Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1437/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอื่น ๆ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 นั้น ต้องพิจารณาตามความสมควร ตามความจำเป็น ตามฐานะของผู้ตายกับบิดามารดา ทั้งต้องพิจารณาถึงประเพณีการทำศพตามลัทธินิยมของแต่ละท้องที่ประกอบ และต้องมิใช่รายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยจนเกินไป การใช้จ่ายในการทำอนุสาวรีย์ไว้กระดูกผู้ตายซึ่งเป็นบุตรโจทก์ ค่าขาดรายได้ของโจทก์และค่าจ้างคนเฝ้าบ้านในขณะที่จัดการปลงศพ มิใช่ค่าใช้จ่ายในการปลงศพหรือค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอื่นตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 โจทก์ที่ 1 มิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ส่วน โจทก์ที่ 2 เป็นมารดาของผู้ตาย เมื่อปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะมา 60,000 บาท โดยมิได้แยกเรียกร้องว่าโจทก์แต่ละคนขาดไร้อุปการะเท่าใด และได้ความว่าโจทก์ที่ 2 แต่ผู้เดียวมีสิทธิได้รับค่าขาดไร้อุปการะเป็นเงิน 60,000 บาทโจทก์ที่ 2 จึงมีสิทธิได้รับค่าขาดไร้อุปการะเต็มจำนวน โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายอันเป็นการชำระหนี้ซึ่งไม่อาจแบ่งแยกได้ แม้จำเลยที่ 2 จะอุทธรณ์ฎีกาเพียงผู้เดียว เมื่อศาลฎีกาลดค่าเสียหายลงก็มีอำนาจพิพากษาให้มีผลไป ถึงจำเลยที่ 1 ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทั้งสองเป็นบิดามารดาของเด็กชายวีรพันธ์ จำเลยที่ ๑ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถในทางการที่จ้างโดยประมาทชนเด็กชายวีรพันธ์ถึงแก่ความตาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าปลงศพ ๔๐,๐๐๐ บาท ค่าขาดไร้อุปการะ ๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่าโจทก์ที่ ๑ จะเป็นบิดาของเด็กชายวีรพันธ์และมีสิทธิฟ้องคดีหรือไม่ จำเลยที่ ๒ ไม่ทราบ เหตุเกิดเพราะความประมาทของเด็กชายวีรพันธ์ และโจทก์ไม่เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทน ๑๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องเฉพาะโจทก์ที่ ๑ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอื่น ๆ นั้นจำต้องพิจารณาตามความสมควร ตามความจำเป็น ตามฐานะของผู้ตายกับบิดามารดา ซึ่งต้องพิจารณาถึงประเพณีการทำศพตามลัทธินิยมของแต่ละท้องที่ประกอบ และต้องมิใช่รายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยจนเกินไป โจทก์ทั้งสองมีรายได้เดือนละหมื่นบาทเศษถือได้ว่ามีฐานะไม่ยากจน การที่โจทก์ทั้งสองได้จัดการศพเด็กชายวีรพันธ์โดยบำเพ็ญกุศลสวด ๓ วัน ฌาปนกิจในวันที่สี่ ทำบุญ ๗ วัน และ ๑๐๐ วันให้ตามลำดับ เป็นการบำเพ็ญกุศลอุทิศให้แก่ผู้ตายอันเป็นการจัดการปลงศพตามประเพณีนิยม ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการทำบุญเลี้ยงพระและคนที่มาช่วย จึงเป็นค่าใช้จ่ายในการปลงศพตามสมควร แต่ที่โจทก์ทั้งสองสร้างอนุสาวรีย์ไว้กระดูกของเด็กชายวีรพันธ์ ๓,๐๐๐ บาท ค่าขาดรายได้สำหรับโจทก์ทั้งสองในระหว่างไปจัดการฌาปนกิจศพ ๓,๕๔๐ บาท ค่าจ้างคนเฝ้าบ้านในระหว่างไปจัดการฌาปนกิจศพ ๓๐๐ บาท กับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยไม่ระบุว่าเป็นค่าใช้จ่ายอะไรเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ค่าใช้จ่ายในการทำอนุสาวรีย์ไว้กระดูกก็ดี ค่าขาดรายได้ของโจทก์ทั้งสองก็ดี ค่าจ้างคนเฝ้าบ้านก็ดี กับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่ปรากฏว่าใช้จ่ายเพื่อการใดก็ดี มิใช่ค่าใช้จ่ายในการปลงศพและมิใช่ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอื่นตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๓ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายเฉพาะส่วนดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาจึงไม่เห็นพ้องด้วย ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ ๑ แล้ว ค่าขาดไร้อุปการะซึ่งโจทก์ที่ ๒ ควรได้รับจึงเหลือเพียง ๓๐,๐๐๐ บาทนั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อโจทก์ที่ ๒ ต้องสูญเสียบุตรไปเนื่องจากการทำละเมิดของจำเลยที่ ๑ ก็ต้องถือว่าโจทก์ที่ ๒ ขาดไร้อุปการะไปตามกฎหมาย และที่โจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะมานี้ก็หาได้แยกกันเรียกร้องมาว่า โจทก์แต่ละคนขาดไร้อุปการะคนละเท่าใดไม่ เมื่อได้ความว่าโจทก์ที่ ๒ แต่ผู้เดียวมีสิทธิได้รับค่าขาดไร้อุปการะ และความตายของเด็กชายวีรพันธ์ทำให้โจทก์ที่ ๒ ขาดไร้อุปการะเป็นจำนวนเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๒ จึงมีสิทธิได้รับค่าขาดไร้อุปการะเต็มจำนวน

อนึ่งคดีนี้จำเลยที่ ๑ ไม่อุทธรณ์ฎีกา แต่โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายอันเป็นการชำระหนี้ซึ่งไม่อาจแบ่งแยกได้ แม้จำเลยที่ ๒ จะเป็นผู้อุทธรณ์ฎีกาเพียงผู้เดียว ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ ๑ ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๕(๑) ประกอบด้วยมาตรา ๒๔๗

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๘๓,๑๖๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสาท บุณยรังษี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชูเชิด รักตะบุตร์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายสมิทธิ์ โพธิ์พุ่ม
ศาลอุทธรณ์ - นายมาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้