคดีต้องห้ามตาม ม.๓ แห่งพ.ร.บ. อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ยืน โจทก์ฎีกาว่าคดีไม่ต้องห้ามตาม ม. ๓ เพราะเป็นคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ไม่ใช่คำพิพากษา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามพระราชบัญญัติลักษณอุทธรณ์ ม.๓ ซึ่งห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนั้นกินความถึงคำสั่งด้วยเพราะจะเป็นคำสั่งหรือคำพิพากษาก็มีลักษณวิธีการเช่นเดียวกัน ฉะนั้นเมื่อศาลเดิมไต่สวนฟังข้อเท็จจริงว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลแล้ว โจทก์อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงไม่ได้ จึงตัดสินยืน